BYD เดินหน้าปรับอุปกรณ์และทคโนโลยีรถรุ่นต่างๆ ที่จำหน่ายในปัจจุบันอย่างต่อเนื่อง โดยในช่วงต้นปี 2026 ได้เปิดตัว Seal 06 GT รุ่นขุมพลังไฟฟ้าล้วน และ Seal 06 DM-i Touring รถแวกอนขุมพลัง Plug-in hybrid ตัวถังแวกอน

โดย Seal 06 GT ที่เป็นรถตัวถัง Hatchback ขุมพลังไฟฟ้าล้วนมีให้เลือก 4 รุ่นย่อย ได้แก่ 520 520 Plus 620 Plus และ 620 Max โดยมีช่วงราคาจำหน่ายตั้งแต่ 128,900–169,900 หยวน (612,189–806,912 บาท) โดยทุกรุ่นจะมาพร้อมแบตเตอรี่ Blade เจเนอเรชั่นที่ 2 และเทคโนโลยีชาร์จเร็วแบบ Flash Charging ซึ่งเป็นจุดขายสำคัญของ BYD

 

ด้านงานออกแบบ Seal 06 GT ยังคงรูปแบบเดิมที่ได้รับแรงบันดาลใจจากรถต้นแบบ Ocean-M Concept มาพร้อมไฟหน้าทรงเรียว กระจังหน้าทรงสามช่อง และเส้นสายบนฝากระโปรงที่เห็นได้ชัดเจน และได้เพิ่มสีตัวถังใหม่อย่างสีม่วง Aurora Purple และสีแดง Portia Rose Red ตัวรถมีขนาดยาว 4,630 มม. ระยะฐานล้อ 2,820 มม.

ภายในห้องโดยสารใช้งานออกแบบตามเอกลักษณ์ของ BYD พร้อมหน้าจอกลางขนาด 15.6 นิ้ว หน้าปัดแสดงข้อมูลการขับขี่ 10.25 นิ้ว และพวงมาลัยมัลติฟังก์ชันแบบ 3 ก้าน พร้อมเปลี่ยนมาใช้เกียร์แบบคอลัมน์ที่คอพวงมาลัยและปรับดีไซน์คอนโซลกลางใหม่ให้ดูเรียบหรูยิ่งขึ้น

 

ระบบช่วยขับขี่ ADAS มีความแตกต่างตามรุ่นย่อย โดยรุ่นย่อย 520 Plus และ 620 Plus ที่ติดตั้งระบบ “God’s Eye C” ขณะที่รุ่นท็อป 620 Max มาพร้อมระบบ “God’s Eye B” ที่มีอุปกรณ์ LiDAR ส่วนรุ่นเริ่มต้น 520 จะไม่มีระบบนี้

ข้อมูลขุมพลังของรุ่น 520 และ 520 Plus ทั้ง 2 รุ่นจะใช้มอเตอร์ไฟฟ้าที่มีกำลัง 268 แรงม้า พร้อมแบตเตอรี่ความจุ 57.54 kWh วิ่งได้ระยะทางสูงสุด 520 กม. (ตามมาตรฐาน CLTC) ส่วนรุ่น 620 Plus และ 620 Max ใช้แบตเตอรี่ความจุ 69.07 kWh ทำให้วิ่งได้ไกลขึ้นเป็น 620 กม.

 

ในขณะเดียวกัน Seal 06 DM-i Touring ซึ่งเป็นตัวถังแวกอนที่เปิดตัวพร้อม 4 รุ่นย่อย ราคาจำหน่าย 111,900–139,900 หยวน (531,450–664,431 บาท) โดยยังคงมีงานออกแบบด้านหน้าที่โค้งมน พร้อมไฟหน้าเรียวและเพิ่มความโดดเด่นด้วยตัวถังแวกอนที่ช่วยเพิ่มพื้นที่เก็บสัมภาระและพื้นที่ศีรษะด้านหลัง

ตัวรถมีความยาว 4,850 มม. ระยะฐานล้อ 2,790 มม. ภายในมีหน้าจอให้เลือกทั้งขนาด 12.8 นิ้ว และ ขนาด 15.6 นิ้ว ตามรุ่นย่อย รองรับฟีเจอร์ทันสมัย เช่น ระบบชาร์จโทรศัพท์ไร้สาย 50W เบาะปรับไฟฟ้าพร้อมระบายอากาศ/ทำความร้อน ซันรูฟ และฝาท้ายไฟฟ้า พร้อมระบบ DiLink 150

 

ขุมพลัง DM-i ใช้เครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบ ความจุ 1.5 ลิตร ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้า ที่ให้กำลังมอเตอร์ 235 แรงม้า โดยมีแบตเตอรี่ให้เลือกทั้งความจุ 25.28 kWh (ที่วิ่งด้วยพลังงานไฟฟ้าสูงสุด 200 กม.) และความจุ 34.27 kWh (ที่วิ่งด้วยพลังงานไฟฟ้าล้วนได้ 300 กม.) ตามมาตรฐาน CLTC

BYD ยังเปิดเผยความคืบหน้าโครงการ “Dream Building Station Plan” โดยมีผู้สมัครเข้าร่วมกว่า 42,770 ราย สร้างสถานีชาร์จเร็วแล้ว 182 แห่ง และตั้งเป้าสร้างให้ครบ 1,000 แห่งภายในวันที่ 1 พฤษภาคม สะท้อนการเดินหน้าขยายโครงสร้างพื้นฐาน EV อย่างรวดเร็ว การเปิดตัวครั้งนี้ตอกย้ำกลยุทธ์ของ BYD ในการนำเสนอรถยนต์พลังงานใหม่ที่มีราคาคุ้มค่า เทคโนโลยีล้ำสมัย และตอบโจทย์ทั้งกลุ่มรถไฟฟ้าและไฮบริดในตลาดที่แข่งขันสูงอย่างต่อเนื่อง

ที่มา: Carnewschina