Mazda เปิดตัว MX-5 รุ่นปี 2027 สำหรับตลาดยุโรป โดยยังคงใช้ตัวถังเจเนอเรชัน ND ที่ทำตลาดมาตั้งแต่ปี 2014 พร้อมอัปเดตรายละเอียดเล็กน้อยเพื่อต่ออายุตลาดไปอีกช่วง ก่อนที่รถสปอร์ตโรดสเตอร์รุ่นนี้จะเปลี่ยนผ่านสู่เจเนอเรชันถัดไปในช่วงปลายทศวรรษนี้

ภายนอกแทบไม่มีการเปลี่ยนแปลงจากรุ่นปรับโฉมปี 2024 ยังคงรักษาเอกลักษณ์ของโรดสเตอร์ขนาดเล็กน้ำหนักเบาเอาไว้ครบถ้วน แต่เพิ่มสีตัวถังใหม่ Zinc Green ซึ่งเป็นเฉดสีเขียวใหม่ล่าสุดที่ถูกนำมาใช้กับ Mazda CX-30 รุ่นปี 2027 เช่นกัน

 

อีกหนึ่งไฮไลต์สำคัญคือการเปิดตัวรุ่นพิเศษ Yakudo Edition ซึ่งมีจำหน่ายเฉพาะตัวถังเปิดประทุนหลังคาผ้าใบเท่านั้น โดดเด่นด้วยรายละเอียดตกแต่งภายนอกสีเงิน คาลิเปอร์เบรกสีเงิน และห้องโดยสารหุ้มวัสดุ Alcantara ช่วยเพิ่มความพรีเมียมและความแตกต่างจากรุ่นปกติ

นอกจากนี้ Mazda ยังคงมีรุ่นย่อย Kazari ที่เน้นความหรูหรา และ Homura ที่มุ่งเน้นสมรรถนะการขับขี่ โดย Homura ติดตั้งล้ออัลลอย RAYS สีดำขนาด 16 นิ้ว คาลิเปอร์เบรกจาก Brembo สีแดง ช่วงล่าง Bilstein และค้ำโช้กหน้า ซึ่งมีแนวทางใกล้เคียงกับ MX-5 Club ที่จำหน่ายในสหรัฐอเมริกา

 

ภายในห้องโดยสารยังคงใช้หน้าจอ Infotainment ขนาด 8.8 นิ้วที่เปิดตัวไปพร้อมการปรับโฉมครั้งล่าสุด แต่ได้มีการเพิ่มระบบ Driver Attention Alert (DAA) เข้ามาเป็นอุปกรณ์มาตรฐาน เพื่อช่วยตรวจจับอาการเหนื่อยล้าของผู้ขับขี่และเพิ่มความปลอดภัยในการเดินทาง

สำหรับตลาดยุโรป Mazda MX-5 ยังคงใช้เครื่องยนต์เบนซิน Skyactiv-G 4 สูบ ความจุ 1.5 ลิตร เพียงทางเลือกเดียว หลังเครื่องยนต์ 2.0 ลิตร ถูกยกเลิกในหลายประเทศจากข้อกำหนดด้านมลพิษที่เข้มงวดขึ้น โดยเครื่องยนต์ได้รับการปรับจูนใหม่ให้มีกำลังเพิ่มขึ้นเป็น 136 แรงม้า (PS) หรือเพิ่มขึ้น 4 แรงม้าจากเดิม พร้อมแรงบิดสูงสุด 155 นิวตัน-เมตร

 

Mazda ระบุว่าการปรับปรุงครั้งนี้ไม่ได้มุ่งเน้นเพียงตัวเลขสมรรถนะ แต่ยังมีการปรับแต่งเสียงเครื่องยนต์ให้มีความเร้าใจและเป็นธรรมชาติมากขึ้น เพื่อเสริมบุคลิกการขับขี่แบบ “Jinba Ittai” ที่เป็นหัวใจสำคัญของ MX-5 มาโดยตลอด ขณะเดียวกันยังช่วยลดอัตราการปล่อย CO₂ เหลือ 139 กรัม/กิโลเมตร และมีอัตราสิ้นเปลืองเฉลี่ยตามมาตรฐาน WLTP อยู่ที่ 6.1 ลิตร/100 กิโลเมตร

 

Mazda เริ่มสายพานการผลิต MX-5 รุ่นพวงมาลัยซ้ายสำหรับยุโรปตั้งแต่เดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา ส่วนรุ่นพวงมาลัยขวาจะเริ่มผลิตในเดือนกันยายน โดยมีกำหนดส่งมอบรถคันแรกให้ลูกค้าในยุโรปช่วงเดือนกันยายน 2026 ขณะที่ราคาจำหน่ายจะประกาศอย่างเป็นทางการอีกครั้งใกล้วันเปิดตัว

 

แม้จะมีอายุตลาดยาวนานกว่า 13 ปีแล้ว แต่รายงานล่าสุดระบุว่า MX-5 ND จะยังคงทำตลาดต่อไปจนถึงราวปี 2029 ก่อนส่งต่อไปยังเจเนอเรชันใหม่ที่คาดว่าจะยังคงยึดแนวคิดน้ำหนักเบาเป็นหลัก พร้อมเพิ่มขุมพลังไฮบริดเข้ามาช่วยเสริมประสิทธิภาพและลดการปล่อยมลพิษในอนาคต.

ที่มา: Carscoops