Toyota Gazoo Racing เดินหน้าอัพเดทครั้งใหญ่ให้กับ GR Yaris และ GR Corolla สำหรับปี 2026 ที่ไม่ได้มาในรูปแบบของชุดแต่งภายนอกหรือการเพิ่มพละกำลังเครื่องยนต์เพียงอย่างเดียว แต่เป็นการยกระดับสมรรถนะด้านซอฟต์แวร์อย่างจริงจังผ่านแพ็กเกจใหม่ที่ชื่อว่า “GR Yaris / GR Corolla Performance Software Series” ซึ่งถือเป็นการต่อยอดจากโหมดการขับขี่ Circuit Mode แบบเดิม โดยได้เปิดทางให้เจ้าของรถสามารถปรับคาแรกเตอร์การขับขี่ได้ละเอียดยิ่งขึ้นแบบเดียวกับตัวแข่ง ผ่านการตั้งค่าด้วยแอพพลิเคชั่นเฉพาะของ GR โดยตรง
แพ็กเกจดังกล่าวแบ่งออกเป็น 3 รูปแบบ ได้แก่ STREET CIRCUIT และ COMPETITION ซึ่งแต่ละแบบจะตอบโจทย์สไตล์การใช้งานแตกต่างกัน เริ่มจาก STREET เหมาะสำหรับการขับใช้งานทั่วไปบนถนนจริง ซึ่งได้เพิ่มฟังก์ชั่นอย่าง Shift Timing Indicator ที่ใช้งานบนถนนสาธารณะได้ พร้อมเปิดให้ปรับแต่งการตอบสนองของคันเร่ง การกระจายแรงขับเคลื่อน 4 ล้อ ค่า coupling pre-torque และน้ำหนักพวงมาลัยไฟฟ้าได้ตามต้องการ
ส่วนแบบ CIRCUIT จะเพิ่มฟังก์ชันสำหรับลงสนามแข่ง เช่น Flat Shift สำหรับรุ่นเกียร์ธรรมดา 6MT ที่สามารถเปลี่ยนเกียร์โดยไม่ต้องถอนคันเร่ง รวมถึงระบบ Anti-Lag ระดับ Strong+ ที่ช่วยลดอาการรอรอบของเทอร์โบให้ตอบสนองดุดันยิ่งขึ้น
ขณะที่แพ็กเกจ COMPETITION คือเวอร์ชันที่ปรับแต่งขั้นสูงสุด เพราะเปิดให้ผู้ขับขี่ปรับเซ็ตระบบขับเคลื่อน GR-FOUR ได้ละเอียดระดับรถแข่ง โดยสามารถปรับอัตราส่วนแรงบิดที่ล้อคู่หน้า-คู่หลังได้ทีละ 1% ตั้งแต่ 70:30 ถึง 30:70 และตั้งค่า coupling torque ได้ละเอียดระดับ 1 นิวตัน-เมตร ตั้งแต่ 0-299 นิวตัน-เมตร นอกจากนี้ยังมีการปรับรูปแบบการทำงานของระบบขับเคลื่อน 4 ล้อใหม่สำหรับโหมด GRAVEL และ TRACK โดยเฉพาะ เพื่อเน้นเสถียรภาพบนทางฝุ่นและการเข้าโค้งบนสนามแข่งตามลำดับ รวมถึงปลดล็อกระบบ downshift อัตโนมัติลงเกียร์ 1 สำหรับรุ่นเกียร์อัตโนมัติ GR-DAT เพื่อดึงรอบสูงสุดออกมาใช้งานได้เต็มประสิทธิภาพระหว่างการแข่งขัน
อีกหนึ่งจุดที่น่าสนใจคือ Toyota เปิดทางเลือกให้เจ้าของรถสามารถปรับแต่งน้ำหนักพวงมาลัยได้ละเอียดกว่าที่เคย โดยใน GR Yaris มีให้เลือกมากถึง 8 รูปแบบ ตั้งแต่เบากว่าโหมด Eco/Normal เดิม ไปจนถึงหนักกว่าโหมด Sport มาตรฐาน ขณะที่ GR Corolla จะมีชุดเซ็ตติ้งให้เลือก 3 รูปแบบ แตกต่างกันตามสไตล์การควบคุมรถ ซึ่งสะท้อนแนวคิดของ Gazoo Racing ที่พยายามทำให้รถแต่ละคัน “Personalized” ได้มากขึ้นผ่านซอฟต์แวร์ แทนที่จะยึดติดกับการปรับแต่งเชิงกลไกเพียงอย่างเดียว
