เพื่อเป็นการำลึกถึงชัยชนะของ MINI จากการแข่งขันทางฝุ่นสุดหินรายการ 1965 Monte Carlo Rally นำไปสู่การเปิดตัวรุ่นพิเศษอย่าง MINI 1965 Victory Edition เมื่อวันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2026 โดยมาพร้อมกับการตกแต่งพิเศษทั้งภายนอกและภายใน ด้วยแรงบันดาลใจจากตัวแข่งเวอร์ชั่นต้นตำรับกว่า 60 ปีก่อน ทั้งยังมีขุมพลังให้เลือกครบถ้วนทั้งเบนซินและ EV รวมไปถึงตัวแรงในรหัส John Cooper Works
MINI 1965 Victory Edition มาพร้อมกับตัวถังสีแดง Chili Red ตัดด้วยแถบสีขาวบนฝากระโปรงหน้า พาดผ่านหลังคายาวไปจนถึงฝาท้าย ทั้งยังมีหมายเลข 52 บนประตูซึ่งเป็นเลขเดียวกับหมายเลขของรถแข่งในปี 1965 ส่วนหลังคามีทั้งแบบกระจก Glaced และหลังคา Panoramic Sunroof เสริมด้วยล้อขนาด 18 นิ้ว โดยในรุ่นเครื่องยนต์สันดาป จะใส่ล้อลาย JCW Lap Spoke 2-tone Design ส่วนรุ่นขุมพลัง EV จะใส่ล้อลาย JCW Mastery Spoke สีดำมาให้แทน
ห้องโดยสารของ MINI 1965 Victory Edition ตกแต่งพิเศษเช่นกัน เริ่มต้นกับกันเตะประตูระบุเลข 1965 สีขาว บนพื้นสีดำ โทนสีห้องโดยสารมาในสไตล์ JCW ที่ผสานสีเทา Anthracite เข้ากับสีแดง ที่ตำแหน่งพวงมาลัย 6 นาฬิกาและบนเก๊ะเก็บของระบุหมายเลข 1965 ปิดท้ายด้วยเคสกุญแจสีดำระบุหมายเลข 52 ตอกย้ำความพิเศษที่สานต่อความสำเร็จ จากตำนานตัวแข่งในอดีต
MINI 1965 Victory Edition พร้อมออกจำหน่ายในหลายตลาดที่ร่วมรายการ ตั้งแต่เดือนมีนาคมนี้เป็นต้นไป ส่วนลูกค้าในยุโรปจะได้สัมผัสตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2026 ส่วนขุมพลังมีให้เลือกด้วยกัน 3 แบบ ไม่แตกต่างจากเวอร์ชั่นปกติ ดังรายละเอียดโดยสังเขปต่อไปนี้
- MINI Cooper S เครื่องยนต์เบนซิน แบบ 4 สูบ ขนาด 2.0 ลิตร เทอร์โบ กำลังสูงสุด 204 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 300 นิวตันเมตร เร่ง 0 – 100 กิโลเมตร/ชั่วโมง ใน 6.6 วินาที
- MINI John Cooper Works เครื่องยนต์เบนซิน เทอร์โบ กำลังสูงสุด 231 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 380 นิวตันเมตร เร่ง 0 – 100 กิโลเมตร/ชั่วโมง ใน 6.1 วินาที
- MINI John Cooper Works Electric ขุมพลังไฟฟ้า กำลังสูงสุด 258 แรงม้า เร่ง 0 – 100 กิโลเมตร/ชั่วโมง ใน 5.9 วินาที
ที่มา: BMW
