หลังนำรถเวอร์ชั่นพวงมาลัยซ้ายไปโชว์ตัวเพื่อหยั่งกระแสตอบรับที่งาน Japan Mobility Show ปลายปีที่ผ่านมา ล่าสุด All NEW Mazda CX-5 (เจเนอเรชั่นที่ 3) ก็ได้ฤกษ์เปิดตัวอย่างเป็นทางการในประเทศญี่ปุ่น พร้อมประกาศราคาจำหน่ายเรียบร้อยแล้ว ถือเป็นการเปลี่ยนโฉมครั้งใหญ่ของ SUV รุ่นสำคัญที่สุดรุ่นหนึ่งของค่าย หลังจากทำตลาดรุ่นเดิมมายาวนานเกือบ 9 ปี ปัจจุบันมียอดขายสะสม 3 เจเนอเรชั่นกว่า 4.5 ล้านคันทั่วโลก โดย Mazda ตั้งเป้าให้ CX-5 ใหม่ เป็น SUV สำหรับใช้งานในชีวิตประจำวัน ที่มีความสะดวกสบายและความพรีเมียมมากขึ้น ขณะเดียวกันก็ยังคงความสนุกในการขับขี่แบบ Jinba-Ittai ตามสไตล์ของแบรนด์
All NEW Mazda CX-5 เวอร์ชั่นญี่ปุ่น มาพร้อมทางเลือกรุ่นย่อยทั้งหมด 6 รุ่น ดังนี้
- CX-5 2.5 S ราคา 3,300,000 เยน (คิดเป็นเงินไทยราว 770,000 บาท)
- CX-5 2.5S 4WD ราคา 3,536,500 เยน (คิดเป็นเงินไทยราว 825,000 บาท)
- CX-5 2.5 G ราคา 3,520,000 เยน (คิดเป็นเงินไทยราว 820,000 บาท)
- CX-5 2.5 G 4WD ราคา 3,756,500 เยน (คิดเป็นเงินไทยราว 875,000 บาท)
- CX-5 2.5 L ราคา 4,070,000 เยน (คิดเป็นเงินไทยราว 950,000 บาท)
- CX-5 2.5L 4WD ราคา 4,306,500 เยน (คิดเป็นเงินไทยราว 1,005,000 บาท)
สีตัวถังภายนอก มีให้เลือก 7 สี ดังนี้
- สีขาว Rhodium White Premium Metallic
- สีเทา Aero Gray Metallic
- สีฟ้า Navy Blue Mica
- สีเทา Polymetal Gray Metallic
- สีเทา Machine Gray Premium Metallic
- สีนำ้เงิน Navy Blue Mica
- สีแดง Soul Red Crystal Metallic
ขนาดและมิติตัวถังของ Mazda CX-5 ใหม่ มีดังนี้
- ความยาว 4,690 มิลลิเมตร
- ความกว้าง 1,860 มิลลิเมตร
- ความสูง 1,695 มิลลิเมตร
- ความยาวฐานล้อ 2,815 มิลลิเมตร
- ระยะตำ่สุดใต้ท้องรถ Ground Clearance 205 มิลลิเมตร
- น้ำหนักตัวรถ 1,640 กิโลกรัม
เทียบกับ CX-5 รุ่นเดิม และคู่แข่งในตลาดญี่ปุ่น (ยาว x กว้าง x สูง / ฐานล้อ)
- Mazda CX-5 ใหม่ : 4,690 x 1,860 x 1,695 / 2,815 มิลลิเมตร
- Mazda CX-5 เดิม : 4,550 x 1,840 x 1,675 / 2,700 มิลลิเมตร
- Honda CR-V : 4,700 x 1,865 x 1,690 / 2,700 มิลลิเมตร
- Subaru Forester : 4,655 x 1,830 x 1,730 / 2,670 มิลลิเมตร
- Toyota RAV4 : 4,600 x 1,855 x 1,685 / 2,690 มิลลิเมตร

ดีไซน์ภายนอกยังคงเอกลักษณ์ของ CX-5 เอาไว้ แต่ปรับสัดส่วนตัวรถให้ดูใหญ่และภูมิฐานขึ้น เส้นสายมีความเรียบง่ายมากกว่าเดิม กระจังหน้า Signature Wing ถูกออกแบบใหม่ เชื่อมต่อกับชุดไฟหน้า LED ทรงเรียวยาว ขณะที่ด้านท้ายเปลี่ยนมาใช้ตัวอักษร MAZDA แทนโลโก้แบบเดิม พร้อมไฟท้ายดีไซน์ใหม่ที่ดูทันสมัยขึ้น ตัวรถมีขนาดใหญ่กว่ารุ่นก่อน ทั้งความยาว ความกว้าง และระยะฐานล้อ ส่งผลให้พื้นที่ห้องโดยสารและพื้นที่เก็บสัมภาระกว้างขวางขึ้นอย่างชัดเจน