Toyota ยังเปิดตัว “GR Corolla Performance Upgrade” สำหรับเจ้าของรถรุ่นก่อนหน้า โดยเฉพาะ GR Corolla รุ่นปี 2022-2025 ที่สามารถอัพเกรดทั้งฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ให้มีสเปกเทียบเท่ารุ่นปรับปรุงใหม่ปี 2025 ได้ทันที จุดสำคัญคือการเพิ่มแรงบิดเครื่องยนต์จาก 370 นิวตัน-เมตร เป็น 400 นิวตัน-เมตร เท่ารุ่นล่าสุด ช่วยให้การเร่งออกโค้งในช่วงรอบกลางมีพละกำลังมากขึ้นอย่างชัดเจน รวมถึงปรับระบบขับเคลื่อน 4 ล้อใหม่ จากโหมด FRONT / REAR / TRACK เดิม มาเป็น NORMAL / GRAVEL / TRACK แบบใหม่ ที่มีการกระจายแรงบิดยืดหยุ่นกว่าเดิม
นอกจากการอัพเกรดซอฟต์แวร์แล้ว ชุดอัพเกรดยังเพิ่มชิ้นส่วนฮาร์ดแวร์ เช่น Brake Duct และ Under Cover พร้อม NACA Duct เพื่อช่วยระบายความร้อนระบบเบรกและใต้ท้องรถ ซึ่งเป็นสิ่งที่ Toyota พัฒนาจากประสบการณ์ในสนามแข่งจริง โดยเฉพาะการแข่งขัน endurance และ rally ที่ GR Yaris กับ GR Corolla ลงแข่งมาต่อเนื่องตั้งแต่เปิดตัว จุดนี้ทำให้แนวคิดการสร้างรถให้ดีขึ้นจากประสบการณ์จริงจากวงการมอเตอร์สปอร์ตของ Gazoo Racing เพราะเทคโนโลยีจากสนามไม่ได้จำกัดอยู่แค่รถแข่งอีกต่อไป
ราคาของการอัพเกรด Performance Software เริ่มต้นที่ 99,000 เยน หรือประมาณ 20,315 บาท สำหรับแพ็กเกจ STREET และขยับขึ้นเป็น 173,800 เยน หรือประมาณ 35,665 บาท สำหรับ CIRCUIT และสูงสุดที่ 265,100 เยน หรือประมาณ 54,396 บาท สำหรับ COMPETITION
สำหรับลูกค้าที่ติดตั้งแพ็กเกจก่อนหน้าแล้วสามารถจ่ายเฉพาะค่าอัพเกรดเพิ่มเติมได้ ส่วนชุด GR Corolla Performance Upgrade ที่รวมฮาร์ดแวร์ด้วย จะมีราคาตั้งแต่ 74,580 ถึง 166,232 เยน (ประมาณ 15,303 – 34,113 บาท) ขึ้นอยู่กับอุปกรณ์เดิมของรถแต่ละคันและ Model Year
ทั้งหมดนี้สะท้อนให้เห็นว่า Toyota Gazoo Racing กำลังเพิ่มขีดจำกัดของรถสมรรถนะสูงตระกูล GR เข้าสู่ยุคใหม่ ที่ไม่ได้ถูกจำกัดอยู่แค่ตัวเลขแรงม้าหรือชิ้นส่วนแต่งอีกต่อไป แต่รวมถึงซอฟต์แวร์ การเซ็ตระบบควบคุม และประสบการณ์ขับขี่ที่เจ้าของรถสามารถปรับให้ตรงกับสไตล์ของตัวเองได้อย่างละเอียดเหมือนรถแข่งที่ยังใช้งานได้จริง
ที่มา: Toyota
