ก่อนหน้านี้ BYD ได้ทยอยปล่อยภาพ Teaser และข้อมูลบางส่วนของ DOLPHIN G DM-i ออกมาเรียกกระแส แต่ล่าสุดได้เปิดเผยรายละเอียดและสเป็คอย่างเป็นทางการครบถ้วนสำหรับตลาดยุโรปแล้ว โดยรถรุ่นนี้ถือเป็นการบุกตลาด B-Segment ครั้งสำคัญของค่าย และยังเป็นรถยนต์รุ่นแรกที่ BYD พัฒนาขึ้นเพื่อผู้บริโภคชาวยุโรปโดยเฉพาะ ภายใต้แนวคิดการผสานความประหยัดแบบรถ Plug-in Hybrid เข้ากับประสบการณ์การขับขี่แบบรถยนต์ไฟฟ้า

 

ในด้านงานวิศวกรรม DOLPHIN G DM-i มาในรูปแบบตัวถัง Hatchback 5 ประตู พิกัด B-Segment ตัวถังยาว 4,160 มิลลิเมตร กว้าง 1,825 มิลลิเมตร สูง 1,575 มิลลิเมตร ระยะฐานล้อ 2,610 มิลลิเมตร ช่วงล่างด้านหน้าเป็นแบบ MacPherson Strut และช่วงล่างด้านหลังแบบ Torsion Beam โดยมีน้ำหนักตัวรถตั้งแต่ 1,440 – 1,555 กิโลกรัม แล้วแต่รุ่นย่อย

เทียบกับรถรุ่นอื่นๆ (ยาว x กว้าง x สูง / ฐานล้อ)

  • Dolphin G : 4,160 x 1,825 x 1,575 / 2,610 มิลลิเมตร
  • Dolphin :4,150 x 1,770 x 1,570 / 2,700 2,610 มิลลิเมตร
  • Dolphin Surf (Atto 1) : 3,925 x 1,720 x 1,590/ 2,500 มิลลิเมตร

 

งานออกแบบภายนอกได้รับแรงบันดาลใจจากภาษาการออกแบบ Ocean Series รุ่นล่าสุด ด้านหน้ามีเส้นสายโค้งมนผสานช่องรับอากาศสำหรับระบบ Super Hybrid ขณะที่ด้านข้างใช้เส้น Shoulder Line ที่ลากยาวตลอดตัวรถและหลังคาแบบ Floating Roof ส่วนด้านท้ายติดตั้งไฟท้าย LED แบบพาดยาวเต็มความกว้าง พร้อมสปอยเลอร์หลังในตัว ช่วยเพิ่มภาพลักษณ์ให้ดูทันสมัยและมีความสปอร์ตมากขึ้น

 

ภายในห้องโดยสารเน้นความเรียบง่ายและการใช้พื้นที่อย่างมีประสิทธิภาพ มาตรวัดเป็นจอดิจิทัลขนาด 8.8 นิ้ว จับคู่กับหน้าจอ Infotainment ขนาด 10.1 หรือ 12.8 นิ้ว ตามแต่ละรุ่นย่อย รองรับการเชื่อมต่อ Apple CarPlay และ Android Auto พร้อมระบบสั่งงานด้วยเสียงอัจฉริยะ ขณะที่คันเกียร์ถูกติดตั้งบริเวณคอพวงมาลัยเพื่อเพิ่มพื้นที่เก็บสัมภาระบริเวณคอนโซลกลาง

แม้จะเป็นรถในกลุ่มรถเล็ก Compact Car แต่ BYD ระบุว่าพื้นที่ใช้สอยเป็นหนึ่งในจุดขายสำคัญ โดย Dolphin G DM-i มีพื้นที่เก็บสัมภาระท้ายรถขนาด 425 ลิตร และเมื่อพับเบาะหลังแบบ 60:40 จะเพิ่มเป็น 1,225 ลิตร ซึ่งมากกว่ารถยนต์หลายรุ่นในกลุ่ม C-Segment

 

