แม้ค่ายรถญี่ปุ่นอย่าง Toyota Nissan และ Honda จะมีรถยนต์ไฟฟ้าทำตลาดแล้วทั้ง bZ Leaf และ Prologue แต่ Mitsubishi Motors ยังไม่มีรถ EV ยุคใหม่ของตนเองออกสู่ตลาดโลก โดยเฉพาะตลาดเอเชียและโอเชีบเนียที่กำลังเต็มไปด้วยรถ EV จากจีน อย่างไรก็ตาม แผนการเข้าสู่ตลาดรถยนต์ไฟฟ้าของ Mitsubishi กำลังเดินหน้าอย่างต่อเนื่อง ผ่านความร่วมมือกับ Foxtron Vehicle Technologies บริษัทพัฒนายานยนต์ไฟฟ้าสัญชาติไต้หวันที่ได้รับการสนับสนุนจาก Foxconn ผู้ผลิต iPhone รายใหญ่ของโลก

ล่าสุดเมื่อวันที่ 1 มิถุนายน 2026 Foxtron ได้เปิดตัวรถ SUV ขุมพลังไฟฟ้ารุ่นใหม่ในชื่อ Foxtron Cavira ซึ่งถือเป็นรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นที่สองของบริษัท ต่อจากรุ่น Bria โดยวางตำแหน่งแข่งขันในกลุ่ม C-SUV ขุมพลังไฟฟ้าแบบเดียวกับ Tesla Model Y รถยนต์ไฟฟ้าที่ขายดีที่สุดของโลกในปัจจุบัน

 

ด้านการออกแบบ Cavira มาในสไตล์ตัวถังทรงลู่ลม เส้นสายเรียบง่าย และหลังคาทรง Coupe แบบเบาๆ ซึ่งลาดลงสู่ท้ายรถเพื่อช่วยลดแรงต้านอากาศ แตกต่างจากคู่แข่งหลายรุ่นอย่าง Kia EV6 และ Subaru Solterra ที่เน้นเส้นสายคมเหลี่ยมและภาพลักษณ์สปอร์ตมากกว่า

 

ขุมพลังมีให้เลือก 2 รุ่นย่อย เริ่มจากรุ่น Emerge มอเตอร์ไฟฟ้าเดี่ยว ขับเคลื่อนล้อหลัง มีกำลังสูงสุด 249 แรงม้า ใช้แบตเตอรี่แบบ LFP ความจุ 82.7 kWh วิ่งได้ไกลสูงสุด 578 กิโลเมตร ตามมาตรฐาน WLTC

ส่วนรุ่น Pioneer เพิ่มมอเตอร์ที่เพลาล้อคู่หน้าระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ AWD และกำลังสูงสุดถึง 468 แรงม้า อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ภายใน 3.8 วินาที อย่างไรก็ตาม ระยะทางวิ่งลดลงเหลือ 538 กิโลเมตรต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง เนื่องจากสมรรถนะที่สูงขึ้น

 

อย่างไรก็ตาม Cavira จะw,jทำตลาดในสหรัฐอเมริกา เนื่องจาก Mitsubishi วางแผนเปิดตัวรถยนต์ไฟฟ้าสำหรับตลาดอเมริกาเหนือโดยอาศัยความร่วมมือกับ Nissan Motor Corporation แทน ผ่านการพัฒนารถครอสโอเวอร์ไฟฟ้าบนพื้นฐานของ Nissan Leaf เจเนอเรชันใหม่ (งาน Re-badge อีกแล้ว)

รถยนต์ไฟฟ้ารุ่นดังกล่าวจะเป็นส่วนหนึ่งของแผนธุรกิจ 2030 ของ Mitsubishi ซึ่งครอบคลุมทั้งการขยายเครือข่ายผู้จำหน่าย การปรับปรุงรูปแบบการขาย และการเพิ่มจำนวนรถยนต์พลังงานไฟฟ้าในตลาดอเมริกาเหนือ โดยคาดว่าจะเปิดตัวอย่างเป็นทางการภายในช่วงกลางปี 2026

ความร่วมมือระหว่าง Mitsubishi กับ Nissan ในอเมริกาเหนือ และ Foxtron ในออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ สะท้อนให้เห็นถึงกลยุทธ์ใหม่ของ Mitsubishi ที่เลือกใช้พันธมิตรจากแดนมังกรเข้ามาช่วยเร่งการพัฒนารถยนต์ไฟฟ้า แทนการลงทุนพัฒนาเทคโนโลยีทั้งหมดด้วยตนเอง เพื่อเพิ่มความสามารถในการแข่งขันในตลาด EV ที่เติบโตอย่างรวดเร็วทั่วโลก

ที่มา: Carscoops , Autoblog