เมื่อวันที่ 14 เมษายน 2026 ขณะที่ชาวไทยกำลังฉลองเทศกาลสงกรานต์กันอยู่แบบร้อนระอุนั้น Nissan ได้ประกาศวิสัยทัศน์ “Mobility Intelligence for Everyday Life” เพื่อกำหนดทิศทางธุรกิจในระยะยาวหลังจากนี้ โดยเน้นการผสานเทคโนโลยีอัจฉริยะเข้ากับการใช้งานจริงในชีวิตประจำวันของผู้บริโภค โดยจะเน้นประสบการณ์ของลูกค้าเป็นศูนย์กลาง พร้อมตั้งเป้าหมายให้รถรุ่นใหม่ๆ ในอนาคตมีความปลอดภัย ใช้งานง่าย ผ่านการพัฒนาเทคโนโลยีและผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ความต้องการที่หลากหลายทั่วโลก

หัวใจสำคัญของกลยุทธ์คือการพัฒนา AI-Defined Vehicles (AIDV) ซึ่งเป็นรถยนต์ที่ขับเคลื่อนด้วยซอฟต์แวร์และ AI โดยรวมสองเทคโนโลยีหลัก ได้แก่ Nissan AI Drive ที่เน้นด้านการขับขี่อัตโนมัติและความปลอดภัย และ Nissan AI Partner ที่ทำหน้าที่เป็นผู้ช่วยอัจฉริยะภายในรถ ช่วยจัดการกิจกรรมต่างๆ ระหว่างการเดินทาง เช่น การสื่อสาร การวางแผนเส้นทาง และการเชื่อมต่อกับชีวิตประจำวันของผู้ใช้ โดย Nissan ตั้งเป้าให้เทคโนโลยี AI Drive ติดตั้งในรถจำนวนกว่า 90% ของรถทั้งหมดในอนาคต

ในด้านระบบช่วยขับขี่ Nissan เตรียมยกระดับระบบ ProPILOT ไปสู่เจเนอเรชันใหม่ที่รองรับการขับขี่อัตโนมัติแบบ end-to-end ภายในปี 2027 ซึ่งจะประมวลผลข้อมูลแบบครบวงจร ตั้งแต่การรับรู้สภาพแวดล้อมการจราจร การตัดสินใจ ไปจนถึงการควบคุมรถแบบอัตโนมัติ โดยรถรุ่นใหม่อย่าง Elgrand จะเป็นรถรุ่นแรกที่เริ่มใช้ระบบนี้ เพื่อยกระดับความปลอดภัยและลดภาระของผู้ขับขี่ในสถานการณ์จริง

 

อีกสิ่งหนึ่งที่ขาดไปไม่ได้คือการที่ Nissan ยังคงเดินหน้ากลยุทธ์ Electrification แบบเปิดกว้าง โดยไม่จำกัดเฉพาะรถยนต์ไฟฟ้าล้วน (BEV) เท่านั้น แต่ยังพัฒนาเทคโนโลยีหลากหลายรูปแบบ เช่น ขุมพลัง e-POWER ซึ่งเป็นระบบไฮบริดที่ใช้มอเตอร์ไฟฟ้าเป็นตัวขับเคลื่อนหลัก รถ Full hybrid หรือ HEV สำหรับรถโครงสร้างแบบเฟรมแขสซี รวมถึงขุมพลัง Plug-in hybrid และ Range Extender แบบครบวงจรผ่านความร่วมมือกับพันธมิตรค่ายต่างๆ เพื่อให้ลูกค้าในแต่ละตลาดสามารถเลือกเทคโนโลยีที่เหมาะสมกับการใช้งานและโครงสร้างพื้นฐานของตนเอง

ในด้านผลิตภัณฑ์ Nissan วางแผนปรับพอร์ตครั้งใหญ่ โดยลดจำนวนรุ่นจาก 56 รุ่น เหลือ 45 รุ่น เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการทำตลาดและการลงทุน พร้อมกำหนดบทบาทของแต่ละรุ่นให้ชัดเจนผ่าน 4 กลุ่มหลัก ได้แก่ Heartbeat (สร้างภาพลักษณ์และอารมณ์) Core (รุ่นขายหลัก) Growth (ขยายตลาดใหม่) และ Partner (พัฒนาร่วมกับพันธมิตร) และยังได้เผยโฉมรถรุ่นสำคัญ 4 รุ่น ได้แก่

