โดยปกติแล้ว BYD มักจะนำรถยนต์ Global Model ไปเจาะตลาดใหม่ แต่ไม่ใช่กับ BYD Racco ซึ่งจัดอยู่ในกลุ่ม K-Car ที่สงวนสิทธิ์การทำตลาดในประเทศญี่ปุ่นเท่านั้น โดยมาพร้อมกับเงื่อนไขตายตัว จนฟังดูเป็นข้อจำกัดในการพัฒนารถยนต์ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องมิติตัวถังหรือขุมพลัง เพื่อให้ตอบโจทย์สภาพถนนท้องถิ่นและการใช้งานของลูกค้าซึ่งเป็นคนญี่ปุ่นมากที่สุด ดังนั้น จึงไม่น่ามีใครเข้าใจโจทย์นี้ดีไปกว่าคนญี่ปุ่น
สิ่งที่ BYD ทำเมื่อต้องการเจาะตลาด K-Car คือการทาบทาม Hirohide Tagawa วิศวกรยานยนต์และนักวางแผนผลิตภัณฑ์ที่มีประวัติการทำงานร่วมกับ Nissan มานานกว่า 20 – 30 ปี โดยเขาร่วมงานกับ Nissan ตั้งแต่ในช่วงทศวรรษ 1990 และรับผิดชอบโครงการ K-Car หลายเจนเนอเรชั่นมาอย่างต่อเนื่อง รวมไปถึง Nissan Dayz, Nissan Sakura และ K-Car ขุมพลัง EV จนสามารถครองส่วนแบ่งหลักของตลาดได้
Tagawa ยังเป็นที่รู้จักภายใน Nissan ว่าเป็นผู้มีวิสัยทัศน์ในรถยนต์ K-Car เนื่องจากเขามีส่วนเกี่ยวข้องในหลายโครงการ K-Car ทั้งการวางกลยุทธ์ และวางแผนผลิตภัณฑ์มาอย่างต่อเนื่อง การที่ BYD คว้าผู้ที่มีความเชี่ยวชาญในรถยนต์ขนาดเล็กโดยเฉพาะ จึงสะท้อนให้เห็นว่า BYD เอาจริงเอาจังกับตลาดนี้มากแค่ไหน ทั้งยังทำให้เกิดคำถามด้วยซ้ำว่า เหตุใดถึงเอาจริงเอาจังกับกลุ่มตลาดเฉพาะเช่นนี้ ที่จำหน่ายได้แต่ในญี่ปุ่นเท่านั้น
หนึ่งในคำอธิบายที่เป็นไปได้คือ BYD ต้องการเอาชนะผู้ผลิตรถยนต์ญี่ปุ่นในเชิงสัญลักษณ์ ด้วยการเข้าไปเจาะกลุ่มตลาดเฉพาะของที่นั่น ส่วนสเปคเบื้องต้นเท่าที่มีการเปิดเผยของ BYD Racco คือมาพร้อมกับประตูบานหลังแบบสไลด์คู่ ขับเคลื่อนด้วยขุมพลัง EV ซึ่งมีแบตเตอรี่แบบ lithium iron phosphate ขนาด 20 kWh รองรับการชาร์จ DC สูงสุด 100 kW ขับขี่ได้ไกลสุด 180 กิโลเมตร (WLTC) ส่วนค่าตัวจะอยู่ในระดับเดียวกับตลาด 2,500,000 เยน (ราว 513,000 บาท) ส่วนผลตอบรับจากตลาดจะเป็นอย่างไร ต้องรอพิสูจน์จากยอดขาย
ที่มา: carnewschina
อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมของ BYD Racco ได้ที่
>> https://www.headlightmag.com/news-byd-in-japan-mobility-show-2025/
