Mazda CX-5 เจเนอเรชันใหม่เปิดตัวในญี่ปุ่นไปเมื่อเดือนพฤษภาคม 2026 ที่ผ่านมา ภายหลังจากที่ได้ทำยอดจองสะสมมากกว่า 10,000 คันภายในเดือนแรกของการวางจำหน่าย สูงกว่าเป้าหมายเดิมของ Mazda ญี่ปุ่นที่ตั้งไว้เพียง 2,000 คันต่อเดือนถึง 5 เท่า สะท้อนว่าลูกค้าชาวญี่ปุ่นตอบรับแนวทางการออกแบบและการปรับปรุงด้านการใช้งานของ SUV รุ่นใหม่นี้อย่างชัดเจน
CX-5 ถือเป็นรถยนต์ Mazda ที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดในยุคปัจจุบัน โดยมียอดขายสะสมทั่วโลกทะลุ 5 ล้านคัน ณ สิ้นปี 2025 หลังทำตลาดมาเป็นเวลา 14 ปี อย่างไรก็ตาม Mazda ดูเหมือนจะไม่ได้คาดการณ์ว่าความต้องการของ CX-5 รุ่นที่ 3 ในญี่ปุ่นจะสูงเกินเป้าหมายตั้งแต่ช่วงเริ่มต้นเช่นนี้
Mazda ระบุว่ากลุ่มลูกค้าที่สั่งซื้อ CX-5 ใหม่มีความหลากหลาย ตั้งแต่ลูกค้าอายุน้อยที่ซื้อรถเป็นคันแรก ไปจนถึงผู้สูงอายุ แสดงให้เห็นว่ารถยังคงมีความสามารถในการเข้าถึงผู้ใช้หลายกลุ่ม ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงครอบครัวหรือผู้ซื้อ SUV ระดับกลางแบบเดิม
ข้อมูลยอดจองยังชี้ให้เห็นว่าลูกค้าส่วนใหญ่เลือกซื้อรุ่นท๊อปมากสุด โดยรุ่นท็อป L ครองสัดส่วนถึง 65% ของยอดสั่งซื้อทั้งหมด ตามด้วยรุ่น G ระดับกลางที่ 32% ขณะที่รุ่นเริ่มต้น S มีสัดส่วนเพียง 3% เท่านั้น แนวโน้มดังกล่าวสะท้อนว่าผู้ซื้อ CX-5 รุ่นใหม่ให้ความสำคัญกับอุปกรณ์ ความสะดวกสบาย และภาพลักษณ์พรีเมียมมากกว่าการเลือกเฉพาะรุ่นราคาต่ำสุด

ถึงแม้ Mazda จะยังคงใช้สีแดง Soul Red Crystal เป็นสีหลักในการเปิดตัวเช่นเดียวกับรถทุกรุ่น แต่สีขาว Rhodium White Premium Metallic กลับได้รับความนิยมมากที่สุด โดยคิดเป็น 25% ของยอดสั่งซื้อ ส่วนสีภายในห้องโดยสาร สีเบจ Sports Tan ได้รับความสนใจจากผู้ซื้อรุ่น L สูงสุดเกือบ 40%
ด้านขุมพลัง Mazda CX-5 เวอร์ชั่นญี่ปุ่น มาพร้อมเครื่องยนต์ e-Skyactiv G รหัส PY-VPH แบบเบนซิน 4 สูบ DOHC 16 วาล์ว 2.5 ลิตร 2,488 ซีซี กระบอกสูบ x ช่วงชัก : 89.0 x 100.0 มิลลิเมตร ฉีดจ่ายเชื้อเพลิงแบบ Direct Injection (DI) อัตราส่วนกำลังอัด 13.0 : 1 กำลังสูงสุด 178 แรงม้า (PS) ที่ 6,000 – 6,200 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 237 นิวตัน-เมตร ที่ 3,800 – 4,000 รอบ/นาที เสริมการทำงานด้วยระบบ Mild-hybrid 48V มีมอเตอร์ไฟฟ้า 6.5 แรงม้า 60.5 นิวตัน-เมตร พร้อมแบตเตอรี่ ความจุ 10 Ah
ระบบส่งกำลังใช้เกียร์อัตโนมัติ 6 จังหวะ รหัส 6EC-AT พร้อมโหมด +/- พร้อมระบบขับเคลื่อนล้อหน้า FWD และระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ i-ACTIV AWD ทำงานควบคู่กับระบบช่วยควบคุมแรงบิดขณะเข้าโค้ง G-Vectoring Control (GVC)
Mazda CX-5 ใหม่ มีราคาเริ่มต้นในญี่ปุ่นที่ 3,300,000 เยน หรือเพียง 681,267 บาท ไปจนถึง 4,306,500 เยน หรือประมาณ 889,054 บาท โดยจะต้องแข่งขันกับ SUV กลุ่มเดียวกันอย่าง Toyota RAV4 Honda CR-V และ Subaru Forester ซึ่งต่างเป็นรุ่นที่ได้รับความนิยมในตลาดญี่ปุ่นเช่นกัน
ยอดจองที่สูงกว่าคาดถึง 5 เท่าอาจเป็นสัญญาณสำคัญสำหรับ Mazda ว่า CX-5 ยังคงเป็นหนึ่งในเสาหลักของแบรนด์ แม้ตลาด SUV จะมีการแข่งขันสูงขึ้นและผู้บริโภคเริ่มหันไปสนใจรถยนต์ไฟฟ้าและ Full hybrid มากขึ้นก็ตาม
ที่มา: Carscoops