  • New X-Trail และ Rogue Hybrid e-POWER (T34) ถือเป็นหัวหอกหลักระดับโลกของ Nissan ที่มาพร้อมระบบขับเคลื่อนเอกลักษณ์ e-POWER ใช้มอเตอร์ไฟฟ้าเป็นตัวขับเคลื่อนหลัก ที่มอบทั้งความประหยัดแบบ Full hybrid และฟีลลิ่งการขับขี่แบบรถไฟฟ้า โดยไม่จำเป็นต้องเสียบชาร์จไฟ
  • Juke EV โมเดลหลักหรับตลาดยุโรป ที่ผสานดีไซน์โดดเด่นเป็นเอกลักษณ์เข้ากับระบบขับเคลื่อนไฟฟ้าเต็มรูปแบบ พร้อมเทคโนโลยีอัจฉริยะเพื่อยกระดับประสบการณ์การใช้งาน
  • Xterra ถือเป็นรถกลุ่ม Heartbeat สำหรับตลาดสหรัฐอเมริกา เน้นภาพลักษณ์แข็งแกร่ง สานต่อตำนานที่ห่างหายไปกว่าทศวรรษ ด้วยโครงสร้างตัวถังแบบ Body-on-frame พร้อมลุยอย่างเต็มความสามารถ ตอบโจทย์การใช้งานจริงและความสามารถออฟโรด
  • Skyline รุ่นสุดท้ายที่ถือเป็นกลุ่ม Heartbeat สำหรับตลาดญี่ปุ่น ที่เน้นสมรรถนะ ความแม่นยำในการควบคุม และบุคลิกการขับขี่ที่ยึดผู้ขับเป็นศูนย์กลาง ตามเอกลักษณ์ของรถสปอร์ตซีดานระดับตำนาน

 

Nissan ยังได้ปรับแนวทางการพัฒนาและการผลิตไปสู่แนวคิด Product Family ซึ่งเน้นการใช้งานวิศวกรรมพื้นฐาน ระบบขับเคลื่อน และซอฟต์แวร์ร่วมกันในหลายรุ่น แทนการพัฒนาแบบแยกรุ่นต่อรุ่น วิธีนี้ช่วยลดความซับซ้อนทางวิศวกรรม ลดต้นทุนการผลิต และเพิ่มความรวดเร็วในการเปิดตัวรถใหม่ โดยตั้งเป้าให้ 3 กลุ่มผลิตภัณฑ์หลักครอบคลุมมากกว่า 80% ของยอดขายทั่วโลก

 

ในเชิงกลยุทธ์การตลาด Nissan ยังได้กำหนดให้ตลาดญี่ปุ่น สหรัฐอเมริกาและจีน เป็น 3 ตลาดหลักที่มีบทบาทสำคัญทั้งในด้านยอดขายและการพัฒนาเทคโนโลยี โดยตลาดญี่ปุ่นจะเป็นศูนย์ทดสอบและพัฒนาเทคโนโลยีขั้นสูง ในขณะที่สหรัฐฯจะเป็นตลาดสร้างรายได้หลักโดยเน้นรถขนาดใหญ่และ SUV ส่วนจีนจะเป็นฐานสำคัญด้านการพัฒนา NEV ความรวดเร็วในการผลิต และการส่งออกไปยังภูมิภาคอื่น เช่น LATAM และ ASEAN

 

ตลาดที่ส่งผลกระทบกับตลาดไทยคงหนีไม่พ้นประเทศจีน ที่จะทำหน้าที่เป็นฐานสำคัญทั้งในด้านการพัฒนารถรุ่นใหม่ที่รวดเร็วต่อความต้องการ ความคุ้มค่าด้านต้นทุน และการเป็นศูนย์กลางการส่งออกระดับโลก โดย Nissan มีแผนเสริมความแข็งแกร่งของไลน์อัปรถ NEV เพื่อขยายยอดขายในประเทศควบคู่กับการผลักดันการส่งออก โดยตั้งเป้ายอดขายทั้งหมด 1 ล้านคันภายในปีงบประมาณ 2030 ภายใต้แนวทางนี้ โดยรุ่น N7 จะถูกส่งออกไปยังภูมิภาค LATAM (อเมริกาใต้) และ ASEAN (อาจรวมถึงประเทศไทย) ขณะที่รถกระบะอย่าง Frontier Pro จะทำตลาดใน LATAM ASEAN และตะวันออกกลาง เพื่อสร้างโอกาสการเติบโตผ่านรถยนต์พลังงานไฟฟ้าและระบบไฟฟ้าได้หลากหลายรูปแบบ 

