เมื่อวันที่ 30 มิถุนายน 2026 Hyundai เปิดเผยโฉม Ioniq 3 รุ่นมาตรฐาน อย่างเป็นทางการ หลังจากก่อนหน้านี้เปิดตัวเฉพาะรุ่น N Line ที่เน้นภาพลักษณ์ความสปอร์ต โดยรุ่นปกติได้ปรับรายละเอียดงานออกแบบให้เรียบง่ายมากขึ้น ทั้งภายนอกและห้องโดยสาร พร้อมวางตำแหน่งเป็นรถยนต์ไฟฟ้าสำหรับตลาดยุโรปที่ให้ความสำคัญกับความสะดวกสบายและการใช้งานในชีวิตประจำวัน
Hyundai เรียก Ioniq 3 ว่าเป็นรถสไตล์ “Aero Hatch” ซึ่งผสมผสานเอกลักษณ์ของ Hatchback Fastback และ Crossover เข้าไว้ด้วยกัน รุ่นมาตรฐานมาพร้อมกันชนหน้าดีไซน์ใหม่ที่มีเส้นสายเรียบกว่าเดิม พร้อมช่องรับอากาศแบบ Active Air Intake และตัดชิ้นส่วนตกแต่งสีดำรวมถึงช่องดักอากาศขนาดใหญ่ที่พบในรุ่น N Line ออก เพื่อให้ภาพลักษณ์ดูสะอาดตาและทันสมัยยิ่งขึ้น
ด้านหน้ายังคงใช้ชุดไฟหน้า LED แบบแยกส่วน พร้อมไฟส่องสว่างรูปแบบ 4 จุดบนแถบกระจังหน้าทรงบางเช่นเดิม ขณะที่ด้านข้างเปลี่ยนมาใช้กระจกมองข้างสีเดียวกับตัวรถ และล้ออัลลอยลวดลายใหม่ ขนาดตั้งแต่ 16-18 นิ้ว แทนล้อขนาด 19 นิ้วของรุ่น N Line ส่วนด้านท้ายติดตั้งสปอยเลอร์เหนือกระจกหลังแบบสองชั้นที่มีขนาดเล็กลง และกันชนท้ายดีไซน์เรียบง่ายขึ้น พร้อมดิฟฟิวเซอร์ที่ตัดครีบด้านข้างออก
ห้องโดยสารเปลี่ยนจากโทนสีดำ-แดงของรุ่น N Line มาเป็นโทนสีอ่อน เพื่อสร้างบรรยากาศที่โปร่งและผ่อนคลายมากขึ้น ภายใต้แนวคิด “Furnished Space” ที่เน้นความรู้สึกเหมือนพื้นที่พักผ่อนภายในบ้าน พร้อมให้ความสำคัญกับคุณภาพวัสดุและความสบายของผู้โดยสาร
ไฮไลต์สำคัญคือระบบ Infotainment เจเนอเรชั่นใหม่ Pleos Connect ที่พัฒนาบนระบบปฏิบัติการ Android และเปิดตัวในตลาดยุโรปเป็นครั้งแรก หลังจากเริ่มใช้งานใน Hyundai Grandeur รุ่นปรับโฉมที่เกาหลีใต้ หน้าจอสัมผัสมีให้เลือกขนาด 12.9 หรือ 14.6 นิ้ว ตามแต่ละรุ่นย่อย และสามารถติดตั้งชุดมาตรวัดดิจิทัลแบบบางเป็นอุปกรณ์เสริม นอกจากนี้ยังรองรับ Pleos App Market ซึ่งมีแอปพลิเคชันจากผู้พัฒนาภายนอกราว 30 แอปตั้งแต่ช่วงเปิดตัว พร้อมผู้ช่วยสั่งงานด้วยเสียง Gleo AI ที่รองรับการสนทนาอย่างเป็นธรรมชาติ
ในช่วงแรก Hyundai จะจำหน่าย Ioniq 3 ทั้งรุ่น Standard Range และ Long Range ซึ่งใช้มอเตอร์ไฟฟ้าตัวเดียวขับเคลื่อนล้อหน้า
- รุ่น Standard ให้กำลังสูงสุด 144 แรงม้า จับคู่แบตเตอรี่ความจุ 42.2 kWh ให้ระยะทางวิ่งตามมาตรฐาน WLTP สูงสุด 344 กิโลเมตร
- รุ่น Long Range ให้กำลังสูงสุด 133 แรงม้า แบตเตอรี่ความจุ 61 kWh และวิ่งได้ไกลสูงสุด 496 กิโลเมตรต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง
ทั้งหมดพัฒนาบนแพลตฟอร์ม E-GMP ระบบไฟฟ้า 400 โวลต์ ร่วมกับ Kia EV3 และ EV4 โดย Hyundai ระบุว่าการพัฒนาและทดสอบรถคำนึงถึงพฤติกรรมผู้ใช้และโครงสร้างพื้นฐานในยุโรปเป็นหลัก
ในอนาคต Hyundai มีแผนขยายไลน์อัปด้วย Ioniq 3 N รุ่นสมรรถนะสูง ซึ่งคาดว่าจะใช้มอเตอร์ไฟฟ้าคู่ ระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ และช่วงล่างที่ปรับจูนเฉพาะสำหรับการขับขี่แบบสปอร์ต ส่วนราคาจำหน่ายในยุโรปยังไม่ประกาศอย่างเป็นทางการ โดยรถจะผลิตที่โรงงานเมืองอิซมิต ประเทศตุรกี และมีกำหนดเริ่มส่งมอบคันแรกในช่วงไตรมาสที่ 3 ของปี 2026
ที่มา: Carscoops
