เมื่อวันที่ 13 มิถุนายน 2026 ค่ายรถยักษ์ใหญ่กำแพงเมืองจีนอย่าง Great Wall Motor ได้เปิดตัว Haval H6 Classic Edition รุ่นปี 2026 รุ่นปรับโฉมอย่างเป็นทางการ โดยเหตุผลที่ใช้ชื่อรุ่นว่า “2026 Classic Edition” เนื่องจากเป็นการอัปเดตของ Haval H6 เจเนอเรชันที่ 3 เวอร์ชั่นหน้าเก่าก่อน Minorchange เพื่อวางจำหน่ายควบคู่กับเวอร์ชั่นหน้าใหม่ในฐานะรถ SUV รุ่นบุกเบิกที่มียอดขายสะสมมากกว่า 4.5 ล้านคันนับตั้งแต่เปิดตัวครั้งแรกในปี 2011 และเคยครองตำแหน่ง SUV ขายดีที่สุดในจีนยาวนานกว่า 100 เดือน
ถึงแม้ Haval จะเรียกว่าเป็นรุ่นปรับโฉม แต่ทั้งรูปลักษณ์ภายนอกที่ยังคงความคุ้นเคยและเน้นความเรียบง่าย โดยในช่วงเปิดตัวจะมีการวางจำหน่ายแต่เพียงรุ่นย่อยเดียวก่อน โดยตัวรถมีขนาดยาว 4,653 มิลลิเมตร กว้าง 1,886 มิลลิเมตร สูง 1,730 มิลลิเมตร และระยะฐานล้อ 2,738 มิลลิเมตร น้ำหนักตัวรถประมาณ 1,560 กิโลกรัม
ภายในห้องโดยสารจะเป็นจุดที่อัพเกรดได้ชัดเจนที่สุด ด้วยการติดตั้งหน้าจอ Infotainment ขนาด 14.6 นิ้ว ซึ่งใหญ่กว่ารุ่นเดิม พร้อมชิปประมวลผลล่าสุด Qualcomm Snapdragon 8155 และระบบปฏิบัติการ Coffee OS ของ GWM ที่รองรับการสั่งงานด้วยเสียงที่ซับซ้อนและตอบสนองรวดเร็วยิ่งขึ้น
ด้านความสะดวกสบาย Haval H6 Classic Edition รุ่นใหม่ได้เพิ่มฝาท้ายไฟฟ้า (Power Liftgate) เป็นอุปกรณ์มาตรฐาน ช่วยยกระดับการใช้งานในชีวิตประจำวันให้สะดวกขึ้น โดยเฉพาะสำหรับครอบครัวที่เป็นกลุ่มลูกค้าหลักของ H6 มาโดยตลอด
ขุมพลังของรุ่น 2026 Classic Edition ยังคงใช้เครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบ ความจุ 1.5 ลิตร พร้อมระบบอัดอากาศเทอร์โบชาร์จเจอร์ ให้กำลังสูงสุด 181 แรงม้า ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติคลัตช์คู่ DCT 7 จังหวะ ผ่านล้อคู่หน้าหน้าเพียงรูปแบบเดียว ขณะที่รุ่นเครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบ ความจุ 2.0 ลิตร พร้อมเทอร์โบชาร์จเจอร์ ที่ให้พละกำลังสูงสุด 235 แรงม้า พร้อมระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ AWD ยังคงมีจำหน่ายในรุ่นย่อยปกติของ H6 ที่เป็นเวอร์ชั่นหน้าใหม่
งานวิศวกรรมพื้นฐานยังคงใช้ช่วงล่างหน้าแบบ McPherson Strut และหลังแบบ Multi-Link พร้อมระบบช่วยขับขี่กึ่งอัตโนมัติระดับ L2 และกล้องมองภาพรอบคันแบบ 540 องศา
เนื่องจาก H6 ได้เสียแชมป์ให้กับบรรดาคู่แข่งหน้าใหม่ที่กระหน่ำเปิดตัวตลอดระยะเวลา 2-3 ปีที่ผ่านมา จากข้อมูล China EV DataTracker พบว่า Haval H6 มียอดขายเพียง 2,146 คันในเดือนพฤษภาคม 2026 ห่างไกลจากสถิติสูงสุด 80,495 คันที่เคยทำได้ในเดือนธันวาคม 2016 เกือบ 38 เท่า อีกทั้งตลอด 12 เดือนที่ผ่านมา H6 ยังไม่สามารถกลับมารักษายอดขายให้ได้เกิน 10,000 คันต่อเดือนได้
ปัจจุบัน Haval H6 เจเนอเรชันที่ 4 มีราคาจำหน่ายในจีนระหว่าง 121,900 – 143,900 หยวน (ประมาณ 6.2 – 7.3 แสนบาท) แต่ด้วยการแข่งขันที่รุนแรง ตัวแทนจำหน่ายหลายแห่งได้มอบส่วนลดมากกว่า 30% หรือสูงถึง 40,000 หยวน (ประมาณ 1.8 แสนบาท) เพื่อกระตุ้นยอดขาย ดังนั้นนอกจากการอัปเกรดเทคโนโลยีแล้ว กลยุทธ์ด้านราคาน่าจะเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยให้ Haval H6 มีโอกาสกลับมาแข่งขันในตลาด SUV จีนได้อีกครั้ง
ที่มา: Carnewschina
