Toyota ประกาศแผนลงทุนครั้งใหญ่ในสหรัฐอเมริกามูลค่า 1 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ หรือประมาณ 32,633 ล้านบาท เพื่อเพิ่มศักยภาพการผลิตรถยนต์ภายในสหรัฐฯ โดยเน้นไปที่รถ EV เป็นหลัก นับเป็นท่าทีที่สวนทางกับผู้ผลิตรถยนต์หลายรายในสหรัฐฯ ที่เริ่มชะลอแผน EV ท่ามกลางความไม่แน่นอนของตลาด
จากงบลงทุนทั้งหมด 800 ล้านเหรียญสหรัฐฯ จะถูกนำไปลงทุนกับโรงงาน Georgetown มลรัฐเคนทักกี เพื่อรองรับการผลิต EV รุ่นใหม่เป็นรุ่นที่ 2 ในสหรัฐฯ ควบคู่กับการเพิ่มกำลังผลิตรถรุ่นสำคัญอย่าง Camry และ RAV4 ขณะที่อีก 200 ล้านหรียญสหรัฐฯ จะถูกนำไปลงทุนกับโรงงาน Princeton มลรัฐอินเดียนา เพื่อขยายการผลิตรุ่น Grand Highlander รวมถึงรุ่นอื่นอย่าง Sienna และ Lexus TX
โดยรถ EV รุ่นแรกที่จะผลิตในโรงงานเคนทักกี ได้แก่ Highlander EV ที่เพิ่งจะเปิดตัวไปหมาดๆ ในฐานะรถ SUV แบบ 3 แถว ซึ่งจะเปลี่ยนไปเป็นรถ BEV อย่างเต็มรูปแบบ หลังจาก Highlander รุ่นเครื่องยนต์สันดาปจะยุติการผลิตภายในปี 2026 นี้ ขณะที่ Grand Highlander จะยังคงมีทั้งขุมพลังเบนซินและ Hybrid ต่อไป
สำหรับรถ BEV รุ่นที่สอง ถึงแม้ Toyota จะยังไม่เปิดเผยรายละเอียด แต่มีรายงานว่าอาจพัฒนาบนพื้นฐานของ RAV4 หรือ Land Cruiser โดยหนึ่งในตัวเลือกที่เป็นไปได้คือ Land Cruiser Se รถต้นแบบ SUV ขุมพลังไฟฟ้า 3 แถว ที่มาพร้อมโครงสร้าง unibody และสมรรถนะสำหรับสายลุย
อีกทางเลือกหนึ่งคือการพัฒนาโมเดลจากแบรนด์ Lexus โดย Toyota เคยเผย Lexus Electrified Concept ซึ่งเป็น SUV ไฟฟ้าขนาดใหญ่ระดับพรีเมียม มีเป้าหมายแข่งขันกับคู่แข่งในตลาดอย่าง Cadillac Vistiq และ Rivian R1S ซึ่งหากผลิตในสหรัฐฯ จะช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้กับกลุ่มรถหรูไฟฟ้า
นอกจากนี้ยังมีความเป็นไปได้ที่ Toyota จะร่วมมือกับ Subaru ในการพัฒนา EV รุ่นใหม่ เช่น SUV แบบ 3 แถวที่อาจต่อยอดจาก Ascent โดยรายละเอียดเพิ่มเติมของฝั่ง Subaru อาจถูกเปิดเผยในงาน New York International Auto Show ซึ่งจะจัดขึ้นในเร็ว ๆ นี้
โดยรวมแล้ว Toyota กำลังเร่งเครื่องในตลาด EV อย่างจริงจัง เห็นได้จากการเปิดตัวและปรับปรุงไลน์อัปปี 2026 เช่น Toyota bZ (เดิม bZ4X) ที่ปรับงานออกแบบ เทคโนโลยีขุมพลัง เพิ่มระยะทางและระบบชาร์จใหม่ รวมถึงรุ่นใหม่อย่าง C-HR+ และ bZ Woodland ขณะที่ฝั่ง Lexus ก็มีทั้ง RZ รุ่น Minorchange และ ES ใหม่ที่มาพร้อมขุมพลัง Hybrid และไฟฟ้าล้วน สะท้อนการเปลี่ยนผ่านครั้งสำคัญของ Toyota จากความระมัดระวังสู่การลงทุน EV อย่างเต็มรูปแบบ
ที่มา: Insideevs
