เผยสเป็ค MG URBAN – Compact Hatchback EV
MG ประเทศไทย เตรียมเปิดตัว MG URBAN พร้อมประกาศราคาจำหน่ายอย่างเป็นทางการในวันที่ 17 มิถุนายน 2026 โดยเข้ามาทำตลาดในฐานะรถยนต์ Compact Hatchback พลังงานไฟฟ้า 100% วางตำแหน่งควบคู่กับ MG4 แต่จับกลุ่มลูกค้าที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน
หาก MG4 เน้นบุคลิกสปอร์ตและความสนุกในการขับขี่ MG URBAN จะชูจุดเด่นด้าน ความกว้างขวางของห้องโดยสาร ความสะดวกสบายในการใช้งานประจำวัน และเทคโนโลยีอำนวยความสะดวกสำหรับการขับขี่ในเมือง เพื่อตอบโจทย์ผู้ใช้งานที่มองหารถ EV สำหรับชีวิตประจำวันเป็นหลัก
รุ่นย่อย
Varints
มีให้เลือก 3 รุ่น ดังนี้
- MG Urban Standard
- MG Urban Max
- MG Urban Ultra
ขนาดและมิติตัวถัง
Dimension
- ความยาว 4,395 มิลลิเมตร
- ความกว้าง 1,842 มิลลิเมตร
- ความสูง 1,549 มิลลิเมตร
- ความยาวฐานล้อ 2,750 มิลลิเมตร
- พื้นที่เก็บสัมภาระด้านหลัง 480 ลิตร และ 1,266 ลิตร เมื่อพับเบาะหลัง
- รัศมีวงเลี้ยว 5.2 เมตร
เทียบกับรถยนต์รุ่นอื่นๆ ในพิกัดเดียวกัน (ยาว x กว้าง x สูง / ฐานล้อ)
- MG Urban : 4,395 x 1,842 x 1,549 / 2,750 มิลลิเมตร
- MG 4 : 4,287 x 1,836 x 1,516 / 2,705 มิลลิเมตร
- AION UT : 4,270 x 1,850 x 1,575 / 2,750 มิลลิเมตร
- BYD Dolphin : 4,150 x 1,770 x 1,570 / 2,700 มิลลิเมตร
- Geely EX2 : 4,135 x 1,850 x 1,580 / 2,650 มิลลิเมตร
ขุมพลังขับเคลื่อน
Powertrain
MG Urban Standard
ขับเคลื่อนล้อหน้า FWD ด้วยมอเตอร์ Permanent Magnet Synchronous กำลังสูงสุด 110 กิโลวัตต์ หรือ 150 แรงม้า (PS) แรงบิด 250 นิวตันเมตร พ่วงด้วยแบตเตอรี่ Lithium-ion Phospahte (LFP) จาก CATL ความจุ 42.8 kWh ผ่านการทดสอบตามมาตรฐาน IP68 รองรับการชาร์จด้วยไฟฟ้ากระแสสลับ AC สูงสุด 6.6 kW และรองรับการชาร์จด้วยไฟฟ้ากระแสตรง DC สูงสุด 82 kW พร้อมฟังก์ชัน V2L (Vehicle-to-Load) จ่ายกำลังไฟได้ สูงสุด 3.3 kW
ตัวเลขสมรรถนะเคลมจากโรงงาน
- ระยะทางวิ่งสูงสุดต่อการชาร์จเต็ม ทำได้ 435 กิโลเมตร (มาตรฐาน NEDC)
MG Urban Max / Ultra
ขับเคลื่อนล้อหน้า FWD ด้วยมอเตอร์ Permanent Magnet Synchronous กำลังสูงสุด 118 กิโลวัตต์ หรือ 160 แรงม้า (PS) แรงบิด 250 นิวตันเมตร พ่วงด้วยแบตเตอรี่ Lithium-ion Phospahte (LFP) จาก CATL ความจุ 53.9 kWh ผ่านการทดสอบตามมาตรฐาน IP68 รองรับการชาร์จด้วยไฟฟ้ากระแสสลับ AC สูงสุด 6.6 kW และรองรับการชาร์จด้วยไฟฟ้ากระแสตรง DC สูงสุด 88 kW พร้อมฟังก์ชัน V2L (Vehicle-to-Load) จ่ายกำลังไฟได้ สูงสุด 3.3 kW
ตัวเลขสมรรถนะเคลมจากโรงงาน
- ระยะทางวิ่งสูงสุดต่อการชาร์จเต็ม ทำได้ 530 กิโลเมตร (มาตรฐาน NEDC)
- ระยะเวลาชาร์จด้วย DC Quick Cahrge จาก 10-80% ประมาณ 30 นาที
โหมดการขับขี่ Drive Mode มีให้เลือก 5 รูปแบบ
- COMFORT
- NORMAL
- SPORT
- SNOW
- CUSTOM
โหมดหน่วงความเร็วเพื่อกู้คืนพลังงาน KERS (Kinetic Energy Recovery System) ปรับได้ 4 ระดับ
- ระดับ 1
- ระดับ 2
- ระดับ 3
- แบบแปรผันตามการขับขี่ ADAPTIVE


