Tesla เปิดตัว Model Y L เวอร์ชันฐานล้อยาวอย่างเป็นทางการในสหรัฐอเมริกา ตามหลังตลาดจีน ออสเตรเลียรวมถึงไทย เพื่อตอบโจทย์ครอบครัวที่ต้องการพื้นที่โดยสารมากกว่ารุ่นมาตรฐาน โดยมาพร้อมห้องโดยสารแบบ 3 แถว 6 ที่นั่ง และถูกวางตำแหน่งให้เป็นทางเลือกใหม่ ทดแทน Model Y รุ่น 5+2 ที่นั่งที่วางจำหน่ายก่อนหน้านี้ และภายหลังจากที่ Model X ซึ่งทำตลาดมานานได้ยุติสายการผลิตไปก่อนหน้านี้

 

ถึงแม้รูปลักษณ์โดยรวมยังคงใช้แนวทางการออกแบบเดียวกับ Model Y รุ่นปกติ แต่ได้ขยายขนาดตัวถังเพื่อเพิ่มพื้นที่ใช้สอย โดยมีระยะฐานล้อยาว 3,040 มม. เพิ่มขึ้น 150 มม. ส่งผลให้ความยาวตัวรถเพิ่มเป็น 4,968 มม. หรือยาวขึ้นทั้งหมด 175 มม. พร้อมเพิ่มความสูงหลังคาอีก 43 มม. ช่วยให้ผู้โดยสารทุกแถวมีพื้นที่เหนือศีรษะและพื้นที่วางขามากขึ้น โดยเฉพาะเบาะแถวที่สามที่สามารถใช้งานได้จริงมากกว่ารุ่นเดิม

 

การปรับตัวถังครั้งนี้ยังมาพร้อมฝาท้ายขนาดใหญ่ขึ้น กระจกบานข้างที่มีพื้นที่มากกว่าเดิม และสปอยเลอร์หลังดีไซน์ใหม่ นอกจากนี้ Tesla ยังเพิ่มสีตัวถังใหม่ สีเงิน Cosmic Silver และในช่วงเปิดตัวจะจำหน่ายเฉพาะรุ่น Model Y L Premium Launch Series ขับเคลื่อนสี่ล้อ (AWD) พร้อมล้ออัลลอยขนาด 19 หรือ 20 นิ้ว ระบบกันสะเทือนแบบ Adaptive Damper และการปรับเซ็ตช่วงล่างใหม่ให้เหมาะกับตัวรถที่ใหญ่ขึ้น

 

ภายในห้องโดยสารติดตั้งหน้าจอกลางขนาด 16 นิ้ว พร้อมหน้าจอสำหรับผู้โดยสารตอนหลังขนาด 8 นิ้ว ระบบเครื่องเสียง 19 ลำโพง เบาะนั่งแถวหน้าและแถวที่สองปรับด้วยไฟฟ้า พร้อมระบบอุ่นและระบายอากาศ ส่วนเบาะแถวที่สามสามารถปรับเอนด้วยระบบไฟฟ้าและมีระบบอุ่นเบาะเช่นกัน ขณะที่รุ่น Launch Series ยังเพิ่มวัสดุหุ้มแดชบอร์ดแบบหนังกลับ ไฟส่องพื้นโลโก้ Tesla แผ่นกันรอยชายบันได และตราสัญลักษณ์เฉพาะรุ่น

 

ด้านความปลอดภัย Tesla เพิ่มถุงลมนิรภัยด้านข้างสำหรับผู้โดยสารแถวที่สาม พร้อมติดตั้งระบบขับขี่อัตโนมัติ Full Self-Driving (Supervised) ระบบตรวจจับรถในจุดอับสายตา (Blind Spot Monitoring) กล้องรอบคัน และผู้ช่วยอัจฉริยะ Grok AI ที่ถูกผสานเข้ากับระบบ Infotainment ของรถ

 

ระบบขับเคลื่อนใช้มอเตอร์ไฟฟ้าคู่ขับเคลื่อนสี่ล้อ ให้ระยะทางวิ่งสูงสุดประมาณ 523 กิโลเมตร ต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง ตามมาตรฐานของ Tesla ซึ่งน้อยกว่ารุ่น Model Y Premium เพียง 3 กิโลเมตร รองรับการชาร์จเร็วกำลังสูงสุด 250 kW โดยสามารถเพิ่มระยะทางวิ่งได้ประมาณ 264 กิโลเมตร ภายในเวลา 15 นาที ขณะที่อัตราเร่ง 0-96 กม./ชม. ทำได้ภายในเวลา 4.4 วินาที เร็วกว่ารุ่น Premium ตัวถังมาตรฐานเล็กน้อย

 

Tesla ตั้งราคาจำหน่าย Model Y L Premium Launch Series ในสหรัฐฯ ไว้ที่ 61,990 เหรียญสหรัฐฯ (ประมาณ 2 ล้านบาท) หรือสูงกว่ารุ่น Model Y Premium AWD ประมาณ 12,000 เหรียญสหรัฐฯและแพงกว่ารุ่น Model Y Performance ราว 4,000 เหรียญสหรัฐฯ โดยบริษัทมีแผนเพิ่มรุ่นย่อยอื่นของ Model Y L ในอนาคต เพื่อขยายทางเลือกให้กับลูกค้ามากยิ่งขึ้น

ปัจจุบัน Tesla Model Y L ทำตลาดแล้วในหลายประเทศ ได้แก่ จีน ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ อินเดีย และเปอร์โตริโก ขณะที่ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ จะเป็นตลาดถัดไป โดยการมาถึงของ Model Y L ถือเป็นการเติมเต็มช่องว่างระหว่าง Model Y รุ่นมาตรฐานกับอดีตเรือธงอย่าง Model X และสะท้อนว่า Tesla ยังมองเห็นโอกาสในตลาดรถยนต์ไฟฟ้าสำหรับครอบครัวขนาดใหญ่ในอนาคต

ที่มา: Carscoops