ไฮไลท์ด้านอุปกรณ์ภายนอก CX-5 มาพร้อมหลังคากระจก Panoramic Sunroof ขนาดใหญ่ ซึ่งถือเป็นครั้งแรกของ CX-5 โดย Mazda พยายามทำให้ตัวรถดูใกล้เคียง SUV พรีเมียมมากขึ้น ทั้งในแง่ภาพลักษณ์และการใช้งานจริง นอกจากนี้ ยังมีไฟหน้า Adaptive LED Headlights ซึ่งจะปรับลำแสงอัตโนมัติ ทั้งความไกล ความกว้าง และองศาจานฉาย สามารถทำงานได้ทั้งหมด 5 รูปแบบ ได้แก่
- Marking Light ไฟส่องสว่างเฉพาะจุด เช่น คนข้ามถนน
- Wide-beam Distribution Low-beam ไฟต่ำแบบฉายเพิ่มความกว้างด้านข้าง
- Highway Mode ไฟกลางแบบแหวกลำแสงป้องกันการแยงตา
- Glare-free Highway Beams ไฟสูงแบบแหวกลำแสงป้องกันการแยงตา
- Adaptive Front Lighting System (AFS) ไฟต่ำแบบปรับองศาตามการเลี้ยว

ภายในห้องโดยสาร ถือว่าเปลี่ยนแนวทางค่อนข้างมากเมื่อเทียบกับ CX-5 รุ่นเดิม เพราะ Mazda ลดจำนวนปุ่มกดลงอย่างชัดเจน และเปลี่ยนไปใช้หน้าจอกลางแบบสัมผัสเป็นศูนย์กลางควบคุมระบบต่างๆ หน้าจอมีให้เลือกทั้ง 12.9 นิ้ว และ 15.6 นิ้ว ซึ่งเป็นหน้าจอที่ใหญ่ที่สุดเท่าที่ Mazda เคยใช้ ระบบอินโฟเทนเมนต์รองรับ Google built-in สามารถใช้งาน Google Maps Google Assistant และโหลดแอปผ่าน Google Play ได้โดยตรง ขณะเดียวกันก็รองรับ Apple CarPlay และ Android Auto แบบไร้สาย
นอกจากนี้ Mazda ยังให้ความสำคัญกับพื้นที่ใช้สอยมากขึ้นกว่ารุ่นเดิม โดยช่องประตูหลังเปิดได้กว้างขึ้น เบาะหลังพับง่ายกว่าเดิม และพื้นที่เก็บสัมภาระท้ายใหญ่ขึ้น เหมาะกับการใช้งานแบบครอบครัวมากขึ้นอย่างชัดเจน ด้านงานตกแต่งภายใน จะเน้นความเรียบหรูสไตล์ญี่ปุ่น ใช้วัสดุนุ่มในหลายจุด พร้อมระบบไฟ Ambient Light ระบบเสียง BOSE เบาะไฟฟ้าพร้อมระบบอุ่น / ระบายอากาศ รวมถึงเบาะหลังปรับอุ่นในรุ่นบนๆ
อีกจุดที่สื่อญี่ปุ่นพูดถึงเยอะ คือ Mazda พยายามทำให้ CX-5 ใหม่ ใช้งานง่ายขึ้นในชีวิตประจำวัน เช่น การปรับตำแหน่งเบาะใหม่ ทัศนวิสัยรอบคันดีขึ้น ประตูท้ายไฟฟ้าเปิดได้กว้างขึ้น รวมถึงการเก็บเสียงที่ดีขึ้นกว่าเดิมอย่างชัดเจน เพื่อให้ตัวรถเหมาะกับการใช้งานทุกวันมากกว่าจะเป็น SUV ที่เน้นฟีลสปอร์ตเพียงอย่างเดียว

ด้านขุมพลัง Mazda CX-5 เวอร์ชั่นญี่ปุ่น มาพร้อมเครื่องยนต์ e-Skyactiv G รหัส PY-VPH แบบเบนซิน 4 สูบ DOHC 16 วาล์ว 2.5 ลิตร 2,488 ซีซี กระบอกสูบ x ช่วงชัก : 89.0 x 100.0 มิลลิเมตร ฉีดจ่ายเชื้อเพลิงแบบ Direct Injection (DI) อัตราส่วนกำลังอัด 13.0 : 1 กำลังสูงสุด 178 แรงม้า (PS) ที่ 6,000 – 6,200 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 237 นิวตันเมตร ที่ 3,800 – 4,000 รอบ/นาที เสริมการทำงานด้วยระบบ Mild-hybrid 48V มีมอเตอร์ไฟฟ้า 6.5 แรงม้า 60.5 นิวตันเมตร พร้อมแบตเตอรี่ ความจุ 10 Ah
