เห็นด้วยหรือไม่ !? กรมการขนส่งทางบก เปิดรับฟังความเห็น ร่างกฎกระทรวง ป้ายทะเบียนรถ EV พื้นหลังสีฟ้า แยกรถไฟฟ้าออกจากรถสันดาป

กรมการขนส่งทางบก เปิดรับฟังความคิดเห็นต่อหลักการแก้ไขกฎกระทรวงเกี่ยวกับแผ่นป้ายทะเบียนรถยนต์และรถจักรยานยนต์ที่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้า (EV) โดยมีเป้าหมายเพื่อรองรับนโยบายภาครัฐในการส่งเสริมการใช้รถยนต์ไฟฟ้า ลดมลพิษจากภาคการขนส่ง ตลอดจนเพิ่มประสิทธิภาพในการกำกับดูแลและบริหารจัดการรถยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทย

สาระสำคัญของร่างกฎกระทรวงฉบับนี้ คือ การกำหนดให้รถยนต์และรถจักรยานยนต์ที่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้ามีแผ่นป้ายทะเบียนรูปแบบเฉพาะ เพื่อให้สามารถแยกประเภทออกจากรถที่ใช้เครื่องยนต์สันดาปภายใน หรือรถที่ใช้พลังงานรูปแบบอื่นได้อย่างชัดเจน

 

(ภาพจำลองโดย Headlightmag ไม่ใช่ภาพป้ายทะเบียนอย่างเป็นทางการ โดยกรมการขนส่งทางบก)

สำหรับรถยนต์นั่งส่วนบุคคลไม่เกิน 7 คน (รย.1) รถยนต์นั่งส่วนบุคคลเกิน 7 คน (รย.2) รถยนต์บรรทุกส่วนบุคคล (รย.3) รถยนต์สามล้อส่วนบุคคล (รย.4) รวมถึงรถจักรยานยนต์ส่วนบุคคล (รย.12) ที่เป็นรถยนต์ไฟฟ้า จะยังคงใช้รูปแบบ ขนาด ตัวอักษร และสีตัวอักษรเช่นเดียวกับป้ายทะเบียนปัจจุบัน แต่จะเปลี่ยนพื้นแผ่นป้าย เป็นสีฟ้าสะท้อนแสง เพื่อให้สามารถสังเกตและจำแนกได้ทันทีว่าเป็นรถยนต์ไฟฟ้า

ขณะที่รถยนต์ประเภทรับจ้าง บริการสาธารณะ รถเช่า รถบริการธุรกิจ รถแทรกเตอร์ รถพ่วง ตลอดจนรถจักรยานยนต์สาธารณะที่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้า จะยังคงใช้รูปแบบป้ายทะเบียนเดิมตามประเภทของรถ แต่จะมีเครื่องหมายเฉพาะ ตามที่อธิบดีกรมการขนส่งทางบกประกาศกำหนดเพิ่มเติมในภายหลัง

นอกจากนี้ รถยนต์ไฟฟ้าที่ได้รับการจดทะเบียนและออกแผ่นป้ายทะเบียนไปก่อนหน้าที่กฎกระทรวงฉบับดังกล่าวจะมีผลบังคับใช้ จะต้องติดตั้งเครื่องหมายแสดงสถานะรถยนต์ไฟฟ้าตามที่กรมการขนส่งทางบกกำหนด โดยเจ้าของรถจะมีระยะเวลาปรับตัวภายใน 1 ปี นับจากวันที่กฎกระทรวงมีผลใช้บังคับ

 

(ภาพจำลองโดย Headlightmag ไม่ใช่ภาพป้ายทะเบียนอย่างเป็นทางการ โดยกรมการขนส่งทางบก)

กรมการขนส่งทางบกระบุว่า การกำหนดแผ่นป้ายทะเบียนเฉพาะสำหรับรถยนต์ไฟฟ้า จะช่วยให้หน่วยงานภาครัฐสามารถบริหารจัดการข้อมูลรถ EV ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น รองรับการกำหนดสิทธิประโยชน์ต่าง ๆ ในอนาคต รวมถึงช่วยอำนวยความสะดวกแก่เจ้าหน้าที่กู้ภัยและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการเข้าช่วยเหลือเมื่อเกิดอุบัติเหตุ เนื่องจากรถยนต์ไฟฟ้ามีระบบไฟฟ้าแรงดันสูงและแนวทางการปฏิบัติที่แตกต่างจากรถยนต์ทั่วไป

หากร่างกฎกระทรวงดังกล่าวได้รับความเห็นชอบและประกาศใช้ จะถือเป็นครั้งแรกที่ประเทศไทยมีการกำหนดรูปแบบแผ่นป้ายทะเบียนเฉพาะสำหรับรถยนต์และรถจักรยานยนต์พลังงานไฟฟ้าอย่างเป็นทางการ สะท้อนทิศทางการเติบโตของตลาด EV ที่กำลังมีบทบาทเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในประเทศ

ร่วมแสดงความคิดเห็นได้ที่ครับ https://www.law.go.th/listeningDetail?survey_id=NzI1OURHQV9MQVdfRlJPTlRFTkQ=