เทียบสเป็ค MG Urban แต่ละรุ่นย่อย
MG Urban Standard
มีอุปกรณ์มาตรฐาน ดังนี้
- มอเตอร์ไฟฟ้า 150 แรงม้า 250 นิวตันเมตร
- แบตเตอรี่ LFP 42.8 kWh
- ระบบ DC ชาร์จ 82 kW
- ช่วงล่างด้านหน้า MacPherson Strut
- ช่วงล่างด้านหลัง Torsion Beam
- ดิสก์เบรก 4 ล้อ
- โลโก้เรืองแสง Illuminated Logo
- ไฟหน้า LED พร้อมระบบเปิด-ปิดไฟหน้าอัตโนมัติ
- ไฟท้าย LED ดีไซน์ Union Jack
- ไฟส่องสว่างสำหรับการขับขี่เวลากลางวัน (Daytime Running Lights)
- ระบบไล่ฝ้ากระจกหลัง
- ใบปัดน้ำฝนกระจกหลัง
- สปอยเลอร์หลัง
- เซ็นเซอร์กะระยะด้านหลัง 3 ตำแหน่ง
- เรดาร์รอบคัน 2 ตำแหน่ง
- ล้ออัลลอย ขนาด 16 นิ้ว พร้อมฝาครอบ Aero Wheel Cover
- เบาะนั่งคนขับ ปรับด้วยไฟฟ้า 6 ทิศทาง
- เบาะนั่งผู้โดยสารด้านหน้า ปรับได้ 4 ทิศทาง
- ช่องเก็บเอกสารด้านหลังเบาะนั่งคู่หน้า
- เบาะนั่งด้านหลัง ปรับและพับได้ 60:40
- เบาะนั่งด้านหลัง พร้อมพนักวางแขนตำแหน่งกลาง
- ภายในห้องโดยสาร ตกแต่งด้วยวัสดุ Soft Touch
- กระจกหน้าต่าง ปรับด้วยไฟฟ้าแบบ One-touch ขึ้น-ลง
- ระบบปรับอากาศอัตโนมัติ
- ช่องแอร์สำหรับผู้โดยสารตอนหลัง
- กระจกแต่งหน้าพร้อมไฟส่องสว่าง สำหรับผู้ขับขี่และผู้โดยสารตอนหน้า
- หน้าจอแสดงผลข้อมูลการขับขี่ ขนาด 7 นิ้ว
- หน้าจอกลางระบบสัมผัส Touchscreen ขนาด 12.8 นิ้ว
- ลำโพง 4 ตำแหน่ง
- ระบบเชื่อมต่อ Android Auto และ Apple CarPlay แบบไร้สาย
- ระบบเชื่อมต่อโทรศัพท์มือถือผ่าน Bluetooth
- กล้องมองภาพด้านหลัง
- ช่องเชื่อมต่อ USB Type-C 3 ตำแหน่ง
- ระบบเบรกมือไฟฟ้า EPB (Electronic Parking Brake)
- ระบบป้องกันการไหล AVH (Auto Vehicle Hold)
- ระบบป้องกันล้อล็อก ABS (Anti-lock Braking System)
- ระบบกระจายแรงเบรก EBD (Electronic Brake Force Distribution)
- ระบบเสริมแรงเบรกด้วยอิเล็กทรอนิกส์ EBA (Electronic Brake Assist)
- ระบบควบคุมการทรงตัว SCS (Stability Control System)
- ระบบควบคุมการเบรกขณะเข้าโค้ง CBC (Curve Brake Control)
- ระบบป้องกันล้อหมุนฟรี และควบคุมการลื่นไถล TCS (Traction Control System)
- ระบบช่วยการออกตัวบนทางลาดชัน HAS (Hill Start Assist System)
- ระบบเปิด-ปิดไฟสูงอัตโนมัติ IHC (Intelligent High-beam Control)
- ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน ACC (Adaptive Cruise Control)
- ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติอัจฉริยะ ICA (Intelligent Cruise Assist)
- ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติเมื่อความเร็วต่ำ TJA (Traffic Jam Assist)
- ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในเลน พร้อมระบบช่วยควบคุมเมื่อออกนอกเลน
- ELK (Emergency Lane Keeping Assist)
- LKA (Lane Keeping Assist)
- LDP (Lane Departure Prevention)
- LDW (Lane Departure Warning)
- ระบบช่วยเตือนเมื่อเสี่ยงต่อการชนด้านหน้า FCW (Forward Collision Warning)
- ระบบช่วยเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติ AEB (Autonomous Emergency Braking)
