Nissan Motor ประเทศญี่ปุ่นได้ฤกษ์เปิดตัว All-New Nissan Kicks รหัสตัวถัง P16 อย่างเป็นทางการ พร้อมเริ่มจำหน่ายตั้งแต่วันที่ 18 มิถุนายน 2026 เป็นต้นไป โดยนับเป็นการเปลี่ยนผ่านสู่เจเนอเรชันที่ 2 ของ SUV ขนาดกะทัดรัดรุ่นสำคัญของแบรนด์ ที่ได้รับการพัฒนาทั้งด้านดีไซน์ เทคโนโลยี และระบบขับเคลื่อนไฟฟ้า e-POWER ให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
Kicks e-Power เจเนอเรชั่นแรกรหัสตัวถัง P15 ที่จำหน่ายในประเทศญี่ปุ่นใช้งานวิศวกรรมร่วมกับ Kicks ที่จำหน่ายในประเทศไทยเนื่องจากเป็นการนำเข้าจากโรงงานในประเทศไทย Nissan Motor Thailand ในขณะที่ตลาดไทยเพิ่งจะเปิดตัวรุ่น Big Minorchange หรือร่างจำแลงของ Kiat ที่วางจำหน่ายในอเมริกาใต้ไปก่อนหน้านี้ เท่ากับว่าเป็นการแยกทางอย่างเป็นทางการของ Kicks ชื่อเดียว แต่มี 2 ร่าง แยกรหัสตัวถัง งานวิศวกรรมและโรงงานผลิต
ตลอดหลายปีที่ผ่านมา Kicks เจเนอเรชั่นแรก P15 ที่พัฒนาบนงานวิศวกรรมพื้นฐาน V platform ได้รับความนิยมจากลูกค้าชาวญี่ปุ่นด้วยจุดเด่นด้านรูปลักษณ์สไตล์ SUV ที่ทันสมัย ควบคู่กับระบบขับเคลื่อน e-POWER อันเป็นเอกลักษณ์ของ Nissan ซึ่งมอบอัตราเร่งที่ฉับไว ความเงียบในการขับขี่ และความประหยัดเชื้อเพลิงในระดับสูง จนกลายเป็นหนึ่งในโมเดลหลักของแบรนด์ในตลาดภายในประเทศ
ขณะที่ Nissan Kicks เจเนอเรชั่นที่ 2 ได้ยกระดับความสามารถรอบด้านโดยเปลี่ยนมาใช้งานวิศวกรรมพื้นฐาน CMF-B HS ร่วมกันกับ Note / Aura / Juke เพื่อให้ตอบโจทย์ทั้งการใช้งานในชีวิตประจำวันและการเดินทางท่องเที่ยวมากขึ้น โดยมาพร้อมรูปลักษณ์ภายนอกที่แข็งแกร่งและทันสมัยกว่าเดิม ห้องโดยสารคุณภาพสูง พร้อมเปิดตัวระบบขับเคลื่อน e-POWER เจเนอเรชันที่ 3 เป็นครั้งแรกในตลาดญี่ปุ่น รวมถึงติดตั้งระบบขับเคลื่อนสี่ล้อไฟฟ้า e-4ORCE เป็นครั้งแรกในตระกูล Kicks
โครงสร้างตัวถังใหม่ได้รับการเสริมความแข็งแรง ขณะที่ระบบกันสะเทือนได้รับการออกแบบใหม่ทั้งหมด ช่วยเพิ่มความนิ่งในขณะเข้าโค้ง ลดแรงสั่นสะเทือนจากพื้นผิวถนน และยกระดับความนุ่มนวลในการโดยสารให้ใกล้เคียงรถยนต์ระดับสูงกว่า
ด้านงานออกแบบภายนอก Kicks ใหม่ได้รับแรงบันดาลใจจากหมวกกันน็อกอเมริกันฟุตบอล ผ่านกระจังหน้าทรงกว้างแนวนอนและชุดไฟ Signature Lighting ที่มีดีไซน์เฉพาะตัว โดยในรุ่นท็อป G มาพร้อมชิ้นส่วนตกแต่งสีดำเงา Gloss Black ขณะที่รุ่น X X+ และ X Simple Package ได้เพิ่มลวดลาย Dimple Pattern บริเวณกันชนและชายล่างตัวถัง ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจจากพื้นรองเท้ากีฬา เพื่อสร้างเอกลักษณ์ที่แตกต่าง