หัวใจสำคัญของ DOLPHIN G DM-i คือระบบ Super Hybrid DM-i ที่เน้นการขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าเป็นหลัก ทำงานร่วมกับเครื่องยนต์เบนซิน ตระกูล Xiaoyun 4 สูบ ขนาด 1.5 ลิตร กำลังสูงสุด 95 แรงม้า (PS) แรงบิด 120 นิวตันเมตร ขณะที่มอเตอร์ไฟฟ้าให้กำลัง 163 แรงม้า (PS) แรงบิด 210 นิวตันเมตร โดยรุ่น Active มีกำลังรวมสูงสุด 176 แรงม้า (PS) ส่วนรุ่น Boost, Comfort และ Sport เพิ่มเป็น 212 แรงม้า (PS) พร้อมอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ในเวลา 8.3 วินาที และความเร็วสูงสุด Top Speed ราว 180 กม./ชม.

ระบบ DM-i ของ BYD แตกต่างจาก Plug-in Hybrid ทั่วไป เพราะมอเตอร์ไฟฟ้าจะเป็นตัวขับเคลื่อนหลักในเกือบทุกสถานการณ์ ขณะที่เครื่องยนต์ทำหน้าที่ผลิตกระแสไฟฟ้าและช่วยส่งกำลังในบางช่วงที่ต้องการสมรรถนะสูงหรือการเดินทางระยะไกล ส่งผลให้รถสามารถมอบอารมณ์การขับขี่แบบ EV แต่ยังคงมีความยืดหยุ่นจากการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงเมื่อแบตเตอรี่เหลือน้อย

 

สำหรับแบตเตอรี่ใช้ BYD Blade Battery แบบ LFP มีให้เลือก 2 ขนาด ได้แก่ 7.42 kWh ในรุ่น Active และ 18.3 kWh ในรุ่น Boost, Comfort และ Sport โดยรุ่นแบตเตอรี่ใหญ่สามารถวิ่งด้วยไฟฟ้าล้วนได้ไกลสูงสุด 105 กิโลเมตร (WLTP) ขณะที่รุ่นเริ่มต้นวิ่งได้ 40 กิโลเมตร ส่วนระยะทางขับขี่รวมเมื่อชาร์จไฟและเติมน้ำมันเต็มถัง ขนาด 42 ลิตร อยู่ที่ประมาณ 1,020 – 1,040 กิโลเมตร พร้อมรองรับการชาร์จ AC สูงสุด 6.6 kW และชาร์จเร็ว DC สูงสุด 39 kW ซึ่งสามารถชาร์จแบตเตอรี่จาก 10 – 80% ได้ในเวลาประมาณ 26 นาที

 

 

BYD จัดจำหน่าย Dolphin G DM-i ในยุโรปทั้งหมด 4 รุ่นย่อย ได้แก่ Active, Boost, Comfort และ Sport โดยทุกรุ่นติดตั้งระบบช่วยเหลือการขับขี่ ADAS มาอย่างครบครัน ไม่ว่าจะเป็น Adaptive Cruise Control, Intelligent Cruise Control, Lane Keeping Assist, Blind Spot Detection, Front / Rear Cross Traffic Alert, Driver Monitoring System และ Door Opening Warning ขณะที่รุ่น Comfort และ Sport เพิ่มอุปกรณ์อย่าง Head-up Display, กล้องมองภาพรอบคัน 360 องศา, หลังคา Panoramic Roof รวมถึงระบบ Google Built-in ที่รองรับ Google Maps และ Google Assistant จากโรงงาน

BYD Dolphin G DM-i จะเปิดรับจองในยุโรปภายในช่วงฤดูร้อน (กรกฎาคา – กันยายน) ปี 2026 นี้ ก่อนทยอยส่งมอบรถให้ลูกค้าในช่วงต้นฤดูใบไม้ร่วง (กันยายน – พฤศจิกายน) โดยถือเป็นอีกหนึ่งโมเดลสำคัญที่สะท้อนกลยุทธ์ของ BYD ในการผลักดันเทคโนโลยี Plug-in Hybrid เจเนอเรชันใหม่เข้าสู่ตลาดยุโรป ซึ่งปัจจุบันยังมีคู่แข่งโดยตรงไม่มากนักในกลุ่ม B-Segment

ที่มา : BYD UK