ถึงแม้ว่า BMW จะเดินหน้าพัฒนารถยนต์รุ่นใหม่ที่มาทั้งทางเลือกขุมพลังไฟฟ้าล้วนและขยายไลน์พลังงานทางเลือกอย่างต่อเนื่อง หลายคนอาจสงสัยว่าเครื่องยนต์ V8 จะหายไปจากตลาดหรือไม่ โดยข้อมูลล่าสุดในเอกสารเปิดตัวของ X5 เจเนอเรชันใหม่ (G65) ยืนยันว่า จะมีทางเลือกเครื่องยนต์เบนซิน V8 ทวินเทอร์โบขนาด 4.4 ลิตร อีกครั้งในรุ่นสมรรถนะสูงที่เตรียมเปิดตัวภายในปี 2027
BMW X5 ใหม่ นับเป็นรถรุ่นแรกของค่ายที่รองรับระบบขับเคลื่อนถึง 5 รูปแบบ ได้แก่ เครื่องยนต์เบนซิน เครื่องยนต์ดีเซล ขุมพลัง Plug-in hybrid (PHEV) ขุมพลังไฟฟ้าล้วน (EV) และเซลล์เชื้อเพลิงไฮโดรเจน (Hydrogen Fuel Cell) อย่างไรก็ตาม ในช่วงเปิดตัวจะมีเฉพาะเครื่องยนต์ 6 สูบเรียงสำหรับรุ่นเครื่องยนต์สันดาป ขณะที่ขุมพลัง V8 จะถูกสงวนไว้สำหรับรุ่น M Performance เท่านั้น
ถึงแม้ BMW จะยังไม่ประกาศชื่ออย่างเป็นทางการ แต่คาดว่ารถรุ่นดังกล่าวจะใช้ชื่อ X5 M60 (ไม่มี e ต่อท้าย) โดยรายงานยังระบุว่า X5 M60 จะยังคงใช้เครื่องยนต์ V8 แบบดั้งเดิม ที่ไม่มีระบบ Plug-in hybrid เหมือนคู่แข่งอีกหลายรุ่น ถึงแม้จะติดตั้งระบบ Mild Hybrid 48 โวลต์ เพื่อช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและลดการปล่อยมลพิษ แต่จะไม่ใช้แบตเตอรี่ขนาดใหญ่แบบ PHEV ทำให้ยังคงบุคลิกการขับขี่ของเครื่องยนต์ V8 ได้อย่างเต็มเปี่ยม
นอกจาก X5 M60 แล้ว BMW ยังเตรียมเปิดตัวรุ่น X5 M60e ซึ่งเป็นรุ่น M Performance ขุมพลัง PHEV แต่จะไม่มีการวางจำหน่ายในตลาดสหรัฐอเมริกา ขณะที่รุ่นสมรรถนะสูง iX5 M Performance เวอร์ชั่นขุมพลังไฟฟ้ายังอยู่ระหว่างการพัฒนา ส่วน X5 M รุ่นสมรรถนะสูงเต็มรูปแบบ ทั้งเวอร์ชันเครื่องยนต์สันดาปและไฟฟ้า มีโอกาสเปิดตัวในช่วงปี 2028
ด้วยอายุการทำตลาดของ X5 รุ่นปัจจุบันที่ยาวนานเกือบ 8 ปี จึงมีความเป็นไปได้สูงว่าเครื่องยนต์ V8 จะยังคงอยู่กับ BMW ไปจนถึงช่วงทศวรรษ 2030 โดยเฉพาะเมื่อ BMW X7 เจเนอเรชันใหม่ ซึ่งเตรียมเปิดตัวในปี 2027 คาดว่าจะยังใช้เครื่องยนต์ V8 เช่นเดียวกับ BMW 7-Series รุ่นปรับโฉม ที่จะมีรุ่น M Performance พร้อมขุมพลัง V8 และฝั่ง Alpina ก็อยู่ระหว่างพัฒนารุ่น 7 Series และ X7 ที่ใช้เครื่องยนต์ V8 เช่นเดียวกัน
อย่างไรก็ตาม BMW ยังคงผลิตเครื่องยนต์ V12 ทวินเทอร์โบควาทจุ 6.75 ลิตร ที่โรงงาน Hams Hall ในสหราชอาณาจักร แต่จะสงวนไว้ให้กับ Rolls-Royce เท่านั้น หลังแบรนด์ได้ปรับแผนจากเดิมที่ตั้งเป้าเปลี่ยนเป็นรถยนต์ไฟฟ้าทั้งหมดภายในปี 2030 ส่งผลให้เครื่องยนต์ V12 ยังมีแนวโน้มทำตลาดต่อไปในอีกทศวรรษหน้า ถึงแม้โอกาสที่จะกลับมาอยู่ในรถยนต์ BMW หรือ Alpina จะมีน้อยมากก็ตาม
ที่มา: Motor1