- ระบบช่วยป้องกันอุบัติเหตุจากมุมอับสายตา
- LCA (Lane Change Assist)
- BSD (Blind Spot Detection)
- RCTA (Rear Cross Traffic Alert)
- RCTB (Rear Cross Traffic Braking)
- DOW (Door Opening Warning)
- RCW (Rear Collision Warning)
- ระบบตรวจจับพฤติกรรมการขับขี่ DMS (Driver Monitoring System)
- จุดยึดเบาะนั่งเด็กแบบ ISOFIX
- เข็มขัดนิรภัยคู่หน้าแบบดึงรั้งกลับ พร้อมผ่อนแรงอัตโนมัติ
- ถุงลมนิรภัย 6 ตำแหน่ง
- ถุงลมนิรภัยคู่หน้า
- ถุงลมนิรภัยด้านข้าง
- ม่านถุงลมนิรภัย
MG Urban Max
มีอุปกรณ์เพิ่มขึ้นจากรุ่น Standard ดังนี้
- มอเตอร์ไฟฟ้า 160 แรงม้า
- แบตเตอรี่ LFP 53.9 kWh
- ระบบ DC ชาร์จ 88 kW
- ล้ออัลลอย ขนาด 17 นิ้ว
- กระจกมองข้างพับด้วยไฟฟ้า
- ฝาท้ายเปิด – ปิดด้วยระบบไฟฟ้า
- เบาะนั่งหุ้มด้วยวัสดุหนังสังเคราะห์ลาย Diamond Cut
- เบาะนั่งคนขับ พร้อมระบบระบายอากาศ (Ventilated Seat)
- เบาะนั่งผู้โดยสารด้านหน้า พร้อมระบบระบายอากาศ (Ventilated Seat)
- หน้าจอกลางระบบสัมผัส Touschscreen ขนาด 15.6 นิ้ว
- ลำโพง 6 ตำแหน่ง
- กล้องมองภาพรอบทิศทางแบบ 3 มิติ
- ไฟสร้างบรรยากาศในห้องโดยสาร Interactive Ambient Lights ปรับได้ 256 เฉดสี
- ระบบ i-SMART
- ฟังก์ชันระบบควบคุมการจอดระยะไกล (Remote Parking)
- ฟังก์ชันปลดล็อกรถ และเปิดระบบปรับอากาศผ่านโทรศัพท์มือถือ
- ระบบตรวจเช็กอัจฉริยะ (Smart Check)
- ระบบสั่งการอัจฉริยะ (Smart Command)
- ระบบเชื่อมต่ออัจฉริยะ (Smart Connect)
- ระบบตรวจสอบความผิดปกติของลมยาง TPMS (Tire Pressure Monitoring System)
- ถุงลมนิรภัย 7 ตำแหน่ง
- ถุงลมนิรภัยคู่หน้า
- ถุงลมนิรภัยด้านข้าง
- ม่านถุงลมนิรภัย
- ถุงลมนิรภัยตำแหน่งกลาง สำหรับเบาะนั่งคู่หน้า


MG Urban Ultra
มีอุปกรณ์เพิ่มขึ้นจากรุ่น Max ดังนี้
- เซ็นเซอร์กะระยะด้านหน้า – ด้านหลัง 12 ตำแหน่ง
- เรดาร์ 3 ตำแหน่ง
- กล้องรอบคัน 6 ตำแหน่ง
- หลังคากระจก Panoramic Roof พร้อมม่านบังแดดปรับด้วยไฟฟ้า
- เบาะนั่งผู้โดยสารด้านหน้า ปรับด้วยไฟฟ้า 4 ทิศทาง
- ระบบอัจฉริยะที่ใช้ชิปประมวลผล Qualcomm Snapdragon 8155
- ระบบช่วยจอดอัตโนมัติ SAPS (Smart Auto Parking Solution)
- ระบบเปลี่ยนเลนอัตโนมัติ ALC (Auto Lane Change with Alert)
- ระบบควบคุมรถให้อยู่กึ่งกลางเลน LCC (Lane Centering Control)
- ระบบ i-SMART PRO
- ฟังก์ชันระบบช่วยจอดอัตโนมัติ (Smart Parking Assist)
- ฟังก์ชันระบบสั่งจอดอัตโนมัติระยะไกล (Remote Auto Parking)
- ฟังก์ชันปลดล็อกรถ และเปิดระบบปรับอากาศผ่านโทรศัพท์มือถือ
- ระบบตรวจเช็กอัจฉริยะ (Smart Check)
- ระบบสั่งการอัจฉริยะ (Smart Command)
- ระบบเชื่อมต่ออัจฉริยะ (Smart Connect)
- ฟังก์ชันเปิดระบบระบายอากาศเบาะนั่ง (Cooling Seat) ผ่านโทรศัพท์มือถือ

สีตัวถังภายนอก
Exterior Colors
มีให้เลือก ดังนี้
- สีม่วง Lavender Purple
- สีเบจ Modern Beige
- สีขาว Arctic White
- สีเทา Andes Grey
- สีดำ Pearl Black
Headlightmag Clip พาชมรอบคัน MG Urban
