เมื่อวันที่ 18 มิถุนายน 2026 Mitsubishi ได้เปิดตัว eK X EV รุ่นปรับโฉมในญี่ปุ่น หากใครคุ้นเส้นสายการออกแบบเนื่องจาก eK EV เป็นรถฝาแฝดอย่าง Nissan Sakura ได้รับการอัปเดตก่อนหน้านี้ โดยรถยนต์ Kei Car ขุมพลังไฟฟ้าล้วน โดยรถรุ่นนี้มาพร้อมดีไซน์ด้านหน้าปรับใหม่ สีตัวถังใหม่ และอุปกรณ์อำนวยความสะดวกที่ตอบโจทย์การใช้งานได้ดียิ่งขึ้น โดยยังคงจุดเด่นด้านความประหยัดและความคล่องตัวสำหรับการใช้งานในเมือง
งานออกแบบภายนอกได้รับการปรับโฉมครั้งสำคัญ ด้วยการยกเลิกกระจังหน้าแบบ Dynamic Shield ที่เป็นเอกลักษณ์ของ Mitsubishi ในรุ่นเดิม เปลี่ยนมาใช้กันชนหน้าดีไซน์ใหม่ที่มีพื้นที่สีเดียวกับตัวรถมากขึ้น พร้อมแถบไฟ LED แนวนอนเชื่อมระหว่างชุดไฟหน้าแบบแยกส่วน ช่วยให้รถดูทันสมัยมากยิ่งขึ้่น รวมถึงการสร้างความแตกต่างจาก eK X รุ่นเครื่องยนต์สันดาปได้ชัดเจนยิ่งขึ้น
บริเวณด้านข้างยังคงรูปทรงแบบเดิม แต่มีการถอดคิ้วพลาสติกสีดำบริเวณซุ้มล้อและชายล่างตัวถังออก เพื่อให้ภาพลักษณ์ดูสะอาดตาและทันสมัยกว่าเดิม ขณะที่สีตัวถังเพิ่มทางเลือกใหม่แบบทูโทน 5 สี และสีเดี่ยวอีก 2 สี ทำให้มีตัวเลือกทั้งหมด 11 สี
จุดเด่นสำคัญของรุ่นปรับโฉมอยู่ภายในห้องโดยสาร ซึ่งติดตั้งปลั๊กไฟ AC 100 V บริเวณคอนโซลกลางด้านล่าง รองรับกำลังไฟสูงสุด 1,500 วัตต์ ช่วยให้ eK X EV สามารถทำหน้าที่เสมือน Power Bank ที่สามารถจ่ายไฟให้เครื่องใช้ไฟฟ้า อุปกรณ์แคมป์ปิ้ง หรือใช้เป็นแหล่งพลังงานสำรองในกรณีไฟฟ้าดับได้
ในรุ่นท็อป P Grade ยังได้รับการติดตั้งพอร์ต USB-C จำนวน 2 ช่อง และ USB-A อีก 1 ช่อง ขณะที่อุปกรณ์อย่างพวงมาลัยและเบาะนั่งคู่หน้าปรับอุณหภูมิได้ ซึ่งเคยมีเฉพาะรุ่นสูงสุด ถูกขยายมาติดตั้งในรุ่น G Grade ด้วย ส่วนระบบความปลอดภัยเพิ่มฟังก์ชัน Rear Seat Alert แจ้งเตือนการลืมสิ่งของหรือผู้โดยสารบนเบาะหลังเป็นอุปกรณ์มาตรฐานทุกรุ่นย่อย
ด้านระบบขับเคลื่อนยังคงใช้มอเตอร์ไฟฟ้าตัวเดิม ให้กำลังสูงสุด 64 แรงม้า (PS) พร้อมแรงบิดสูงสุด 195 นิวตัน-เมตร ส่งกำลังสู่ล้อหน้า ขณะที่แบตเตอรี่ลิเธียมไอออนความจุ 20 kWh ยังคงเดิมเช่นกัน
ระยะทางวิ่งตามมาตรฐาน WLTC อยู่ที่ 180 กิโลเมตรต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง แม้จะไม่เหมาะสำหรับการเดินทางไกล แต่เพียงพอสำหรับการใช้งานในเมืองและการเดินทางประจำวันตามแนวคิดของรถ Kei EV ในญี่ปุ่น
Mitsubishi เปิดรับจอง eK X EV รุ่นปรับโฉมแล้วในประเทศญี่ปุ่น โดยมีราคาเริ่มต้นที่ 2,446,400 เยน หรือประมาณ 499,402 บาท สำหรับรุ่น G Business Package และสูงสุด 3,214,200 เยน หรือประมาณ 656,139 บาท ในรุ่น P Grade
อย่างไรก็ตาม เมื่อรวมเงินสนับสนุนรถยนต์ไฟฟ้าจากภาครัฐของญี่ปุ่นแล้ว ราคาสุทธิของรุ่นเริ่มต้นจะลดลงเหลือเพียง 1,872,400 เยน ทำให้ eK X EV กลายเป็นหนึ่งในรถยนต์ไฟฟ้าที่เข้าถึงได้ง่ายที่สุดในตลาดญี่ปุ่น และยังต้องเผชิญการแข่งขันจาก Nissan Sakura Honda N-One e: รวมถึง BYD Racco ที่เตรียมเข้ามาชิงส่วนแบ่งตลาด Kei EV ในอนาคตอันใกล้
ที่มา: Carscoops