โดยในรุ่น X X+ และ X Simple Package จะมาพร้อมล้ออัลลอยขนาด 17 นิ้ว รัดด้วยยางขนาด 215/60 R17 และรุ่นท๊อป G มาพร้อมล้ออัลลอยขนาดใหญ่ถึง 19 นิ้ว รัดด้วยยางขนาด 225/45 R19
มิติตัวถัง
- ความยาวตัวรถ (Overall Length) : 4,365 มิลลิเมตร
- ความกว้างตัวรถ (Overall Width) : 1,800 มิลลิเมตร
- ความสูงตัวรถ (Overall Height) : 1,615 / 1,610 มิลลิเมตร
- ระยะฐานล้อ (Wheelbase) : 2,655 มิลลิเมตร
- ระยะต่ำสุดจากพื้นถึงใต้ท้องรถ (Ground Clearance) : 170 มิลลิเมตร
ภายในห้องโดยสารได้รับการออกแบบให้โปร่งโล่งและทันสมัยมากขึ้น โดยจะแตกต่างจาก Kicks P16 ที่วางจำหน่ายในทวีปอเมริกาที่มาพร้อมคันเกียร์อัตโนมัติแบบปกติ โดยได้เปลี่ยนมาใช้เกียร์แบบปุ่มกดแบบเดียวกันกับ Serena e-POWER C28 และยังได้อัพเกรดวัสดุสัมผัสนุ่มอย่างหนังสังเคราะห์และผ้าคุณภาพสูงถูกนำมาใช้บริเวณแผงคอนโซลและแผงประตู พร้อมพื้นที่เหนือศีรษะ พื้นที่วางเข่า และความกว้างของเบาะหลังที่อยู่ในระดับแนวหน้าของกลุ่มรถยนต์ขนาดเดียวกัน เบาะ Zero Gravity ถูกติดตั้งทั้งด้านหน้าและด้านหลังเพื่อเพิ่มความสบายในการเดินทางระยะไกล
เทคโนโลยีภายในยังได้รับการยกระดับด้วยระบบ NissanConnect พร้อมระบบปฏิบัติการ Google Built-in และหน้าจอแสดงผลคู่ ขนาด 12.3 นิ้ว จำนวน 2 จอในบางรุ่นย่อย ช่วยเพิ่มทั้งความหรูหราและความสะดวกในการใช้งาน โดยมีตัวเลือกสีทั้งหมด 9 สี รวมถึงสีทูโทน ขณะที่สีตัวถังใหม่ Resonance Blue ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อสะท้อนภาพลักษณ์ความล้ำสมัยของระบบ e-POWER
พร้อมออฟชั่นชุดเครื่องเสียงจาก Bose 10 ลำโพง และช่องแอร์ด้านหลังสำหรับผู้โดยสาร มาพร้อมกับช่อง USB-C จำนวน 2 ช่องที่ด้านหน้า และ 2 ช่องที่ด้านหลัง พร้อมด้วยเบาะนั่งด้านหลังที่ปรับเอนได้และที่วางแขนติดตั้งที่วางแก้ว 2 ตำแหน่ง ขณะที่ปุ่มควบคุมระบบปรับอากาศในรุ่น G จะใช้ระบบสัมผัส ขณะที่รุ่นอื่นๆ จะใช้แบบปุ่มกดและปุ่มหมุนเช่นเดียวกับ Kicks P15