อัพเดทเพิ่มเติม

นายสรพงศ์ ไพฑูรย์พงษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางบก เปิดเผยถึงกรณีที่มีการนำเสนอข่าวผ่านสื่อมวลชนเกี่ยวกับการกำหนดให้รถยนต์และรถจักรยานยนต์ไฟฟ้า (EV) ต้องเปลี่ยนมาใช้ป้ายทะเบียนพื้นสีฟ้าสะท้อนแสง ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเข้าใจคลาดเคลื่อนต่อประชาชนนั้น ขอชี้แจงว่า ร่างกฎกระทรวงดังกล่าวยังอยู่ระหว่างขั้นตอนการรับฟังความคิดเห็นจากประชาชน และยังไม่มีผลบังคับใช้ทางกฎหมายแต่อย่างใด อีกทั้ง กรม ฯ ไม่มีการบังคับให้รถ EV ที่จดทะเบียนไปแล้วต้องมาเปลี่ยนเป็นแผ่นป้ายทะเบียนใหม่ ผู้ใช้รถยังสามารถใช้แผ่นป้ายทะเบียนเดิมได้ตามปกติ

อธิบดีกรมการขนส่งทางบก ชี้แจงเพิ่มเติมถึงสาระสำคัญของร่างกฎกระทรวงกำหนดขนาด ลักษณะ และสีของแผ่นป้ายทะเบียนรถฯ ว่า เป็นการปรับปรุงหลักเกณฑ์เพื่อรองรับการเติบโตของยานยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทยและสนับสนุนนโยบายลดมลพิษ (PM 2.5) โดยมีรายละเอียดข้อเสนอ ดังนี้

1. รถยนต์และรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าส่วนบุคคล (จดทะเบียนใหม่) กำหนดให้ใช้แผ่นป้ายทะเบียน “พื้นสีฟ้าสะท้อนแสง”

2. รถไฟฟ้าสาธารณะ และรถใช้งานเฉพาะทาง ให้ใช้แผ่นป้ายทะเบียนสีเดิม แต่กำหนดให้ติด “เครื่องหมายพิเศษ” ที่แผ่นป้ายทะเบียนเดิม

3. รถ EV เก่าที่จดทะเบียนไปแล้ว ไม่ต้องเปลี่ยนแผ่นป้ายทะเบียนใหม่ (รวมถึงป้ายประมูลและป้ายขาวเดิม) โดยจะใช้เพียงการติด “เครื่องหมายพิเศษ” ที่แผ่นป้ายทะเบียนเดิมเท่านั้น ซึ่งเจ้าของรถจะมีเวลาดำเนินการภายใน 1 ปี นับแต่วันที่กฎกระทรวงมีผลบังคับใช้

อธิบดีกรมการขนส่งทางบก กล่าวชี้แจงเพิ่มเติมถึงกรณีที่ต้องแยกความแตกต่างของป้ายทะเบียนรถ EV ให้เห็นชัดเจนทางกายภาพ แม้ว่ากรมการขนส่งทางบกจะมีข้อมูลระบุประเภทพลังงานของรถแต่ละคันในฐานข้อมูลระบบอยู่แล้ว แต่การกำหนดให้ป้ายทะเบียนรถ EV มีลักษณะเฉพาะทางกายภาพที่มองเห็นได้ชัดเจนจากภายนอก มีจุดประสงค์เพื่อสร้างประโยชน์สูงสุดแก่ประชาชนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยตรง ทั้งประโยชน์ด้านความปลอดภัยและการกู้ภัย ในกรณีที่เกิดอุบัติเหตุบนท้องถนน เมื่อประชาชนทั่วไป หน่วยงานกู้ภัย หรือเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง จะสามารถแยกแยะได้ทันทีด้วยสายตาว่ารถคันดังกล่าวเป็นรถยนต์ไฟฟ้า ซึ่งจำเป็นต้องใช้ขั้นตอนและอุปกรณ์ระงับเหตุเฉพาะทางสำหรับแบตเตอรี่แรงดันสูง เพื่อป้องกันอันตรายจากไฟฟ้ารั่วไหลหรือเพลิงไหม้ได้อย่างทันท่วงทีและปลอดภัย รวมถึงการกำกับดูแลคุณภาพของแบตเตอรี่ และอุณหภูมิของแบตเตอรี่ในระยะยาว จึงจำเป็นจะต้องดูแลใกล้ชิดเมื่อมีอายุถึงเกณฑ์ที่จะต้องกำกับดูแลเป็นพิเศษ

นอกจากนี้ในอนาคตหน่วยงานอื่นสามารถนำไปกำหนดการรับสิทธิประโยชน์อื่นจากการมีป้ายทะเบียนที่แยกประเภทที่ชัดเจน จะช่วยอำนวยความสะดวกให้หน่วยงานอื่น ๆ เช่น ผู้ให้บริการทางด่วน ห้างสรรพสินค้า หรือพื้นที่ควบคุมมลพิษ (Zero Emission Zone) สามารถบริหารจัดการและมอบสิทธิประโยชน์พิเศษให้แก่ผู้ใช้รถ EV ได้ทันทีโดยที่เจ้าหน้าที่หน้างานไม่ต้องเสียเวลาตรวจสอบจากฐานข้อมูล