Mercedes-Benz เตรียมอัพเดท EQS ครั้งสำคัญในรุ่นปี 2027 โดยไฮไลต์อยู่ที่การนำระบบบังคับเลี้ยวแบบ steer-by-wire มาใช้งาน พร้อมพวงมาลัยทรง Yoke ซึ่งถือเป็นครั้งแรกของแบรนด์ แม้ EQS จะเคยได้รับเสียงตอบรับแบบก้ำกึ่ง ถึงแม้จะมียอดขายไม่โดดเด่นนัก แต่ Mercedes-Benz ยังคงเดินหน้าพัฒนาอย่างต่อเนื่องจนกว่าจะหมดอายุตลาด
แม้ในทางเทคนิค EQS จะเป็นรถที่ล้ำสมัยตั้งแต่เปิดตัว แต่กลับไม่ได้รับเสียงตอบรับที่ดีมากนัก ส่งผลให้กลายเป็นหนึ่งในโมเดลที่ขายช้าที่สุดของแบรนด์ดาวสามแฉก อย่างไรก็ตาม หลังจากการปรับโฉมในปี 2025 ที่เน้นดีไซน์ให้ดูเป็นรถ Mercedes แบบดั้งเดิมมากขึ้น ทางค่ายยังมีแผนอัพเกรดครั้งใหญ่ในรุ่นปี 2027 ซึ่งคาดว่าจะเปิดตัวภายในปี 2026 นี้


การเปลี่ยนแปลงที่สำคัญที่สุดคือระบบ steer-by-wire ซึ่งตัดการเชื่อมต่อทางกลระหว่างพวงมาลัยกับล้อหน้าออกไป โดยเปลี่ยนมาใช้การควบคุมด้วยสัญญาณไฟฟ้าแทน ส่งผลให้สามารถใช้พวงมาลัยแบบ Yoke ได้ และยังช่วยให้สามารถปรับอัตราทดพวงมาลัยแบบแปรผันตามความเร็วได้อย่างอิสระ
ระบบดังกล่าวจะทำให้ในความเร็วต่ำเพื่อให้ล้อสามารถหักเลี้ยวได้มากขึ้นเพื่อช่วยให้เลี้ยวได้ง่าย ขณะที่ความเร็วสูงจะลดองศาการเลี้ยวลงเพื่อเพิ่มความมั่นคง อีกทั้งยังทำงานร่วมกับระบบเลี้ยวล้อหลัง (rear-axle steering) เพื่อเพิ่มความคล่องตัวโดยรวม
ในกรณีที่ระบบหลักเกิดความขัดข้อง ระบบควบคุมเสถียรภาพ (stability control) จะทำหน้าที่เป็นระบบสำรอง เพื่อให้ยังคงสามารถควบคุมรถได้ โดย Mercedes ระบุว่าระบบใหม่นี้จะมอบความรู้สึกการบังคับเลี้ยวแบบใหม่ที่แม่นยำ เบามือและช่วยให้การจอดรถหรือการควบคุมในพื้นที่แคบทำได้ง่ายขึ้น
แม้ตัวรถต้นแบบยังถูกพรางตัว แต่คาดว่าจะมีการปรับดีไซน์ภายนอกพอสมควร รวมถึงการนำเทคโนโลยีจาก Mercedes-Benz S-Class รุ่นปรับปรุงใหม่มาใช้ โดยเฉพาะระบบ Infotainment ที่ล้ำสมัยยิ่งขึ้น
อีกหนึ่งการเปลี่ยนแปลงสำคัญคือการอัพเกรดไปใช้สถาปัตยกรรมไฟฟ้า 800V ซึ่งช่วยลดเวลาในการชาร์จและเพิ่มประสิทธิภาพด้านการจัดการพลังงาน พร้อมติดตั้งมอเตอร์ไฟฟ้ารุ่นใหม่ eATS 2.0 ที่ให้พละกำลังสูงขึ้น
แม้ว่าดีไซน์ทรงแปลกตาของ EQS ไม่อาจถูกเปลี่ยนโฉมได้ในเร็ววันและอาจเป็นข้อกังขาให้บรรดาแฟนๆ จำนวนมาก แต่การอัพเดตครั้งนี้ถือเป็นความพยายามของ Mercedes-Benz ในการเพิ่มความน่าสนใจให้กับรถเรือธงไฟฟ้า โดยเทคโนโลยีใหม่เหล่านี้มีแนวโน้มจะถูกนำไปใช้ในรถไฟฟ้าระดับ S-Class ในอนาคตอีกด้วย
ที่มา: Autoblog , Mercedes-Benz
