MG เปิดตัวรถครอสโอเวอร์ขุมพลังไฟฟ้าล้วนรุ่นใหม่ในตระกูล MG4 อย่างเป็นทางการภายใต้ชื่อ MG 4X ซึ่งถือเป็น SUV พลังงานไฟฟ้ารุ่นแรกของไลน์ MG4 โดยชื่อ “X” ถูกใช้เพื่อสื่อถึงแนวคิด “ความเป็นไปได้ที่ไม่สิ้นสุด” สำหรับกลุ่มลูกค้าคนรุ่นใหม่ พร้อมปรับสูตรความสำเร็จของ MG4 จากรถ Hatchback สุดสปอร์ต (ในจีนเป็นเจเนอเรชั่นที่ 2 ) ให้กลายเป็นครอสโอเวอร์ที่ตอบโจทย์ตลาด SUV ซึ่งมีปริมาณความต้องการสูงในปัจจุบัน

 

ในด้านมิติตัวถัง MG 4X มีความยาว 4,395 มม. กว้าง 1,842 มม. สูง 1,551 มม. และระยะฐานล้อ 2,750 มม. น้ำหนักตัวรถประมาณ 1,485 กก. ซึ่งใหญ่กว่าและมีฐานล้อยาวกว่าคู่แข่งสำคัญอย่าง BYD Atto 2 เล็กน้อย โดย MG วางตำแหน่งรถรุ่นนี้ให้เป็นครอสโอเวอร์ไฟฟ้าที่อยู่ระหว่างรถ Hatchback สมรรถนะสูงกับ SUV ที่เน้นการใช้งานจริง พร้อมดึงดูดลูกค้ารุ่นใหม่ด้วยเทคโนโลยีขั้นสูงในตลาดรถยนต์ไฟฟ้าที่แข่งขันกันอย่างเข้มข้น

ในด้านงานออกแบบ MG 4X หากแฟนๆแบรนด์รถอังกฤษรายนี้คุ้นหน้าคุ้นตาก็คงจะไม่แปลก เนื่องจากเป็นตัวถังเดียวกันกับ S5 EV ที่กำลังไปได้สวยในตลาดบ้านเรา และยังคงใช้แนวทางการออกแบบของตระกูล MG4 แต่ได้เพิ่มองค์ประกอบแบบ SUV ให้มีความชัดเจนยิ่งขึ้น ด้านหน้ามาพร้อมโลโก้เรืองแสงเอกลักษณ์ของแบรนด์จับคู่กับแถบไฟ through-type light bar แบบใหม่ที่พาดยาวตลอดแนวด้านหน้าเพื่อเพิ่มความโดดเด่น ขณะที่กันชนหน้าถูกออกแบบให้มีรูปทรงที่ดูสปอร์ตและดุดันมากขึ้นเพื่อสะท้อนภาพลักษณ์สปอร์ตของแบรนด์

 

มุมมองด้านข้างโดดเด่นด้วยเส้นสายที่คมชัดพาดยาวตลอดตัวรถ พร้อมความสูงใต้ท้องรถที่เพิ่มขึ้นตามตำแหน่งของรถในกลุ่ม SUV ส่วนด้านท้ายคาดว่าจะติดตั้งไฟท้ายแบบพาดยาวเต็มความกว้างตัวรถ ซึ่งมีแนวทางการออกแบบคล้ายกับ MG4 Electric Hatchback ที่ทำตลาดอยู่ในปัจจุบัน

แม้ว่ารายละเอียดภายในห้องโดยสารจะยังไม่ถูกเปิดเผยทั้งหมด แต่ MG ยืนยันว่า MG 4X จะมาพร้อมระบบ Smart Cockpit ที่พัฒนาร่วมกับผู้ผลิตมือถือชื่อดังอย่าง Oppo ผ่านระบบ “Hand-Car Interconnection” ที่ช่วยให้สมาร์ตโฟนสามารถเชื่อมต่อและโต้ตอบกับระบบ Infotainment ของรถได้อย่างลื่นไหลและแทบไม่มีความหน่วงใดๆ

 

ในด้านระบบช่วยขับขี่ รถรุ่นนี้ใช้ Hardware ที่พัฒนาร่วมกับ Horizon Robotics พร้อมรองรับฟังก์ชันช่วยขับขั้นสูง เช่น High-speed Navigate on Pilot (NOA) และระบบช่วยจอดรถอัตโนมัติ ซึ่ง MG ระบุว่ามอบประสบการณ์การใช้งานที่ดีที่สุดในกลุ่มราคานี้

จุดเด่นสำคัญของ MG 4X อยู่ที่เทคโนโลยีแบตเตอรี่แบบ liquid-solid-state ซึ่งถูกนำมาใช้ต่อจากรุ่น MG4 Anxin Edition โดยแพ็กแบตเตอรี่ที่ให้ระยะทางขับขี่สูงสุด 510 กม. (CLTC) ใช้ระบบเคมีแบบแมงกานีสและมีปริมาณอิเล็กโทรไลต์เหลวเพียงประมาณ 5% ช่วยเพิ่มเสถียรภาพด้านความร้อนและปรับปรุงประสิทธิภาพการทำงานในสภาพอากาศหนาวเย็นได้ดีกว่าแบตเตอรี่ลิเธียมทั่วไป

ที่มา: Carnewschina