เมื่อวันที่ 23 เมษายน 2026 Mercedes-Benz ชิงเปิดตัว GLC L EV ครั้งแรกของโลกก่อนงาน Beijing Auto Show 2026 โดยถือเป็นเวอร์ชันฐานล้อยาวพิเศษสำหรับตลาดจีนโดยเฉพาะ ชูจุดขายทั้งเทคโนโลยีงานวิศวกรรมพื้นฐานขุมพลังไฟฟ้าระดับ 800V และช่วงล่างถุงลมที่ยกมาจาก S-Class สะท้อนความพยายามของ Mercedes-Benz ในการยกระดับ SUV ขุมพลังไฟฟ้าให้ใกล้เคียงรถเรือธงมากที่สุด

 

ดีไซน์ภายนอกเลือกใช้แนวทาง Retro ผสมผสานความล้ำสมัย ผ่านกระจังหน้าทรง Shield ที่ได้แรงบันดาลใจจากรถยุค 1900 พร้อมไฟตกแต่ง Backlit มากถึง 942 จุด สามารถแสดงเอฟเฟกต์ “Breathing Light” ขณะปลดล็อกหรือชาร์จ เสริมด้วยโลโก้ดาวเรืองแสง และไฟหน้า Digital LED ที่รองรับระบบปรับไฟสูง-ต่ำอัตโนมัติ เพิ่มทั้งความปลอดภัยและความพรีเมียม

 

ด้านมิติตัวถังถูกขยายเพื่อเอาใจลูกค้าจีน โดยมีความยาวตัวถัง 4,949 มม. กว้าง 1,970 มม. สูง 1,710 มม. และระยะฐานล้อ 3,027 มม. โดยความยาวเพิ่มขึ้นจากรุ่นปกติ 104 มม. และระบะฐานล้อยาวขึ้น 55 มม. ส่งผลให้พื้นที่ภายในห้องโดยสารตอนหลังกว้างขึ้นอย่างชัดเจน เส้นสายด้านข้างเน้นความลื่นไหล มือจับประตูแบบซ่อนไปกับตัวถังช่วยลดแรงต้านอากาศ (แตกต่างจาก iX3 ตลาดจีนที่เพิ่งจะเปิดตัวไปก่อนหน้าที่เปลี่ยนไปใช้มือเปิดประตูแบบธรรมดาตามกฎข้อบัคับใหม่ของจีน)

 

ด้านท้ายมาพร้อมงานออกแบบเหมือนกับรุ่นปกติด้วยไฟท้ายรูปดาวสอดรับกับด้านหน้า เพิ่มเอกลักษณ์แบรนด์ พร้อมสีตัวถังใหม่ เช่น สีเงินอมม่วง Purple Silver สีฟ้า Mist Blue และสีเทาอมเขียว Ink Jade Grey เอาใจตลาดจีนที่ชอบโทนสีแปลกกว่าตลาดอื่นๆ ขณะที่ยังมีช่องเก็บของด้านหน้าหรือ Frunk ขนาด 128 ลิตร ตามสมัยนิยมอีกด้วย

 

ภายในห้องโดยสารยังคงเอกลักษณ์ Mercedes-Benz แต่ยกระดับด้วยเทคโนโลยีใหม่ หน้าจอ MBUX Super Screen ขนาดรวม 39.1 นิ้ว แบ่งเป็นจอกลาง 14.4 นิ้ว และจอผู้โดยสาร 12.3 นิ้ว ทำงานบนระบบ MB.OS ใหม่ ใช้ชิป Snapdragon 8295 รองรับ OTA และผู้ช่วยอัจฉริยะ “Xiao Ben” พร้อม Head-Up Display แสดงข้อมูลการขับขี่บนกระจกหน้า

 

อุปกรณ์อำนวยความสะดวกจัดเต็ม ทั้งเบาะหนังปรับไฟฟ้าพร้อมระบบอุ่น ระบายอากาศ และนวด ระบบเครื่องเสียงจาก Burmester หลังคา Panoramic roof อัจฉริยะปรับความโปร่งแสงได้ 9 ระดับ และระบบปรับอากาศ 3 โซน เน้นความสบายระดับรถหรู และเอาใจผู้โดยสารตอนหลัง

ระบบช่วยการขับขี่รองรับทั้งทางหลวงและในเมือง รวมถึงระบบช่วยจอดอัตโนมัติ ขณะที่ไฮไลท์อย่างช่วงล่างแบบถุงลม (Air Suspension) ปรับความสูงและความหนืดอัตโนมัติตามสภาพถนน เสริมด้วยระบบเลี้ยวล้อหลังสูงสุด 4.5 องศา เพิ่มความคล่องตัวในเมืองและเสถียรภาพที่ความเร็วสูง

 

ขุมพลังเป็นมอเตอร์ไฟฟ้าคู่ขับเคลื่อน 4 ล้อ ให้กำลังรวม 416 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 800 นิวตัน-เมตร ใช้ระบบขับเคลื่อน eATS 2.0 พร้อมเกียร์ 2 จังหวะ แบตเตอรี่ความจุ 89 kWh ให้ระยะทางมากกว่า 700 กม. (มาตรฐาน CLTC) และด้วยระบบไฟ 800V รองรับชาร์จเร็ว สามารถเติมไฟเพื่อเพิ่มระยะทางได้ราว 260 กม. ภายในเวลา 10 นาที

แม้ Mercedes-Benz จะยังทำยอดขายในจีนได้ระดับ 30,000–40,000 คันต่อเดือน แต่ส่วนแบ่งตลาดรถหรูเริ่มถูกแบรนด์จีนหน้าใหม่-เก่า ที่ทยอยแย่งส่วนแบ่งไปอย่างต่อเนื่อง ทำให้ GLC L EV รุ่นนี้ถือเป็นหมากสำคัญในการกลับมาทวงความเป็นผู้นำในตลาด EV ระดับพรีเมียมอีกครั้ง

ที่มา: Carnewschina