Automobili Lamborghini เปิดตัวรถยนต์รุ่นพิเศษใหม่ล่าสุด Lamborghini Fenomeno Roadster ภายใต้โปรแกรม Few-Off โดยเตรียมผลิตจำนวนจำกัดเพียง 15 คันทั่วโลก พร้อมขุมพลัง Hybrid V12 ที่ให้กำลังรวมสูงสุดถึง 1,080 แรงม้า (CV) ส่งผลให้กลายเป็นรถยนต์เปิดประทุนที่ทรงพลังที่สุดเท่าที่ Lamborghini เคยผลิตมา เผยโฉมครั้งแรกภายในงาน Lamborghini Arena ครั้งที่ 2 และถือเป็นทายาทรุ่นล่าสุดของตระกูล Few-Off แบบเปิดประทุน ซึ่งเริ่มต้นมาตั้งแต่ Reventón Roadster ในปี 2009 โดยตัวรถพัฒนาต่อยอดจาก Fenomeno Coupé ที่เปิดตัวครั้งแรกในปี 2025
Lamborghini ระบุว่า Fenomeno Roadster เป็นรถสปอร์ต 2 ที่นั่ง ที่ผสานสมรรถนะระดับใหม่เข้ากับเทคโนโลยีที่ได้รับแรงบันดาลใจจาก Motorsport พร้อมงานออกแบบใหม่จากทีม Lamborghini Centro Stile ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการกำหนดเอกลักษณ์ของแบรนด์มายาวนานกว่า 20 ปี
Stephan Winkelmann ประธาน และ CEO ของ Automobili Lamborghini กล่าวว่า “Fenomeno Roadster คือการสะท้อนคุณค่าหลักของแบรนด์เราได้อย่างบริสุทธิ์ที่สุด ทั้งงานออกแบบที่มองไปสู่อนาคต สมรรถนะที่ไร้การประนีประนอม และความพิเศษเฉพาะตัวในระดับสูงสุด มันคือการตีความอารมณ์ของการขับขี่ในรูปแบบใหม่ สำหรับกลุ่มลูกค้าส่วนน้อยที่ต้องการบางสิ่งที่เหนือกว่าความธรรมดา รถแต่ละคันจึงถูกสร้างขึ้นราวกับงานศิลปะสำหรับนักสะสม ที่ผสานทั้งความยอดเยี่ยมทางวิศวกรรม และงานฝีมือแบบ Bespoke เข้าไว้ด้วยกัน”
ชื่อ Fenomeno ยังคงสืบทอดธรรมเนียมของ Lamborghini ที่มักตั้งชื่อตามวัวกระทิงในตำนาน โดยคำว่า Fenomeno ในภาษาอิตาเลียน และสเปน มีความหมายว่า ปรากฏการณ์อันน่าทึ่ง ซึ่งสะท้อนทั้งพละกำลัง และความเอ็กซ์คลูซีฟของรถยนต์รุ่นพิเศษคันนี้ได้อย่างชัดเจน
งานออกแบบภายนอกของ Lamborghini Fenomeno Roadster ได้รับแรงบันดาลใจจากเครื่องบินรบ และรถต้นแบบในอดีตของ Lamborghini เส้นสายตัวถังเน้นความเฉียบคม พร้อมช่องดักอากาศขนาดใหญ่ ดิฟฟิวเซอร์ด้านท้ายขนาดมหึมา และชุดแต่งเสริมประสิทธิภาพด้านแอโรไดนามิกใหม่ทั้งหมด โดย Lamborghini ระบุว่า สีตัวถังใหม่ Blu Cepheus พร้อมทริมตกแต่งสีแดง ได้แรงบันดาลใจจาก Miura Roadster รุ่นปี 1968 และสีประจำเมือง Bologna ประเทศอิตาลี
ตัวรถสร้างขึ้นบนโครงสร้างแบบ Multi-technology Carbon Fiber Monofuselage พร้อมตัวถังภายนอกที่ผสมผสานวัสดุ CFRP และอะลูมิเนียม เพื่อลดน้ำหนัก และเพิ่มความแข็งแรงสำหรับตัวถังเปิดประทุน โดย Lamborghini ระบุน้ำหนักตัวรถแบบ Dry Weight เอาไว้ที่ 1,798 กิโลกรัม พร้อมสัดส่วนน้ำหนักหน้า-หลัง 43:57 ซึ่งถือว่าใกล้เคียงกับรุ่น Coupe มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ ขณะที่ห้องโดยสารถูกตกแต่งด้วยคาร์บอนไฟเบอร์เกือบทั้งหมด และเปิดให้ลูกค้าปรับแต่งรายละเอียดผ่านโปรแกรม Ad Personam ได้อย่างอิสระ
