Geely เดินเกมใหม่ในโลกยานยนต์ไร้คนขับ ด้วยการเปิดตัว EVA CAB ต้นแบบ Robotaxi สร้างมาเพื่อไร้คนขับโดยเฉพาะ ครั้งแรกของจีน ในเวทีงาน Beijing Auto Show 2026 สะท้อนทิศทางที่อุตสาหกรรมกำลังขยับจากการนำรถโปรดักชันมาดัดแปลง ไปสู่การออกแบบรถใหม่ตั้งแต่ศูนย์เพื่อรองรับ Autonomous Mobility โดยตรง เป็นแนวคิดเดียวกับที่ Waymo ใช้เป็นหมากหลักในสหรัฐฯ

 

หัวใจของรถต้นแบบคันนี้ คือระบบขับขี่อัตโนมัติระดับ L4 ที่ Geely พัฒนาขึ้นเอง โดยผสานเทคโนโลยี World Action Model (WAM) และแนวคิด Physical AI เพื่อให้รถสามารถ รับรู้ คิด และตัดสินใจ ได้ใกล้เคียงมนุษย์มากขึ้นในการใช้งานจริง ตัวระบบถูกออกแบบมาให้ประมวลผลข้อมูลแบบ end-to-end ตั้งแต่การรับภาพจากเซ็นเซอร์ ไปจนถึงการควบคุมตัวรถแบบเรียลไทม์ ลดความซับซ้อนของสถาปัตยกรรมที่เคยแยกส่วนการทำงาน ในระบบเดิม

ในด้านฮาร์ดแวร์ รถติดตั้งชุดเซ็นเซอร์รอบคันมากกว่า 40 จุด ทั้ง LiDAR และกล้องความละเอียดสูง ครอบคลุมการมองเห็นแบบ 360 องศา พร้อมความสามารถในการตรวจจับวัตถุ ซ้อนข้อมูล และคาดการณ์พฤติกรรมของผู้ใช้ถนนรอบข้างได้อย่างแม่นยำ โดย Geely ระบุว่าระบบสามารถรับมือสถานการณ์ยากๆ เช่น การกลับรถหลายจังหวะ หรือการตัดสินใจในสภาพจราจรหนาแน่น ได้สำเร็จในระดับสูงถึงราว 95%

 

ความน่าสนใจไม่ได้หยุดอยู่ที่ตัวรถ แต่คือโครงสร้างธุรกิจที่ถูกวางมาแบบครบวงจร โดยโปรเจกต์นี้พัฒนาร่วมกับ CaoCao Mobility ซึ่งจะทำหน้าที่เป็นผู้ให้บริการ Robotaxi ตั้งแต่การบริหารฟลีทรถ ระบบเรียกรถ ไปจนถึงการดำเนินงานเชิงพาณิชย์ ทำให้ Geely กลายเป็นหนึ่งในไม่กี่ค่ายที่ถือไพ่ครบทั้ง Vehicle + Software + Operation อยู่ในมือเดียว

ตัวรถถูกพัฒนาบนสถาปัตยกรรม AI-native ไม่ใช่การนำรถโปรดักชันมาปรับใช้ ส่งผลให้สามารถจัดวางระบบคอมพิวเตอร์ เซ็นเซอร์ และโครงสร้างตัวถังให้เหมาะสมกับการใช้งาน Robotaxi ตั้งแต่แรก ทั้งในแง่ประสิทธิภาพ ความปลอดภัย และต้นทุนในระยะยาว ซึ่งเป็นโจทย์สำคัญของการใช้งานเชิงพาณิชย์ในระดับเมือง

Geely วางแผนเริ่มการผลิตจริงในปี 2027 ก่อนทยอยเปิดให้บริการเชิงพาณิชย์ผ่านเครือข่ายของ CaoCao Mobility โดยถือเป็นก้าวสำคัญของจีนในการผลักดันเทคโนโลยี Autonomous Driving จากระยะทดลอง ไปสู่การใช้งานจริงในระบบขนส่งสาธารณะอย่างเต็มรูปแบบ

 

หากมองให้ลึก นี่ไม่ใช่แค่การเปิดตัวรถต้นแบบอีกคันในงานมอเตอร์โชว์ แต่คือการประกาศทิศทางใหม่ของ Geely ในฐานะผู้เล่นด้าน Mobility ที่กำลังเปลี่ยนบทบาทจากผู้ผลิตรถยนต์ ไปสู่ ผู้ให้บริการการเดินทางแบบครบวงจร และเลือกเดินเกมเดียวกับ Waymo อย่างชัดเจน ในวันที่การแข่งขันไม่ได้วัดกันแค่แรงม้า หรือระยะทางวิ่งต่อชาร์จอีกต่อไป แต่คือใครสามารถสร้าง ecosystem ของการเดินทางในเมืองได้สมบูรณ์กว่า

ที่มา : Geely