หลังจาก BYD เดินหน้าขยายไลน์อัพรถยนต์ในตระกูล Dynasty Series อย่างต่อเนื่อง ล่าสุดมีข้อมูลของรถซีดานเรือธงรุ่นใหม่ในชื่อ BYD Da Han (大汉) หรือที่หลายสื่อคาดว่าอาจทำตลาดในชื่อ Great Han หรือ Han 9 ปรากฏอยู่บนเว็บไซต์ของกระทรวงอุตสาหกรรมและเทคโนโลยีสารสนเทศจีน (MIIT) ซึ่งเป็นขั้นตอนสำคัญก่อนการเปิดตัวอย่างเป็นทางการ โดยคาดว่ารถรุ่นนี้จะเริ่มทำตลาดภายในช่วงไตรมาส 3 ของปี 2026

 

จากภาพและข้อมูลที่เผยออกมา BYD Da Han จะเข้ามารับบทบาทเป็นรถซีดานระดับเรือธงของ BYD Dynasty Series ด้วยรูปลักษณ์ที่แตกต่างจาก Han รุ่นปัจจุบันอย่างชัดเจน ตัวรถมาในสไตล์ Fastback Sedan หลังคาลาดต่ำ เส้นสายเรียบง่ายเน้นความลื่นไหลตามหลักอากาศพลศาสตร์ พร้อมไฟหน้า LED แบบเส้นบางเชื่อมต่อด้วยแถบสีดำบริเวณกระจังหน้า ขณะที่ด้านท้ายติดตั้งไฟท้ายแบบ Light Bar พาดยาวเต็มความกว้างตัวรถ เสริมภาพลักษณ์ให้ดูหรูหราและล้ำสมัยมากขึ้น

ในด้านมิติตัวถัง BYD Da Han มีขนาดยาว 5,256 มิลลิเมตร กว้าง 1,999 มิลลิเมตร สูง 1,510 มิลลิเมตร และมีระยะฐานล้อ 3,130 มิลลิเมตร ถือว่าใหญ่กว่ารถซีดานระดับ Executive อย่าง Mercedes-Benz S-Class โดยรุ่น EV มีน้ำหนักตัวรถ 2,505 กิโลกรัม ส่วนรุ่น PHEV เบากว่าเล็กน้อยที่ 2,210 กิโลกรัม

 

ขุมพลังจะมีให้เลือกทั้งแบบไฟฟ้าล้วนและ Plug-in Hybrid เริ่มจากรุ่น EV ที่ติดตั้งระบบขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าคู่ ให้กำลังรวมสูงสุดถึง 570 กิโลวัตต์ หรือประมาณ 775 แรงม้า (PS) แบ่งเป็นมอเตอร์ด้านหน้า 272 แรงม้า และด้านหลัง 503 แรงม้า ทำความเร็วสูงสุดได้ถึง 270 กม./ชม. ถือเป็นหนึ่งในรถยนต์พลังงานไฟฟ้าของ BYD ที่มีสมรรถนะสูงที่สุดเท่าที่เคยมีมา

ส่วนรุ่น PHEV ใช้เครื่องยนต์เบนซิน 1.5 ลิตร พ่วงระบบอัดอากาศ Turbocharged กำลังสูงสุด 115 กิโลวัตต์ หรือ 156 แรงม้า (PS) ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้าคู่ที่ให้กำลังรวม 400 กิโลวัตต์ หรือ 544 แรงม้า (PS) (มอเตอร์หน้า 272 แรงม้า + มอเตอร์หลัง 272 แรงม้า) ทำความเร็วสูงสุดได้ 225 กม./ชม. โดยระบบ Plug-in Hybrid รุ่นใหม่นี้สามารถวิ่งด้วยพลังงานไฟฟ้าล้วนได้ไกลถึง 370 กิโลเมตร ซึ่งถือเป็นตัวเลขที่โดดเด่นมากสำหรับรถยนต์ PHEV ในปัจจุบัน

อีกหนึ่งไฮไลต์สำคัญคือการติดตั้ง แบตเตอรี่ BYD Blade Battery เจเนอเรชันที่ 2 แบบ LFP พร้อมรองรับเทคโนโลยี Flash Charging สำหรับการชาร์จความเร็วสูง ขณะที่รุ่นไฟฟ้าล้วนมีระยะทางวิ่งตามมาตรฐานจีนอยู่ระหว่าง 880 – 1,008 กิโลเมตร ต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง ขึ้นอยู่กับรุ่นย่อยและขนาดแบตเตอรี่

 

ด้านเทคโนโลยีความปลอดภัยและระบบช่วยเหลือการขับขี่ BYD Da Han จะติดตั้งระบบ DiPilot 300 ระดับ L2 ADAS พร้อมเซ็นเซอร์ LiDAR บนหลังคา รองรับการทำงานของระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในช่องทางเดินรถ และฟังก์ชันช่วยเหลือการขับขี่ขั้นสูงอื่นๆ

การปรากฏตัวบนฐานข้อมูล MIIT ในครั้งนี้ เป็นสัญญาณว่า BYD กำลังเตรียมส่ง Da Han ลงสู่ตลาดจีนในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า และหากเปิดตัวตามกำหนดในช่วงไตรมาส 3 ก็มีความเป็นไปได้ว่ารถซีดานเรือธงรุ่นใหม่นี้อาจกลายเป็นอีกหนึ่งโมเดลสำคัญสำหรับการขยายตลาดระดับพรีเมียมของ BYD ทั้งในประเทศจีนและตลาดต่างประเทศในอนาคต

ที่มา : MIIT ประเทศจีน