เกือบสองทศวรรษนับตั้งแต่ Dodge ได้ยุติการผลิต Ram SRT-10 รถกระบะสมรรถนะสูงเน้นการใช้งานบนทางเรียบ จนกระทั่งเมื่อวันที่ 20 พฤษภาคม ที่ผ่านมา Dodge ได้เปิดตัว SRT-10 Rumble Bee หลังจากที่กระแส Street truck กำลังกลับมาได้รับความนิยมอีกครั้ง โดยรถรุ่นใหม่นี้ถูกพัฒนาเพื่อวางตำแหน่งให้เป็น “muscle truck” ยุคใหม่ที่ยังคงความดิบแบบอเมริกันเอาไว้เต็มพิกัด แต่เพิ่มเทคโนโลยีและสมรรถนะให้ทันสมัยขึ้นอย่างชัดเจน
ไลน์อัพ Rumble Bee มีให้เลือกตั้งแต่เครื่องยนต์เบนซิน Hemi V8 5.7 ลิตร ไปจนถึงเวอร์ชัน SRT ที่อัพเกรดใช้ขุมพลัง Hellcat V8 ความจุ 6.2 ลิตร โดยทุกรุ่นจะใช้ตัวถัง Quad Cab 4ประตูจับคู่กับกระบะท้ายสั้น 5 ฟุต 7 นิ้ว แตกต่างจาก Ram 1500 ปกติที่ตัวถัง Quad Cab มักใช้กระบะท้ายยาวกว่า ส่งผลให้ตัวรถมีระยะฐานล้อสั้นลง 330 มม. ช่วยให้บุคลิกการขับกระชับ คล่องตัว และลดอาการบิดตัวของแชสซีลงได้ถึง 10%
รุ่นเริ่มต้นใช้เครื่องยนต์ Hemi V8 ขนาด 5.7 ลิตร ให้กำลัง 395 แรงม้า แรงบิด 555 นิวตัน-เมตร ทำงานร่วมกับเกียร์อัตโนมัติ 8 จังหวะ และระบบขับเคลื่อน 4 ล้อแบบ Active Full-Time แต่ยังมีโหมดขับเคลื่อนล้อหลัง RWD ที่สามารถตัดกำลังล้อหน้าเพื่อส่งพลังไปยังล้อหลังเพียงอย่างเดียวได้ ช่วยเพิ่มฟีลแบบรถสปอร์ตขับหลังแท้ ๆ ให้อัตราเร่งจากความเร็ว 0-96 กม./ชม. ทำได้ภายในเวลา 6.1 วินาที พร้อมทำเวลา Quarter Mile เพียงแค่ 14.6 วินาที
ด้านช่วงล่าง Ram ปรับปรุงใหม่แทบทั้งหมด ทั้งการเพิ่มความกว้างช่วงล้อ หน้า-หลัง การใช้ระบบกันสะเทือนหน้าอิสระและหลังแบบ Five-Link พร้อมโช้ก Bilstein สมรรถนะสูง เหล็กกันโคลงขนาดใหญ่ และแขนช่วงล่างที่ยาวขึ้น นอกจากนี้ยังติดตั้งระบบเบรกขนาดใหญ่ จานหน้า 378 มม. หลัง 375 มม. พร้อมโหมดการขับขี่ 5 รูปแบบ ได้แก่ Auto Sport Snow Tow และ Custom รองรับการลากจูงได้สูงสุด 4,032 กก.
สำหรับรุ่นถัดมา Rumble Bee 392 จะยกระดับความแรงขึ้นด้วยเครื่องยนต์ Hemi V8 ความจุ 6.4 ลิตร กำลัง 470 แรงม้า แรงบิด 616 นิวตัน-เมตร ถือเป็นครั้งแรกที่ Ram 1500 ได้ใช้เครื่องยนต์นี้ ส่งผลให้อัตราเร่งจากความเร็ว 0-96 กม./ชม. ลดลงจาก 6.1 วินาที เหลือเพียง 5.2 วินาที และทำเวลา Quarter Mile ได้ภายในเวลา 13.2 วินาที ภายในห้องโดยสารยังเพิ่มเติมอุปกรณ์ที่เน้นความหรูมากขึ้น ทั้งเบาะนั่งปรับด้วยไฟฟ้า 10 ทิศทาง หน้าจอ Infotainment ขนาด 12 นิ้ว และระบบเครื่องเสียง Alpine พร้อมลำโพง 10 ตำแหน่ง
ขณะที่สายฮาร์ดคอร์สามารถเลือกแพ็กเกจ 392 Track Pack ที่เพิ่มชุดแต่งรอบคัน ทั้งสเกิร์ตหน้า แผ่นดิฟฟิวเซอร์ด้านหลัง และสปอยเลอร์ท้าย ช่วยสร้างแรงกดได้สูงถึง 87 กก. ที่ความเร็ว 274 กม./ชม. ช่วงล่างถูกอัพเกรดเป็นระบบถุงลมปรับระดับได้ พร้อมโช้คอัพจาก Bilstein Damptronic แบบ Semi-Active รวมถึงเบรกจาก Brembo 6 พอต ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 409 มม. ที่ใหญ่ที่สุดเท่าที่ Ram เคยติดตั้งในรถกระบะของตนเอง
ไฮไลต์สำคัญที่สุดคือ Rumble Bee SRT ที่ใช้เครื่องยนต์ Hellcat V8 ความจุ 6.2 ลิตร พร้อมระบบอัดอากาศซูเปอร์ชาร์จเจอร์ ให้กำลังสูงสุดถึง 777 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 921 นิวตัน-เมตร ซึ่งเป็นตัวเลขเดียวกันกับ Ram TRX SRT ขุมพลังดังกล่าวช่วยให้กระบะคันนี้ทำอัตราเร่งจากคามเร็ว 0-96 กม./ชม. ได้ภายในเวลาเพียง 3.4 วินาที พร้อมความเร็วสูงสุด 274 กม./ชม. และสามารถวิ่งทำเวลา Quarter Mile ได้ภายในเวลา 11.6 วินาที เร็วพอที่จะไล่ทัน BMW M3 Competition xDrive ได้อย่างไม่น่าเชื่อ
ภายในของรุ่น SRT ยังถูกยกระดับอย่างเต็มรูปแบบด้วยนั่งหุ้มด้วยหนัง Natura Plus เดินตะเข็บสีส้ม Desert Orange วัสดุคาร์บอนไฟเบอร์ พร้อมหน้าจอ Infotainment ขนาด 14.5 นิ้ว และหลังคาบุด้วยผ้า Alcantara โดยจะผลิตขึ้นที่โรงงาน Saltillo ในประเทศเม็กซิโก รุ่นเริ่มต้นเครื่องยนต์ 5.7 ลิตรจะเริ่มจำหน่ายปลายปีนี้ ก่อนที่รุ่น 392 และ SRT จะตามมาในช่วงครึ่งแรกของปี 2027 ถือเป็นสัญญาณชัดเจนว่าตลาด “muscle truck” กำลังกลับมาอย่างจริงจังอีกครั้ง
ที่มา: Stellantis