ด้านมิติตัวถัง มีความยาว 5,036 มิลลิเมตร กว้าง 2,072 มิลลิเมตร สูงเพียง 1,161 มิลลิเมตร และมีระยะฐานล้อ 2,779 มิลลิเมตร ส่งผลให้ตัวรถดูเตี้ย กว้าง และดุดันกว่ารุ่น Revuelto อย่างชัดเจน โดยเฉพาะเมื่อทำงานร่วมกับชุดพาร์ทเสริมประสิทธิภาพด้านแอโรไดนามิกรอบคัน
ระบบช่วงล่างใช้แบบ Double Wishbone ทั้งด้านหน้า และด้านหลัง พร้อมโช้กอัพ Racing Dampers แบบปรับตั้งได้ ขณะที่ระบบเบรกเป็นแบบ CCMR-PLUS Carbon Ceramic ขนาด 420 x 40 มิลลิเมตร ด้านหน้า และ 410 x 32 มิลลิเมตร ด้านหลัง ส่วนล้อหน้าเป็นขนาด 21 นิ้ว พร้อมยาง 265/30 R22 และล้อหลังขนาด 22 นิ้ว พร้อมยาง 355/25 R22
ด้านขุมพลังยังคงใช้เครื่องยนต์เบนซิน V12 สูบ ขนาด 6.5 ลิตร 6,498 ซีซี กระบอกสูบ x ช่วงชัก : 95 x 76.4 มิลลิเมตร ไร้ระบบอัดอากาศ (Naturally Aspirated) กำลังสูงสุด 623 กิโลวัตต์ หรือ 835 แรงม้า (CV) ที่ 9,250 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 725 นิวตันเมตร ที่ 6,750 รอบ/นาที ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้า 3 ตัว โดยมอเตอร์คู่หน้าเป็นแบบ Axial Flux และมอเตอร์ด้านหลังเป็นแบบ Radial Flux ส่งผลให้กำลังรวมทั้งระบบอยู่ที่ 1,080 แรงม้า (CV) ระบบส่งกำลังเป็นเกียร์อัตโนมัติ Dual-clutch 8 จังหวะ แบบวางตามขวาง พร้อมระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ AWD ขณะที่แบตเตอรี่เป็น Lithium-ion แบบ High Specific Power ใช้เซลล์ทรงกระบอก
สมรรถนะเคลมจากโรงงาน อัตราเร่ง 0-100 km/h ภายใน 2.4 วินาที อัตราเร่ง 0-200 km/h ภายใน 6.8 วินาที ความเร็วสูงสุดมากกว่า 340 km/h และใช้ระยะเบรกจาก 100-0 km/h เพียง 30 เมตร เท่านั้น ทำให้กลายเป็น Lamborghini เปิดประทุนที่แรงที่สุดเท่าที่แบรนด์เคยสร้างมา
แม้ Fenomeno Roadster จะเป็นรถแบบเปิดประทุน แต่ Lamborghini ระบุว่า รถรุ่นนี้ยังถูกพัฒนาให้สามารถใช้งานบนถนนจริงได้อย่างสมบูรณ์ ไม่ใช่รถ Track-only โดยลูกค้าส่วนใหญ่เป็นนักสะสมระดับ Top-tier ของแบรนด์ ที่มี Lamborghini ครอบครองเฉลี่ยมากกว่า 20 คันต่อคน และรถทั้ง 15 คัน ถูกขายหมดเรียบร้อยแล้วตั้งแต่ก่อนเปิดตัวอย่างเป็นทางการ
มีรายงานว่า Lamborghini ตั้งราคาจำหน่ายของ Fenomeno Roadster เอาไว้ราว 5 ล้านยูโร หรือคิดเป็นเงินไทยประมาณ 190 ล้านบาท (ไม่รวมภาษีนำเข้า และอื่นๆ) และจะเริ่มทยอยส่งมอบให้ลูกค้าในช่วงปี 2028 เป็นต้นไป
ที่มา : Lamborghini, Carscoops