หัวใจสำคัญของ Kicks ใหม่ คือระบบ e-POWER รุ่นล่าสุดที่ใช้ชุดขับเคลื่อนไฟฟ้าแบบ 5-in-1 ซึ่งรวมมอเตอร์ไฟฟ้า เครื่องกำเนิดไฟฟ้า อินเวอร์เตอร์ ชุดทดรอบและชุดเพิ่มรอบไว้ในโมดูลเดียว ช่วยลดขนาด ลดน้ำหนัก และเพิ่มความแข็งแรงของระบบโดยรวม ทำงานร่วมกับเครื่องยนต์เบนซิน 3 สูบ รหัส HR14DDe ความจุ 1.4 ลิตร ฉีดจ่ายเชื้อเพลิงแบบ Direct-injection อัตราส่วนกำลังอัด 13.0 : 1 กำลังสูงสุด 98 แรงม้า (PS) ที่ 6,000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 115 นิวตัน-เมตร ที่ 6,000 รอบ/นาที ที่ทำหน้าที่ผลิตกระแสไฟฟ้าให้กับแบตเตอรี่ Lithium-ion ส่งผลให้มีทั้งความประหยัดและความเงียบที่ดีกว่าเดิม
ขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า รหัส YM52 แบบ AC Synchronous Motor กำลังสูงสุด 143 แรงม้า (PS) ที่ 4,600 – 10,700 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 315 นิวตัน-เมตร ที่ 0 – 2,700 รอบ/นาที ส่งกำลังแบบอัตโนมัติ Single Speed Gear Reduction ขับเคลื่อนล้อหน้า FWD
ไฮไลท์อยู่ที่รุ่น e-4ORCE ที่จะเพิ่มมอเตอร์ไฟฟ้า รหัส MM48 แบบ AC Synchronous Motor กำลังสูงสุด 68 แรงม้า (PS) ที่ 3,500 – 10,000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 140 นิวตัน-เมตร ที่ 0 – 3,300 รอบ/นาที ขับเคลื่อน 4 ล้อ AWD
ระบบจะบริหารการกระจายแรงบิดจากมอเตอร์ไฟฟ้าร่วมกับระบบเบรกอย่างละเอียด ช่วยเพิ่มความแม่นยำในการเข้าโค้ง เสริมเสถียรภาพการทรงตัว และลดอาการโคลงของตัวรถ นอกจากนี้ยังมีโหมด Snow Mode สำหรับการขับขี่บนพื้นผิวลื่นหรือถนนหิมะ เพิ่มความมั่นใจในทุกสภาพอากาศ
ด้านความปลอดภัย Nissan ติดตั้งชุดระบบ Nissan 360° Safety Assist อย่างครบครัน พร้อมระบบ ProPILOT เป็นอุปกรณ์มาตรฐานทุกรุ่นย่อย ขณะที่กล้อง Intelligent Around View Monitor ได้รับการเพิ่มฟังก์ชัน Front Wide View Invisible Hood View และ 3D View ช่วยลดจุดบอดในการขับขี่ นอกจากนี้ยังมีระบบเบรกฉุกเฉินอัจฉริยะที่พัฒนาการตรวจจับคนเดินถนนและรถบริเวณทางแยก รวมถึงระบบเตือนและช่วยควบคุมรถเมื่อมีรถในจุดอับสายตา (BSW และ I-BSI) และระบบ Rear Cross Traffic Alert เพื่อเพิ่มความปลอดภัยรอบคันให้ครอบคลุมยิ่งขึ้น
Nissan ประเทศญี่ปุ่นวางราคาจำหน่ายของ Kicks e-POWER ในรุ่นเริ่มต้น X simple package ขับเคลื่อน 2 ล้อที่ 2,999,700 เยน หรือประมาณ 608,836 บาท ไปจนถึงรุ่นท๊อป G e‑4ORCE ขับเคลื่อน 4 ล้อที่ 4,248,200 เยน หรือประมาณ 862,280 บาท
ที่มา: NISSAN
