ถึงแม้ว่า Ford จะประกาศยุติการผลิตรถ SUV รุ่นสร้างชื่อและยอดขายอย่าง Escape หลังสิ้นสุดรุ่นปี 2026 เพื่อปรับปรุงโรงงาน Louisville Assembly Plant สำหรับการผลิตรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นใหม่ แต่ดูเหมือนว่าชื่อของ SUV ยอดนิยมรุ่นนี้อาจจะกลับมาอีกครั้ง โดยรายงานจากสื่อหัวนอกอย่าง Ford Authority ระบุว่า Ford มีแผนนำชื่อ Escape กลับมาใช้อีกครั้งในฐานะรถยนต์ไฟฟ้าล้วน (BEV) ภายใต้โครงการพัฒนารถ EV ยุคใหม่ของบริษัทในช่วงปลายทศวรรษนี้
หัวใจสำคัญของแผนดังกล่าวคืองานวิศวกรรมพื้นฐานUniversal Electric Vehicle (UEV) ซึ่งเป็นสถาปัตยกรรมรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นใหม่ที่ Ford กำลังพัฒนาให้รองรับรถได้หลากหลายประเภท ตั้งแต่รถกระบะไฟฟ้า SUV ขนาดใหญ่ 3 แถว ไปจนถึงครอสโอเวอร์ขนาดกะทัดรัด โดย Escape รุ่นใหม่จะยังคงอยู่ในกลุ่ม Compact Crossover เช่นเดิม แต่เปลี่ยนมาใช้พลังงานไฟฟ้า 100% และไม่มีตัวเลือกเครื่องยนต์สันดาปอีกต่อไป
หากแผนดังกล่าวเกิดขึ้นจริง Escape จะกลายเป็นอีกหนึ่งชื่อรุ่นระดับตำนานของ Ford ที่ถูกนำกลับมาต่อยอดในยุค EV คล้ายกับกรณีของ Mustang Mach-E ซึ่งใช้ชื่อ Mustang มาสร้างภาพลักษณ์ใหม่ในตลาดรถยนต์ไฟฟ้า โดย Ford หวังใช้ความคุ้นเคยของชื่อ Escape ที่มีฐานลูกค้าจำนวนมากในอเมริกาเหนือเป็นจุดแข็งในการแข่งขันกับคู่แข่งในอนาคต
อย่างไรก็ตามการมาถึงของ Escape EV ยังทิ้งคำถามไว้มากมาย หลังจากตลาด Compact SUV ในสหรัฐฯ ได้ถูกครอบครองโดยรถ Hybrid และเครื่องยนต์สันดาปเป็นหลัก ไม่ว่าจะเป็น Toyota RAV4 หรือ Honda CR-V ขณะที่รถไฟฟ้าในกลุ่มเดียวกันยังมีตัวเลือกไม่มากนัก นั่นอาจเปิดโอกาสให้ Ford สร้างความแตกต่างด้วยการนำเสนอ SUV ไฟฟ้าล้วนที่ใช้งานง่ายและมีราคาจับต้องได้มากขึ้น
รายงานระบุว่า Ford จะเปิดตัวรถรุ่นแรกที่ใช้งานวิศวกรรม UEV ภายในปีหน้า โดยจะเป็นรถกระบะไฟฟ้าขนาดกลางที่มีราคาเริ่มต้นประมาณ 30,000 เหรียญสหรัฐฯ หรือราว 1.1 ล้านบาท ซึ่งสะท้อนแนวทางใหม่ของบริษัทที่ต้องการผลักดันรถ EV ราคาประหยัดเข้าสู่ตลาด หากโครงสร้างต้นทุนของแพลตฟอร์มใหม่นี้ประสบความสำเร็จ ก็มีความเป็นไปได้สูงว่า Escape EV จะได้รับประโยชน์จากต้นทุนการผลิตที่ลดลงเช่นเดียวกัน
สำหรับ Escape ถือเป็นหนึ่งในรถสำคัญของ Ford ในตลาดอเมริกา แม้จะไม่มียอดขายสูงเท่ากับตระกูล F-Series หรือ Explorer แต่ก็เป็นรุ่นที่สร้างยอดขายได้อย่างต่อเนื่องมาหลายปี โดยมียอดขายมากกว่า 100,000 คันต่อปีเป็นประจำ และเคยทำสถิติสูงสุดถึง 308,296 คันในปี 2017 สะท้อนถึงความนิยมของลูกค้าในกลุ่มครอบครัวและผู้ใช้งานทั่วไป
ปัจจุบัน Ford ยังไม่ได้ยืนยันรายละเอียดอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับ Escape EV แต่รายงานระบุว่าการผลิตจะเริ่มขึ้นที่โรงงาน Louisville Assembly Plant แห่งเดิมในปี 2029 หากโครงการเดินหน้าตามแผน Escape รุ่นใหม่จะกลายเป็นหนึ่งในกำลังสำคัญของ Ford ในตลาด SUV ขุมพลังไฟฟ้าที่เข้าถึงง่าย และอาจเป็นบทพิสูจน์สำคัญว่ารถ EV ราคาจับต้องได้ยังคงมีอนาคตในตลาดสหรัฐอเมริกา แม้สภาพตลาดปัจจุบันจะไม่ได้เติบโตอย่างร้อนแรงเหมือนในช่วงหลายปีก่อนก็ตาม
ที่มา: Autoblog
