สงครามราคารถยนต์ไฟฟ้าในจีนที่ดำเนินมาอย่างยาวนานได้สิ้นสุดลงอย่างเป็นทางการ ผู้บริโภคในสหรัฐฯ ก็น่าจะไม่มีโอกาสได้เห็นราคาที่ถูกอย่างสุดขั้วแบบนั้นอีกครั้งอย่างแน่นอน เมื่อหน่วยงานกำกับดูแลกลไกตลาดของจีนอย่าง State Administration for Market Regulation (SAMR) ได้ออกมาตรการห้ามผู้ผลิตรถยนต์จำหน่ายรถต่ำกว่าต้นทุนการผลิต ซึ่งถือเป็นการปิดฉากการแข่งขันด้านราคาที่รุนแรงในประเทศ ที่คาดว่าได้สร้างความเสียหายให้กับอุตสาหกรรมยานยนต์รวมกว่า 68,000 ล้านเหรียญสหรัฐฯ หรือประมาณ 2 ล้านล้านบาท
มาตรการดังกล่าวคาดว่าจะช่วยสร้างเสถียรภาพให้กับอุตสาหกรรมยานยนต์จีน แต่ในขณะเดียวกันก็อาจส่งผลต่อแนวโน้มการกำหนดราคารถยนต์ไฟฟ้าทั่วโลกเช่นกัน โดยเกิดขึ้นในช่วงที่หลายประเทศกำลังพิจารณามาตรการป้องกันไม่ให้รถไฟฟ้าราคาถูกจากจีนเข้ามากระทบตลาดภายในประเทศของตนเอง
ผู้ผลิตรถยนต์จากจีนสามารถสร้างความได้เปรียบด้านราคาได้จากหลายปัจจัย ไม่ได้มีเพียงเงินสนับสนุนจากภาครัฐเท่านั้น พวกเขาได้ประโยชน์จากขนาดตลาดที่ใหญ่ที่สุดในโลก ซึ่งปัจจุบันรถ BEV มีสัดส่วนมากกว่า 50% ของยอดขายรถใหม่ทั้งหมด นอกจากระบบชำระเงินให้กับซัพพลายเออร์ที่เป็นระบบเครดิต รวมถึงการบูรณาการห่วงโซ่อุปทาน โดยบริษัทอย่าง BYD ได้สร้างระบบซัพพลายเชนครบวงจร ทำให้สามารถพัฒนารถรุ่นใหม่ได้รวดเร็วกว่าแบรนด์ดั้งเดิมประมาณครึ่งหนึ่ง
การสั่งห้ามสงครามราคานี้มีเป้าหมายเพื่อควบคุมผู้ผลิตที่ใช้ราคาต่ำผิดปกติเพื่อกำจัดคู่แข่งและยึดครองตลาด ส่งผลให้ผู้ผลิตหลายรายต้องเผชิญความเสี่ยงล้มละลายหรือหายไปจากตลาด ขณะที่ผู้ผลิตชิ้นส่วนจำนวนมากต้องรอการชำระเงินนานถึง 300 วัน
แม้สหรัฐฯ จะยังคงเก็บภาษีนำเข้ารถยนต์ไฟฟ้าจากจีนสูงถึง 100% แต่มาตรฐานราคาที่จีนสร้างขึ้นได้กลายเป็นแรงกดดันต่อผู้ผลิตอเมริกันให้พัฒนารถ EV ที่มีราคาจับต้องได้มากขึ้น หากแนวโน้มราคาของรถไฟฟ้าจีนที่ลดลงอย่างต่อเนื่องยังคงอยู่ ผู้บริโภคอเมริกันอาจประหยัดค่าใช้จ่ายในการซื้อรถไฟฟ้าคันใหม่ได้ประมาณ 10,000–20,000 เหรียญสหรัฐฯ (ประมาณ 311,179 – 622,359 บาท)
อย่างไรก็ตาม เมื่อบางประเทศอย่างแคนาดาได้ปรับลดภาษีนำเข้ารถ EV จีนเหลือประมาณ 6.1% อาจสร้างแรงกดดันใหม่ต่อผู้ผลิตในสหรัฐฯ ขณะที่ผู้บริโภคอเมริกันมีแนวโน้มต้องจ่ายเงินสูงกว่าสำหรับรถ BEV แม้จะมีส่วนลดจากผู้ผลิต ในขณะที่ประเทศอื่นๆ ของโลกอาจได้เข้าถึงรถ BEV ที่มาพร้อมราคาเป็นมิตรได้มากขึ้น
ที่มา: Autoblog
