Cupra เปิดตัว Raval รถไฟฟ้าตัวถัง Hatchback ขนาดเล็กรุ่นใหม่ล่าสุด ที่ถูกวางให้เป็นคู่แข่งโดยตรงของ Renault 5 ในตลาดยุโรป โดยตั้งราคาเริ่มต้นต่ำกว่า 23,000 ปอนด์ หรือประมาณ 900,000 บาท ถือเป็นหนึ่งใน EV ที่เข้าถึงง่ายที่สุดของกลุ่ม Volkswagen Group

 

Raval ถือเป็นรถรุ่นแรกในกลุ่ม EV ขนาดเล็กเจเนอเรชั่นใหม่ของ Volkswagen Group ที่ใช้งานวิศวกรรมพื้นฐาน MEB Plus ซึ่งเป็นเวอร์ชันปรับปรุงจากโครงสร้างเดิมใน Cupra Born โดยมีการลดต้นทุน เช่น เปลี่ยนช่วงล่างหลังจากแบบอิสระมัลติลิงก์เป็นคานแข็งทอร์ชันบีม

ตัวรถมีขนาดยาว 4.05 เมตร กว้าง 1.78 เมตร และสูง 1.52 เมตร พร้อมระยะฐานล้อ 2.60 ม. ใหญ่กว่า Renault 5 เล็กน้อย พร้อมจุดเด่นด้านความสปอร์ต โดยช่วงล่างถูกปรับให้เตี้ยลง 15 มม. และกว้างขึ้น 10 มม. จากสเปกพื้นฐานของ MEB Plus

 

ถึงแม้เป็นรถไซซ์เล็ก แต่ห้องเก็บสัมภาระมีความจุถึง 441 ลิตร ซึ่งมากกว่า Born เสียอีก ด้วยการออกแบบและการจัดการพื้นที่ใต้ห้องโดยสารแบบเดียวกับ Gigabox ใน Ford Puma Gen-E

ภายในห้องโดยสาร Cupra เน้นประสบการณ์แบบ immersive เช่น ระบบไฟฉายโปรเจกเตอร์แสดงแอนิเมชันบนแผงประตู ปรับตามโหมดการขับขี่ หน้าจอมาตรวัดขนาด 10.25 นิ้ว และหน้าจอระบบ Infotainment ขนาด 12.9 นิ้ว

 

เบาะนั่งแบบ Cup bucket ใช้วัสดุ “3D Knit” มีน้ำหนักเบาและไทวัสดุที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น โดยสามารถรีไซเคิลได้ง่ายเพราะผลิตเป็นชิ้นเดียว

 

Cupra เปิดตัว Raval พร้อมตัวเลือกหลากหลายถึง 4 รุ่นย่อย 4 ตามระดับพละกำลัง และแบตเตอรี่ 2 ขนาด เริ่มจากรุ่น Core ที่ใช้มอเตอร์หน้า 116 แรงม้า คู่กับแบตเตอรี่ LFP ความจุ 37 kWh สามารถวิ่งได้ระยะทางสูงสุดต่อ 1 รอบการชาร์จประมาณ 300 กม. (ตามมาตรฐาน WLTP) และรองรับชาร์จเร็ว 50 kW (10-80% ใน 27 นาที) นอกจากนี้ยังรองรับฟังชั่นจ่ายพลังงานไฟฟ้ากับอุปกรณ์ต่างๆ Vehicle-to-Load (V2L)

 

รุ่นกลาง V1 และ V2 ให้พละกำลัง 135 แรงม้า และ 211 แรงม้า ตามลำดับ พร้อมตัวเลือกแบตเตอรี่ NMC ความจุ 52 kWh ที่เพิ่มระยะทางสูงสุดเป็น 450 กม. และรองรับชาร์จเร็วสูงสุด 105 kW

สำหรับรุ่นท็อปรุ่นท็อป VZ (Veloz) ซึ่งเป็นเวอร์ชันสปอร์ตเต็มตัว มอเตอร์จะให้พละกำลังสูงสุดให้กำลังสูงสุด 226 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 290 นิวตัน-เมตร ส่งกำลังสู่ล้อหน้าผ่านเฟืองท้ายแบบไฟฟ้า (e-LSD) สามารถทำอัตราเร่งจากความเร็ว 0-100 กม./ชม. ได้ภายในเวลา 6.8 วินาที และความเร็วสูงสุด 175 กม./ชม. โดยระยะทางจะลดลงเหลือ 400 กิโลเมตร

 

รุ่น VZ ยังได้อัปเกรดช่วงล่างใหม่ รองรับแรง G ด้านข้างที่สูงขึ้น พร้อมระบบ Dynamic Chassis Control (DCC) และสามารถปิดระบบควบคุมเสถียรภาพได้ทั้งหมด เพื่อเพิ่มความสนุกในการขับขี่

Raval ถือเป็นรถที่มีบทบาทสำคัญต่อการเติบโตของ Cupra โดยบริษัทตั้งเป้าให้กลายเป็นรุ่นขายดีที่สุดภายในปี 2028 แซงหน้า Cupra Formentor ที่เคยทำยอดขายกว่า 100,000 คันต่อปีทั่วโลก

ที่มา: Autocar