Volkswagen ได้ขาย SUV เปิดประทุนที่มาพร้อมเกียร์ธรรมดาเป็นทางเลือกเพียงหนึ่งเดียว ซึ่งเกิดมาเพื่อตอบโจทย์ความต้องการเฉพาะกลุ่มอย่างแท้จริง ภายใต้ชื่อรุ่น T-Roc Cabriolet เป็นทางเลือกนอกเหนือจากเกียร์อัตโนมัติ DCT อันเลืองขื่อของค่าย
ตัวเลือกนี้นับว่าสวนกระแสเหมื่อเทียบกับเพื่อนร่วมค่ายอย่าง Golf GTI ที่มีแต่เกียร์อัตโนมัติให้เลือก อย่างไรก็ตาม T-Roc ตัวถังปกติได้พัฒนามาถึงเจเนอเรชั่นที่ 2 แต่ทว่ารุ่นเปิดประทุนยังอยู่บนพื้นฐานรุ่นแรก (Mk1) และจะไม่มีรุ่นใหม่ตามมา เพราะสายการผลิตจะยุติราวกลางปี 2027
อย่างไรก็ตาม ชาวยุโรปยังพอมีเวลาที่จะเป็นเจ้าของ T-Roc Cabriolet ซึ่งเปรียบได้กับผู้สืบทอดแนวคิดจากรุ่นพี่บนพื้นฐาน Golf อย่าง Eos รุ่นหลังคาแข็งเปิด-ปิดได้อัตโนมัติ ตัวรถอ้างอิงงานออกแบบจาก T-Roc รุ่นปี 2017 ทำให้ห้องโดยสารยังเป็นสไตล์ Volkswagen ยุคก่อนจอเต็มคัน มีปุ่มและลูกบิดจริงจำนวนมาก ไม่ได้ย้ายทุกอย่างไปอยู่บนหน้าจอสัมผัสเหมือนรุ่นปัจจุบัน
โปรแกรมการปรับแต่งสำหรับในเยอรมันยังสะท้อนว่า Volkswagen ยังขายรถที่ใช้ระบบปรับอากาศปรับด้วยลูกบิดมือ (manual A/C) อยู่ ถึงแม้ T-Roc Cabriolet จะมีราคาเริ่มต้นถึง 37,560 ยูโร (ประมาณ 1,378,790 บาท) แพงกว่า T-Roc โฉมใหม่แบบครอสโอเวอร์ราว 7,000 ยูโร (ประมาณ 256,963 บาท) และราคาไล่เลี่ยกับ Tiguan ที่มีขนาดใหญ่กว่าที่ราว 39,175 ยูโร (ประมาณ 1,438,075 บาท)
แม้ตัวถังเปิดประทุนจะเป็นจุดเด่นแปลกตา แต่ Volkswagen ก็ยังมีรถรุ่นอื่นในตลาดยุโรปที่คงเกียร์ธรรมดาและแดชบอร์ดแบบดั้งเดิมไว้ให้เลือก เช่น Polo และ Touran โดย Polo ยังมีเกียร์ธรรมดา 5 จังหวะให้เลือก ขณะที่ Golf รุ่นปัจจุบันก็ยังมีแป้นคลัตช์ในรุ่นย่อยเริ่มต้นI
การยุติการผลิต T-Roc Cabriolet ในปีหน้าจะเท่ากับเป็นการปิดฉากรถเปิดประทุนตลาดแมสของ Volkswagen Group โดยสิ้นเชิง หลังจากนั้นจะเหลือแต่รถเปิดประทุนเกรดพรีเมี่ยมจาก Porsche Lamborghini และ Bentley เท่านั้น
ทางด้าน Audi มีแผนกลับเข้าสู่ตลาดรถเปิดประทุนอีกครั้ง หลังยุติ A5 Convertible TT และ R8 ไปก่อนหน้านี้ โดยได้ทำการเผยโฉมรถต้นแบบที่บ่งบอกถึงสปอร์ตขุมพลังไฟฟ้าหลังคาแบบ Targa ในอนาคต
ที่มา: Motor1
