ในเดือนมกราคม 2026 ตลาดรถยนต์พลังงานทางเลือก (NEV) กลุ่ม Hatchback ราคาประหยัดในจีนเผชิญกับยอดขายที่ลดลงแบบเดือนต่อเดือน หลังสิ้นสุดมาตรการยกเว้นภาษีซื้อรถยนต์ที่ดำเนินมาอย่างยาวนาน ส่งผลให้การจัดอันดับ TOP 10 ล่าสุดเกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ ตามรายงานของสื่อท้องถิ่น Electric Planet News

ข้อมูลการจดทะเบียนที่เผยแพร่ในช่วง 4 สัปดาห์ที่ผ่านมาแสดงให้เห็นว่า ผู้นำในกลุ่มนี้ต่างมียอดลดลงแบบตัวเลขสองหลักเมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้า โดยมีเพียง 2 อันดับแรกเท่านั้นที่สามารถทำยอดขายได้เกิน 10,000 คัน ขณะที่อันดับ 10 มียอดขายลดลงเหลือเพียง 2,200 คัน จากเดือนธันวาคม 2025

 

10 อันดับ รถ Hatchback ขุมพลังไฟฟ้าขายดีที่สุดในจีน เดือนมกราคม 2026

  1. Geely Geome Xingyuan – 29,007 คัน
  2. MG4 – 10,007 คัน
  3. Wuling Hongguang Mini EV – 7,133 คัน
  4. Wuling Bingo S – 6,077 คัน
  5. BYD Dolphin – 5,699 คัน
  6. BYD Seagull – 5,329 คัน
  7. Arcfox T1 – 4,239 คัน
  8. Firefly – 2,737 คัน
  9. Wuling Binguo – 2,620 คัน
  10. AION UT – 2,200 คัน

Geely นำโดยรุ่น Geome Xingyuan หรือ EX2 สำหรับตลาดโลก ครองอันดับ 1 ด้วยยอดขาย 29,007 คัน ถึงแม้ยอดขายจะลดลง 19% เมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้า แต่ยังคงเป็นหนึ่งในรถ EV ที่มียอดขายสูงสุดของประเทศ

SAIC Motor ยังคงฝากความหวังไว้กับรุ่น MG4 ที่ขึ้นมาอยู่อันดับ 2 ด้วยยอดขาย 10,007 คัน ลดลงราว 29% จากเดือนธันวาคม 2025 ขยับจากอันดับ 6 ขึ้นมา อันดับที่ 3 เป็นของ Wuling Hongguang Mini EV สามารถทำยอดขายได้ 7,133 คัน ถือเป็นครั้งแรกที่ยอดขายต่ำกว่า 10,000 คันนับตั้งแต่เปิดตัว ขณะที่ Bingo S ขายไปได้ 6,077 คัน แพ็คคู่เป็นอันดับที่ 4

 

BYD Dolphin และ Seagull อดีตหัวแถวตกลงมาอยู่อันดับ 5 และ 6 ด้วยยอดขาย 5,699 และ 5,329 คันตามลำดับ โดยทั้ง 2 รุ่น ที่พึ่งจะปรับโฉมไปหมาดๆ เพิ่งจะปรากฏในเอกสารยื่นต่อ MIIT พร้อมออปชันติดตั้ง LiDAR

ทางด้าน Arcfox T1 ทำยอด 4,239 คัน ครองอันดับ 7 ขณะที่ Firefly แบรนด์ย่อยของ Nio มียอดส่งมอบ 2,737 คัน คว้าอันดับ 8 หลังจากเติบโตหลายเดือนก่อนหน้า โดยเวอร์ชันพวงมาลัยขวาของ Firefly เริ่มส่งออกต่างประเทศแล้ว รวมไปถึงประเทศไทยด้วย และภายในปลายปี 2025 ยอดส่งมอบต่างประเทศคิดเป็นประมาณ 15% ของปริมาณรวม ตามการเปิดเผยของบริษัทในไตรมาสที่ผ่านมา

 

ขณะที่ Wuling Bingo รั้งอันดับ 9 ด้วย 2,620 คัน ตามมาด้วย Aion UT ตบท้ายเข้ามาที่อันดับ 10 ด้วยยอด 2,200 คัน ให้ระยะทางวิ่ง 330 กม. ตามมาตรฐาน CLTC ในรุ่นพื้นฐาน

หลังการเปลี่ยนผ่านนโยบายเสร็จสิ้นและปัจจัยฤดูกาลที่กระทบอุปสงค์ในเดือนมกราคม 2026 ข้อมูลการจดทะเบียนในเดือนกุมภาพันธ์และมีนาคมจะช่วยชี้ชัดว่าการเปลี่ยนแปลงอันดับครั้งนี้สะท้อนถึงโครงสร้างตลาดที่เปลี่ยนไปหรือเป็นเพียงการปรับฐานระยะสั้นของวงจรรถแฮทช์แบ็กไฟฟ้าในจีนปี 2026 เท่านั้น

ที่มา: Carnewschina