Mazda ประกาศปรับปรุง Mazda 2 Hybrid (ที่พัฒนามาจาก Toyota Yaris) รุ่นปี 2026 สำหรับตลาดยุโรป โดยได้เพิ่มอุปกรณ์มาตรฐานและสีตัวถังใหม่ เพื่อรักษาความสามารถในการแข่งขันในกลุ่ม Hatchback ท่ามกลางการเปลี่ยนผ่านด้านกฎระเบียบไอเสียที่เข้มงวดขึ้น

 

Mazda 2 Hybrid เปิดตัวครั้งแรกในปี 2021 เพื่อให้สอดคล้องกับมาตรฐานมลพิษในยุโรป โดยมีการปรับโฉมเล็กน้อยในปี 2023 เพิ่มกันชนหน้าและเอกลักษณ์กระจังหน้าสไตล์ Mazda ก่อนจะอัพเดตครั้งที่ 2 ในปี 2026 นี้

สีตัวถังใหม่ประกอบด้วยสีเทา Charcoal Grey สีเทา Sky Grey และ Fern Green ขณะที่รุ่นย่อย Exclusive-Line มาพร้อมไฟหน้าและไฟท้าย LED แบบเต็มรูปแบบ ส่วนรุ่น Prime- Centre- และ Executive-Line จะใช้กระจกมองข้างสีเดียวกับตัวรถ ขณะที่รุ่น Homura และ Homura Plus ยังคงใช้สีดำ

 

ไฮไลต์สำคัญอยู่ที่การเพิ่มอุปกรณ์มาตรฐาน โดยรุ่นเริ่มต้น Prime-Line มาพร้อมเบาะหน้าปรับอุ่น เบาะผู้โดยสารปรับระดับได้ กระจกไฟฟ้าหลัง ระบบเสียง 4 ลำโพง และกระจกมองหลังตัดแสงอัตโนมัติ รวมถึงระบบช่วยขับขี่ ADAS ที่เพิ่มฟังก์ชัน Driver Monitoring System ตรวจจับความเหนื่อยล้าของผู้ขับ

 

ขุมพลังยังคงเป็นชุดเดียวกับ Yaris เป็นระบบ Full Hybrid แบบ self-charging จาก Toyota ใช้เครื่องยนต์เบนซิน 1.5 ลิตร ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้า ให้กำลังรวม 114 แรงม้า ทำอัตราเร่งจากความเร็ว 0-100 กม./ชม. ได้ภายในเวลา 9.7 วินาที ความเร็วสูงสุด 175 กม./ชม. โดยไม่มีการอัพเกรดเป็นเวอร์ชัน 129 แรงม้าแบบเหมือนกับ Yaris รุ่นใหม่

 

ขณะที่ Mazda2 รุ่นที่ Mazda พัฒนาเอง กลับเริ่มทยอยหายไปจากตลาดยุโรป โดยถูกถอดออกจากเว็บไซต์และตัวเลือกในหลายประเทศ ท่ามกลางกระแสข่าวการยุติทำตลาด แม้จะยังคงจำหน่ายในญี่ปุ่น ไทย และออสเตรเลีย

 

การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้สะท้อนทิศทางของ Mazda ที่ต้องปรับตัวตามกฎข้อบังคับด้านสิ่งแวดล้อมในยุโรป และใช้ความร่วมมือกับ Toyota เป็นทางลัดในการเพิ่มตัวเลือกผลิตภัณฑ์ Full Hybrid ในกลุ่ม B-Segment ที่มีตัวเลือกจำกัดมากขึ้นในปัจจุบัน

ที่มา: Carscoops