Lotus เคยนำรหัส Scura มาใช้แล้วครั้งหนึ่งในปี 2009 กับ Exige Scura ซึ่งเป็นรุ่นพิเศษผลิตจำนวนจำกัด ล่าสุด มีการนำรหัสนี้กลับมาใช้อีกครั้งใน Lotus Emira Scura โดยชื่อ Scura มีรากศัพท์มาจากภาษาอิตาเลี่ยน แปลว่า ‘ความมืดมิด’ แนวทางการตกแต่งจึงคุมโทนมืดเอาไว้สมกับชื่อรุ่น เริ่มต้นกับตัวถังสีเทา Satin Nebulous Grey ตัดกับหลังคาและกระจกมองข้างสีดำเงา พร้อมบ่งบอกความพิเศษด้วยโลโก้ Scura
Lotus Emira Scura มากับล้อ Forged ขนาด 20 นิ้ว ตัดกับคาลิปเปอร์เบรกสีแดง ทั้งยังมีการเสริมสมรรถนะด้วย Driver’s Pack ซึ่งจะติดตั้งช่วงล่างแบบ Sport และ ยาง Michelin Pilot Sport Cup 2 มาให้ ส่วนห้องโดยสารตกแต่งด้วย Alcantara สีเทาดำทั้งลำ ตัดด้วยการใช้สีแดงตัดในส่วนของตะเข็บด้าย, เข็มขัดนิรภัย และ ตำแหน่ง 12 นาฬิกาบนพวงมาลัย เครื่องเสียงมาพร้อมลำโพง KEF 10 ตำแหน่ง ปิดท้ายด้วยกระจกกรองแสง
ขุมพลังของ Lotus Emira Scura มีข้อมูลเฉพาะเวอร์ชั่นสหรัฐฯ ซึ่งคงเดิมกับ เครื่องยนต์เบนซิน แบบ V6 ขนาด 3.5 ลิตร Supercharger กำลังสูงสุด 406 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 420 นิวตันเมตร จับคู่เกียร์ธรรมดา 6 จังหวะเท่านั้น เร่ง 0 – 96 กิโลเมตร/ชั่วโมง ใน 4.2 วินาที ทำความเร็วสูงสุดได้ 290 กิโลเมตร/ชั่วโมง ส่วนอีกทางเลือกไม่แน่ชัดว่าจะมีให้เลือกในเวอรชั่นตลาดอื่นหรือไม่ โดยอีกตัวเป็น เครื่องยนต์เบนซิน แบบ 4 สูบ ขนาด 2.0 ลิตร เทอร์โบ จาก Mercedes-AMG กำลังสูงสุด 406 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 480 นิวตันเมตร
Lotus Emira Scura จะเริ่มการผลิตในช่วงปลายเดือนมีนาคมนี้ และมีข้อมูลว่าจำกัดจำนวนโควต้าสำหรับตลาดสหรัฐฯ ไว้ที่ 60 คัน ส่วนราคาจำหน่ายจะมีการประกาศอีกครั้ง ตอนใกล้ถึงกำหนดเปิดตัว คาดว่าจะสูงจากรุ่นปกติไม่มากนัก โดยค่าตัวเริ่มต้นในสหรัฐฯ อยู่ที่ 106,900 USD (ราว 3,501,000 บาท) ในรุ่นขุมพลัง 4 สูบ เทอร์โบ และ 112,900 USD (ราว 3,698,000 บาท) ในรุ่นขุมพลัง V6 Supercharger
