มีรายงานว่า Honda เตรียมชุบชีวิต Element กลับมาอีกครั้งในปี 2029 โดยจะเปลี่ยนจากรถ Crossover ทรงเหลี่ยมสุดแหวกแนวในอดีต ให้กลายเป็น SUV เน้นเส้นสายบึกบึน ตอบโจทย์ตลาดยุคใหม่มากขึ้น ทั้งดีไซน์แนว Rugged สำหรับสายกิจกรรมกลางแจ้ง และระบบขับเคลื่อน Hybrid ซึ่งไม่เคยมีให้เลือกใน Element รุ่นแรก
รายงานจาก Automotive News อ้างแหล่งข่าวใกล้ชิดภายในของ Honda อาจเริ่มผลิต Element รุ่นใหม่ในช่วงไตรมาส 2 ปี 2029 ที่โรงงานในรัฐโอไฮโอตอนกลาง สหรัฐอเมริกา โดยโรงงานแห่งนี้จะเป็นฐานการผลิตเพียงแห่งเดียวสำหรับตลาดโลก และตั้งเป้ายอดขายในปีเต็มแรกไว้เกือบ 100,000 คัน อย่างไรก็ตาม Honda ยังปฏิเสธที่จะแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ในอนาคต
หากแผนดังกล่าวเกิดขึ้นจริง Honda Element รุ่นใหม่จะวางตำแหน่งอยู่ระหว่าง HR-V และ CR-V เติมช่องว่างในกลุ่ม SUV ขนาดเล็กถึงกลาง ซึ่งเป็นหนึ่งในตลาดที่มีการแข่งขันสูงที่สุดในอเมริกาเหนือ โดยจะเน้นกลุ่มลูกค้าที่ต้องการรถใช้งานได้หลากหลาย แต่ยังต้องการภาพลักษณ์ที่เหมาะสมกับ Outdoor lifestyle ได้มากกว่าครอสโอเวอร์ทั่วไป
แนวคิดนี้สอดคล้องกับความนิยมของรถยนต์สไตล์ Adventure ที่กำลังเติบโต ไม่ว่าจะเป็น Ford Bronco Sport Toyota 4Runner Hyundai Santa Fe หรือ Honda Passport TrailSport ซึ่งหลายรุ่นประสบความสำเร็จจากบุคลิกแบบลุย ๆ แม้ผู้ใช้ส่วนใหญ่จะไม่ได้พารถออกนอกเส้นทางเป็นประจำก็ตาม
Element รุ่นดั้งเดิมเปิดตัวในสหรัฐอเมริกาเมื่อปี 2003 ด้วยแนวคิดรถอเนกประสงค์ที่แตกต่างจากตลาดอย่างชัดเจน จุดเด่นคือพื้นห้องโดยสารที่ล้างทำความสะอาดได้ วัสดุภายในทนทาน ประตูหลังเปิดแบบตู้กับข้าวและพื้นที่เก็บสัมภาระที่ปรับเปลี่ยนได้หลากหลาย Honda ตั้งใจเจาะกลุ่มคนรุ่นใหม่ แต่ลูกค้าหลักกลับกลายเป็นผู้สูงอายุ คนรักกิจกรรมกลางแจ้ง และผู้ที่ต้องการรถใช้งานจริงจัง
ถึงแม้ Element จะดูแตกต่างจากคู่แข่งและสร้างกระแสได้ตอนเปิดตัว แต่ยอดขายกลับลดลงต่อเนื่องหลังจากทำยอดขายได้สูงสุด 67,478 คันในสหรัฐอเมริกาช่วงเปิดตัวปี 2003 กลับลดเหลือ 11,534 คันในปีสุดท้ายของการผลิต ก่อนที่จะยุติการทำตลาดในปี 2011 อย่างไรก็ตาม Element ได้รับความนิยมในตลาดรถมือสองและมีราคาขายต่อค่อนข้างแข็งเพราะยังไม่มีรถรุ่นใดทดแทนความอเนกประสงค์ในรูปแบบเดียวกันได้อย่างชัดเจน
อีกจุดที่ Element รุ่นใหม่อาจแก้ไขได้คือเรื่องอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิง ซึ่งเป็นหนึ่งในข้อจำกัดของรุ่นเดิม การใช้ระบบ e:HEV Hybrid จะช่วยให้รถมีความประหยัดและเหมาะกับการใช้งานในชีวิตประจำวันมากขึ้น ขณะเดียวกันยังสามารถรักษาความสามารถในการเดินทางไกลโดยไม่ต้องพึ่งสถานีชาร์จเหมือนรถยนต์ไฟฟ้าล้วน
ก่อนหน้านี้ Honda เคยยื่นจดสิทธิบัตรภาพรถทรงคล้าย Element รุ่นใหม่ในปี 2024 แม้0tยังไม่มีการเปิดตัวรถต้นแบบหรือข้อมูลอย่างเป็นทางการ แต่ภาพดังกล่าวทำให้ข่าวการกลับมาของ Element มีน้ำหนักมากขึ้น หาก Honda นำแนวคิดเดิมอย่างพื้นที่เก็บของแบบ Modular ราวหลังคาในตัว ห้องโดยสารทำความสะอาดง่าย และตัวถังทรงเหลี่ยมกลับมาใช้ร่วมกับเทคโนโลยี Hybrid รุ่นใหม่ Element อาจกลับมาอยู่ในจังหวะตลาดที่เหมาะสมกว่าครั้งแรกอย่างมาก