ระบบส่งกำลังใช้เกียร์อัตโนมัติ 6 จังหวะ รหัส 6EC-AT พร้อมโหมด +/- พร้อมระบบขับเคลื่อนล้อหน้า FWD และระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ i-ACTIV AWD ทำงานควบคู่กับระบบช่วยควบคุมแรงบิดขณะเข้าโค้ง G-Vectoring Control (GVC)
โหมดการขับขี่ Mi-Drive มีให้เลือก 3 รูปแบบ ดังนี้
- NORMAL
- SPORT
- OFF-ROAD (เฉพาะรุ่น i-ACTIV AWD)
ด้านระบบความปลอดภัย มีการติดตั้งมาให้ครบครันดังนี้
- ระบบป้องกันการเหยียบคันเร่งผิดพลาด AT Mis-acceleration Control ทั้งเดินหน้าและถอยหลัง
- ระบบเตือนรถออกนอกเลน LDWS (Lane Departure Warning System)
- ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในเลน LAS (Lane-keep Assist System)
- ระบบช่วยประคองรถในสถานการณ์ฉุกเฉิน ELK (Emergency Lane Keeping) พร้อมฟังก์ชันช่วยหลบรถด้านข้าง / ช่วยประคองรถบนถนน / ช่วยหลบรถสวนทาง
- ระบบเตือนรถตัดผ่านด้านหน้า FCTA (Front Cross Traffic Alert)
- ระบบเตือนรถตัดผ่านด้านหลัง RCTA (Rear Cross Traffic Alert)
- ระบบเบรกอัตโนมัติ Smart Brake Support (SBS) หลายรูปแบบ ได้แก่
- เบรกอัตโนมัติขณะขับขี่ ตรวจจับรถด้านหน้า
- เบรกอัตโนมัติขณะจอด / ความเร็วต่ำ ตรวจจับด้านหน้าและด้านหลัง
- เบรกอัตโนมัติ ตรวจจับวัตถุหรือรถด้านข้างขณะเดินหน้า
- เบรกอัตโนมัติ ตรวจจับวัตถุด้านข้างขณะถอยหลัง
- ระบบช่วยหลบอุบัติเหตุจากการเลี้ยวขวา
- ระบบช่วยหลบอุบัติเหตุบริเวณทางแยก
- ระบบลดความเสียหายจากการชนรถสวนทาง
- ระบบแจ้งเตือนรถคันหน้าเคลื่อนตัว / สัญญาณไฟเปลี่ยน Proactive Driving Assist (PDA)
- ระบบช่วยควบคุมรถเชิงคาดการณ์ เช่น ช่วยผ่อนแรงเบรกหรือพวงมาลัยเมื่อเข้าใกล้รถคันหน้า ทางโค้ง หรือคนเดินถนน
- ระบบอ่านป้ายจราจร TSR (Traffic Sign Recognition)
- ระบบเตือนอาการเหนื่อยล้าของผู้ขับ DAA (Driver Attention Alert)
- ระบบตรวจจับผู้ขับ Driver Monitoring
- ระบบช่วยเหลือกรณีผู้ขับหมดสติ DEA (Driver Emergency Assist) หากผู้ขับไม่ตอบสนอง ระบบสามารถชะลอรถและช่วยหยุดรถโดยอัตโนมัติได้
All NEW Mazda CX-5 เวอร์ชั่นญี่ปุ่น มีฐานการผลิตที่โรงงาน Hofu Plant จังหวัดยามากุจิ ประเทศญี่ปุ่น ซึ่งเป็นโรงงานหลักที่ Mazda ใช้ผลิตรถ SUV รุ่นสำคัญหลายรุ่น รวมถึง CX-5 รุ่นก่อนหน้า และรถในกลุ่ม Large Product อย่าง CX-60 / CX-80 สำหรับการส่งมอบล็อตแรกคาดว่าจะเริ่มภายในช่วงปลายไตรมาส 4 ปี 2026 นี้
ที่มา : Mazda Japan
