เมื่อพูดถึงการทำลายสถิติในสนามอันดับหนึ่งของโลกอย่าง Nürburgring ที่ล้วนเป็นสังเวียนให้เหล่ารถสปอร์ตหน้าใหม่จากทั่วโลกมาประลองสมรรถนะขั้นสูงสุด ทั้งในรูปแบบการทำลายสถิติดั้งเดิมของรุ่นก่อนหน้า หรือการเอาชนะคู่แข่งรุ่นสำคัญให้จนได้ โดยล่าสุด Nürburgring Nordschleife กลับมาเดือดอีกครั้ง เมื่อ Ford ได้ส่ง Mustang GTD เวอร์ชันใหม่ที่มีชื่อต่อท้ายว่า “Competition” ประลองความเร็วและสามารถคว้าสถิติเวลาได้ถึง 6 นาที 40.835 วินาที กลายเป็นรถโปรดักชันสัญชาติอเมริกันที่เร็วที่สุดในสนามแห่งนี้
ก่อนหน้านี้ Ford เคยสร้างประวัติศาสตร์ในปี 2024 ด้วยเวลา 6:57.685 นาที และพัฒนาต่อเนื่องจนลดลงเหลือ 6:52.072 นาทีได้ในปีถัดมา แต่ก็ถูก Chevrolet แซงหน้าด้วยการนำ Chevrolet Corvette ZR1 เอาชนะไปที่ 6:50.763 นาที) และล่าสุดกับ Corvette ZR1X ที่ลดลงเล็กน้อยเหลือ 6:49.275 นาที จน Jim Farley ออกมาประกาศว่าทาง Ford จะรุกหลักเพื่อทำลายสถิติให้จนได้
และในปี 2026 คำพูดนั้นก็กลายเป็นจริง เมื่อ Mustang GTD Competition เร็วขึ้นจากสถิติเดิมของตัวเองกว่า 11 วินาที และเร็วกว่า ZR1X เกิน 8 วินาทีอย่างไร้ข้อกังขา
เบื้องหลังความเร็วระดับนี้มาจากการอัพเกรดครั้งใหญ่ โดยยังคงใช้เครื่องยนต์เบนซิน V8 ความจุ 5.2 ลิตร พร้อมระบบอัดอากาศซูเปอร์ชาร์จเจอร์ แต่ได้ปรับจูนใหม่ให้แรงกว่ารุ่นมาตรฐานที่มีพละกำลัง 815 แรงม้า โดยทาง Ford ไม่ได้ระบุตัวเลขแรงม้าใหม่แต่อย่างใด พร้อมลดน้ำหนักด้วยล้อแมกนีเซียม เบาะทำจากคาร์บอนและช่วงล่างที่เบาขึ้น (รุ่นปกติน้ำหนักราว 1,998 กก.)
ด้านแอโรไดนามิกก็ถูกปรับปรุงอย่างจริงจัง ทั้งสปอยเลอร์หลังออกแบบใหม่ พร้อมครีบอากาศด้านหน้า และแผ่นแอโรคาร์บอนไฟเบอร์ด้านหลัง เพื่อเพิ่มแรงกดให้รถยึดเกาะถนนได้ดียิ่งขึ้น ทำงานร่วมกับยางสเปกใหม่ที่มอบสมรรถนะการยึดเกาะที่สูงกว่าเดิม โดยรถคันที่ทำสถิติยังคงขับโดยมือหนึ่งอย่าง Dirk Müller นักขับโรงงานของ Ford Performance และ Multimatic เช่นเดียวกับรอบก่อนหน้า
Mustang GTD รุ่นปกติ
Ford เตรียมผลิตเวอร์ชันถนนของรุ่น Competition แบบจำนวนจำกัด โดยคาดว่าราคาจะสูงกว่ารุ่นปกติที่วางขายอยู่ที่ 327,960 เหรียญสหรัฐฯ (ประมาณ 10,526,040 บาท ไม่รวมภาษีนำเข้า) นอกจากนี้ Ford ยังครองสถิติรถอเมริกันแบบ track-only ที่เร็วที่สุดในสนามเดียวกันจาก Ford GT Mk IV ด้วยเวลา 6:15.977 นาที ซึ่งถือเป็นรถเครื่องยนต์สันดาปที่เร็วที่สุดในสนาม
ที่มา: Motor1
