หลังจาก Ford เปิดตัว Ranger Super Duty รุ่นใหม่ ที่ชูจุดขายด้านความสามารถในการบรรทุกและลากจูงแบบสาย Heavy Duty ดูเหมือน Toyota จะเริ่มขยับตอบโต้ตลาดออสเตรเลียบ้างแล้ว เพราะล่าสุด Toyota Australia เปิดตัวแพ็กเกจ GVM Upgrade สำหรับ Hilux เพื่อเพิ่มความสามารถในการบรรทุกจากโรงงานอย่างเป็นทางการ ตลอดจนเป็นการต้านกระแส Ranger Super Duty แต่อาจยังไม่สุดโต่งเท่า
คำว่า GVM หรือ Gross Vehicle Mass คือ น้ำหนักรวมสูงสุด ของตัวรถเมื่อรวมทั้งน้ำหนักรถ ผู้โดยสาร สัมภาระ และอุปกรณ์ต่างๆ ซึ่งในตลาดออสเตรเลีย ถือเป็นประเด็นสำคัญมากสำหรับลูกค้าสายใช้งานจริง ทั้งสายลากเรือ แคมป์ปิง ติดตั้งอุปกรณ์ Overlanding หรือสายฟลีตเชิงพาณิชย์ เพราะรถกระบะยุคใหม่หลายรุ่น แม้จะลากได้หนัก แต่พอใส่ของ แต่งเพิ่ม หรือบรรทุกคนเต็มคัน ก็อาจชนข้อจำกัดด้าน GVM ได้ง่าย
แพ็กเกจใหม่ของ Hilux จะเพิ่มน้ำหนักบรรทุกได้สูงสุดถึง 959 ปอนด์ หรือราว 435 กิโลกรัม เมื่อเทียบกับรุ่นมาตรฐาน โดยมีค่าใช้จ่ายประมาณ 4,000 ดอลลาร์ออสเตรเลีย หรือราว 95,000 บาทไทย ขึ้นอยู่กับรุ่นย่อยและสเป็กที่เลือก การอัพเกรดครั้งนี้ไม่ได้ถึงขั้นเปลี่ยน Hilux ให้กลายเป็นกระบะ Super Duty เต็มตัวแบบ Ford Ranger แต่ Toyota เลือกใช้แนวทางที่ใกล้เคียงกับการเพิ่มความสามารถในการใช้งานจริงสำหรับลูกค้าเดิมมากกว่า ทั้งการอัพเกรดช่วงล่าง ทั้งคอยล์สปริง โช๊คอัพ และองค์ประกอบบางส่วน เพื่อรองรับน้ำหนักที่เพิ่มขึ้นอย่างถูกต้องตามกฎหมายจากโรงงาน
จุดสำคัญคือ การทำ GVM Upgrade จากโรงงานโดยตรง จะช่วยให้ลูกค้าไม่ต้องไปดัดแปลงหลังออกรถ ซึ่งในออสเตรเลียถือเป็นเรื่องใหญ่ เพราะมีผลทั้งด้านประกัน การจดทะเบียน รวมถึงมาตรฐานความปลอดภัยของรถ โดยเฉพาะกลุ่มผู้ใช้ Hilux สายลุยที่นิยมติดตั้งกันชนเหล็ก วินช์ Roof Rack ถังน้ำมันเสริม หรือชุดแคมป์ปิ้งต่างๆ ซึ่งล้วนเพิ่มน้ำหนักตัวรถอย่างรวดเร็ว
แม้ Toyota จะยังไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดทางเทคนิคทั้งหมดของชุด GVM Upgrade แต่สื่อออสเตรเลียมองว่า นี่ทำให้เห็นชัดเจนว่าตลาดรถกระบะเริ่มเข้าสู่ยุคใหม่ ที่การแข่งขันไม่ได้วัดกันแค่แรงม้า หรือความหรู อีกต่อไป แต่รวมถึงความสามารถด้าน Payload และการรองรับการใช้งานจริงแบบ Heavy Duty มากขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะหลังจาก Ranger Super Duty เปิดตัวและสร้างแรงสั่นสะเทือนให้ตลาดรถกระบะออสเตรเลียพอสมควรในช่วงที่ผ่านมา
ที่มา : Carscoop, Toyota Australia
