ถึงแม้ Mazda จะเปิดตัว 3 รถซีดานและ 5 ประตู รหัสตัวถัง BP เจเนอเรชั่นที่ 4 ที่เปิดตัวตั้งแต่ปลายปี 2018 แต่ Mazda 3 รุ่นปัจจุบันก็ยังไม่มีวี่แววที่จะเปลี่ยนโฉมอย่างเต็มรูปแบบในเร็ว ๆ นี้ สำหรับรุ่นปี 2027 ทาง Mazda เลือกใช้วิธีอัพเดตแบบเล็กน้อยมากกว่าการทำ Facelift อย่างจริงจัง จนแทบจะใช้แว่นขยายเพื่อส่องดูว่ามีการเปลี่ยนแปลงจุดใดบ้าง
การเปลี่ยนแปลงสำคัญที่สุดของ Mazda 3 รุ่นปี 2027 คือการติดตั้งไฟหน้าแบบ Matrix LED ชุดใหม่ ซึ่งสามารถปรับความเข้มแสงได้โดยอัตโนมัติเพื่อลดการแยงตารถคันอื่นขณะรถติด พร้อมเพิ่มเติมระบบแสดงตำแหน่งคนเดินถนนเพื่อช่วยเพิ่มความปลอดภัยในเวลาขับขี่เวลากลางคืน
ระบบความปลอดภัย i-Activsense ก็ได้รับการอัปเดตเพิ่มเติมเช่นกัน โดยระบบ Adaptive Cruise Control สามารถทำงานร่วมกับระบบอ่านป้ายจราจร โดยผู้ขับขี่จะสามารถ เปลี่ยนความเร็วตามป้ายจราจรที่ตรวจจับได้ทันที ขณะที่ระบบเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติและระบบช่วยเปลี่ยนเลนก็เพิ่มความสามารถในการตรวจจับรถจักรยานยนต์ที่เคลื่อนที่เข้ามา
ภายในห้องโดยสารจะมีรุ่นย่อยบางรุ่นที่ทำตลาดในยุโรปบางรุ่นจะได้รับการตกแต่งใหม่ด้วยชิ้นส่วนสีเทา Gunmetal เพิ่มความพรีเมียมขึ้นเล็กน้อย ถึงแม้ Mazda จะยังคงใช้วัสดุ Piano Black หรือวัสดุแบบเดิมไม่เปลี่ยนแปลง
อีกหนึ่งการเปลี่ยนแปลงสำคัญคือการเพิ่มรุ่นย่อยใหม่ชื่อ Homura Plus ที่อัดแน่นไปด้วยอุปกรณ์แบบจัดเต็มกว่าเดิม ทั้งกล้องมองภาพรอบคัน 360 องศา ระบบช่วยจอดพร้อม Rear Cross Traffic Alert เบาะหนังสีดำพร้อมระบบทำความร้อน และชุดเครื่องเสียงยี่ห้อ Bose แบบ 12 ลำโพง
ด้านขุมพลังยังไม่มีการเปลี่ยนแปลง โดยตลาดยุโรปยังคงมีเครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบ ความจุ 2.5 ลิตร ไร้ระบบอัดอากาศ ให้กำลัง 140 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 238 นิวตัน-เมตร จับคู่ได้ทั้งเกียร์ธรรมดา 6 จังหวะ และเกียร์อัตโนมัติ 6 จังหวะ
สำหรับลูกค้าที่ต้องการสมรรถนะสูงขึ้น ยังมีเครื่องยนต์เบนซิน e-Skyactiv X ความจุ 2.0 ลิตร พร้อมระบบขับเคลื่อนแบบ Mild-Hybrid ให้กำลัง 186 แรงม้า แรงบิด 240 นิวตัน-เมตร รองรับทั้งระบบขับเคลื่อนล้อหน้าและขับเคลื่อน 4 ล้อ AWD
แม้การปรับโฉมครั้งนี้จะเล็กน้อยจนหลายคนอาจผิดหวัง แต่ก็สะท้อนว่า Mazda ยังต้องการยื้ออายุ Mazda 3 รุ่นปัจจุบันต่อไปอีกระยะ ท่ามกลางตลาดรถคอมแพ็กต์ที่หดตัวลงเรื่อย ๆ และการแข่งขันจากรถ SUV ที่รุนแรงขึ้นในทุกปี
ที่มา: Carscoops