 

วิสัยทัศน์ใหม่ของ Nissan สะท้อนการเปลี่ยนผ่านครั้งสำคัญจากผู้ผลิตรถยนต์แบบดั้งเดิม ไปสู่บริษัทเทคโนโลยีการเดินทางที่ขับเคลื่อนด้วย AI และพลังงานไฟฟ้า ผ่านกลยุทธ์ที่ยืดหยุ่นทั้งด้านผลิตภัณฑ์ เทคโนโลยี และตลาดทั่วโลก ซึ่งจะเป็นรากฐานสำคัญในการสร้างความสามารถในการแข่งขันและการเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว ผ่านรถรุ่นใหม่ที่ตอบโจทย์ความต้องการที่หลากหลายในแต่ละภูมิภาค


ความเห็นของ J!MMY : รถยนต์แทบทุกรุ่นนี้ ผมเคยไปเห็นใน Design Studio ที่ Atsugi Technical Center เมื่อเดือนพฤศจิกายน 2023 แล้ว แต่มีการปรับปรุงรายละเอียดต่างๆ เพิ่มขึ้นจากเดิม เพียงเล็กน้อย….

X-Trail T34 ในตอนนั้น งานออกแบบยังไม่เสร็จสมบูรณ์ แต่ คล้ายคลึงกับรถคันที่เผยโฉมนี้มาก

ยืนยันว่า X-Trail T34 จะมาเมืองไทยแน่นอน แต่อาจต้องรออีกพักใหญ่ ต้องรอให้ตลาดอเมริกาเหนือ เปิดตัวเสียก่อน น่าจะต้องเป็นช่วงปลายปี 2026 ในฐานะรถรุ่นปี 2026 และกว่าจะเปิดตัวในญี่ปุ่น ก็น่าจะเป็นปลายปี 2027

ถ้าเป็นไปได้ อยากให้เมืองไทย เปิดตัวตามหลังตลาดโลกเริ่มออกจำหน่าย แค่ 6 เดือน หรือไม่ก็เริ่มจำหน่ายพร้อมญี่ปุ่นเลย อยากให้ทาง Yokohama HQ พิจารณาเรื่องนี้ด้วย

ส่วน Juke EV นั้น งานออกแบบเหมือนกับเคยเห็นเป๊ะ แต่ การเอาสีดำมาทำทูโทน รอบคัน เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นเพิ่มเติม หลังปี 2023 บอกตรงๆว่า ไม่โอเค มันไปกลบเส้นสายตัวรถเดิมช่วงบั้นท้ายพอสมควรเลย ตัวรถสวยทั้งคัน ยกเว้นไฟหน้า ตอนนั้นผมยังอึ้งเลย อิหยังวะ?
ดีแล้ว ที่ไม่มาไทย เพราะดูแล้ว ไม่น่ารอด แพงแน่ๆ

Skyline เห็นรูป Teaser แล้ว บอกเลยว่า เหมือนกับ หุ่นจำลอง คันที่เคยเห็นเป๊ะ! บอกเลย สวยทั้งคัน และดีใจที่ Nissan ไม่ยกเลิกงานออกแบบที่ทำกันมาตั้งแต่ปี 2021 แล้วเอามา implement ในบอดี้ โฉมปัจจุบัน แบบ Big Minorchange เส้นสายคันจริง สวยมาก มีการนำ ตัวอักษร Cursive.writing จากรถรุ่น Ken and Mary ปี 1972 มาแปะไว้ท้ายรถด้วย!

รอดูเลย ใจนึงก็อยากให้มาเมืองไทย มาแข่งกับ Lexus IS แต่ยอดขาย น่าจะหลักสิบ อาจไม่คุ้มถ้าจะมา

ส่วน XTerra เป็นคันเดียวที่ ผมไม่เคยเห็นงานออดแบบมาก่อน แต่จากเส้นสาย เดาได้ว่าน่าจะเหลี่ยมสัน บึกบึนทั้งคัน เอา Design บางอย่างมาจาก Pathfinder original 1986 รอดูคันจริง และมันจะไม่มาเมืองไทย

ที่มา: Nissan