Polestar ผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้าสัญชาติสวีเดนที่มี Geely Holding เป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ เปิดเผยว่าทางค่ายไม่ได้รับอนุมัติจาก Bureau of Industry and Security หรือหน่วยงานภายใต้กระทรวงพาณิชย์ของสหรัฐอเมริกา ภายใต้กระทรวงพาณิชย์สหรัฐฯ สำหรับการจำหน่ายรถยนต์ในสหรัฐอเมริกาตั้งแต่รุ่นปี 2027 เป็นต้นไป ส่งผลให้แบรนด์ถูกตัดออกจากตลาดรถใหม่ในสหรัฐฯ

Polestar 3 Model Year 2026
สาเหตุของการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวเกี่ยวข้องกับกฎระเบียบ Connected Vehicle Rule ของสหรัฐฯ ซึ่งออกแบบมาเพื่อจำกัดการนำเข้าและการจำหน่ายรถยนต์ที่มีระบบเชื่อมต่อหรือซอฟต์แวร์สำคัญเข้ากับระบบอินเตอร์เน็ตของจีน อาจถูกใช้รวบรวมข้อมูลและเป็นภัยต่อความมั่นคงของชาติ ซึ่งมีความเกี่ยวข้องกับบริษัทที่อยู่ภายใต้การควบคุมหรืออิทธิพลของจีนและรัสเซีย กฎดังกล่าวเริ่มใช้กับรถรุ่นปี 2027 และเปิดช่องให้ผู้ผลิตยื่นขออนุมัติเป็นกรณีพิเศษได้ แต่ Polestar ไม่ได้รับอนุมัติดังกล่าว
Polestar 4
ประเด็นสำคัญคือผลกระทบไม่ได้จำกัดอยู่แค่รถที่ผลิตในจีน เพราะ Polestar 3 ซึ่งเป็นรถรุ่นเดียวของแบรนด์ที่ประกอบในสหรัฐอเมริกา ณ โรงงานรัฐเซาท์แคโรไลนาตั้งแต่ปี 2024 ก็ได้รับผลกระทบเช่นเดียวกัน นั่นหมายความว่าการผลิตรถในอเมริกาเพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอ หากโครงสร้างการถือหุ้น เทคโนโลยี หรือซัพพลายเชนยังเข้าข่ายตามข้อกำหนดของ Connected Vehicle Rule ซึ่งผลกระทบในวงกว้าง
Polestar 3 ที่ผลิตในเซาท์แคโรไลนาไม่ได้จำหน่ายเฉพาะในสหรัฐอเมริกา แต่ยังส่งออกไปยังตลาดยุโรปด้วย อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีความชัดเจนว่าโรงงานดังกล่าวจะได้รับผลกระทบมากเพียงใดเมื่อการจำหน่ายรถใหม่ในตลาดอเมริกันต้องยุติลงหลังสิ้นสุดรุ่นปี 2026
Polestar 5
สำหรับรถที่มีอยู่ในสต็อก Polestar ยืนยันว่าจะยังจำหน่าย Polestar 3 และ Polestar 4 ที่อยู่ในสหรัฐอเมริกาต่อไปได้ รวมถึงยังให้บริการหลังการขายและเครือข่ายบริการแก่ลูกค้าปัจจุบัน แต่เมื่อไม่มีรถรุ่นปี 2027 เข้ามาทำตลาด ความเชื่อมั่นของลูกค้าและมูลค่าขายต่อของรถในอนาคตอาจกลายเป็นประเด็นที่ต้องจับตา
การตัดสินใจครั้งนี้เกิดขึ้นในช่วงที่รัฐบาลสหรัฐฯ เพิ่มความเข้มงวดต่อรถยนต์และเทคโนโลยีจากจีน โดยให้เหตุผลด้านความมั่นคงของข้อมูลและความปลอดภัยไซเบอร์ ระบบเชื่อมต่อรถยนต์ยุคใหม่สามารถเก็บข้อมูลตำแหน่ง การใช้งาน กล้อง เซนเซอร์ และข้อมูลผู้ขับขี่ จึงกลายเป็นหนึ่งในสมรภูมิใหม่ของการแข่งขันทางเทคโนโลยีระหว่างสหรัฐฯ และจีน
Polestar ดูเหมือนจะไม่เลือกต่อสู้กับคำตัดสินดังกล่าวโดยตรง เพราะตลาดสหรัฐฯ ไม่ใช่แหล่งรายได้หลักของบริษัทแต่เดิม โดย 94% ของยอดขายปลีกในไตรมาสแรกปี 2026 มาจากนอกสหรัฐอเมริกา บริษัทจึงเตรียมหันไปให้น้ำหนักกับยุโรปมากขึ้น ซึ่งเป็นตลาดเติบโตหลักของแบรนด์ในเวลานี้
Michael Lohscheller ผู้นั่งตำแหน่ง CEO ของ Polestar ระบุว่าอุตสาหกรรมรถยนต์กำลังเข้าสู่ยุคที่แต่ละภูมิภาคมีเงื่อนไขในการวางจำหน่ายที่แตกต่างกันมากขึ้น โดย Polestar จะเดินหน้าผลิต Polestar 7 ในยุโรป พร้อมขยายตลาดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ยุโรปตะวันออก อเมริกาใต้ และแคนาดาแทน การตัดสินใจของสหรัฐฯ จึงอาจไม่ใช่จุดจบของ Polestar แต่เป็นการบังคับให้แบรนด์ต้องจัดระเบียบแผนธุรกิจใหม่โดยลดบทบาทของตลาดอเมริกาเหนืออย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
ที่มา: Motor1
