Mercedes-Benz Marco Polo รุ่นปรับอุปกรณ์ เปิดตัวแล้วเมื่อวันที่ 27 กรกฎาคม 2026 ที่เยอรมนี โดยผ่านการปรับปรุงให้ตอบโจทย์การใช้งานแบบแคมป์ปิ้งมากขึ้น เริ่มต้นกับหลังคาแบบ Pop-up ที่ครอบด้วยอะลูมิเนียมสองชั้น พัฒนาให้ยก headroom เพิ่มได้อีก 10 เซนติเมตร เมื่อกางออกทั้งหมด ส่วนไฟ LED Ambient Lighting ใต้หลังคาปรับได้หลายรูปแบบ ตั้งแต่แสง Cool ไปจนถึง Warm Light และในช่วงปลายปี ยังจะเพิ่มหลังคาผ้าใบถลก เพื่อให้ผู้ใช้งานเปิดรับลมหรือชมท้องฟ้ายามค่ำคืนได้

Mercedes-Benz Marco Polo รุ่นปรับอุปกรณ์ ยังปรับดีไซน์ผ้าใบข้างรถใหม่ทั้งหมด ให้ปรับระดับและถอดประกอบง่ายขึ้น ทั้งยังมีระบบปรับระดับความเข้มของกระจก เพื่อลดแสงเข้าห้องโดยสาร เมื่อต้องการพักผ่อน เครื่องเสียงเปลี่ยนใหม่เป็นแบบ 8 ลำโพง พร้อม subwoofer เล่นดนตรีได้ทั้งในตอนขับขี่ และจอดตั้งแคมป์ ส่วนระบบ Mercede-Benz Advanced Control (MBAC) เพิ่มลูกเล่นให้ผู้ใช้งานสั่งการควบคุมระบบต่างๆ รวมถึงการทำงานของหลังคา Pop-up และเครื่องเสียงได้ผ่านมือถือเหมือน smart home

 

นอกจากนั้น ยังมีการปรับแต่งโต๊ะพับได้และลิ้นชักเก็บของใหม่ รวมถึงปรับดีไซน์แผงควบคุมเก้าอี้โซฟา และกล่องควบคุมอุณหภูมิให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ส่วนขุมพลังของ Mercedes-Benz Marco Polo มีเครื่องยนต์ดีเซลเทอร์โบ แบบ 4 สูบ ขนาด 2.0 ลิตร ให้เลือก 3 ระดับความแรง ทั้งหมดจับคู่เกียร์อัตโนมัติ 9G-Tronic 9 จังหวะ พร้อมทางเลือกระบบขับเคลื่อนล้อหลังและขับเคลื่อนสี่ล้อ 4MATIC ส่วนรายละเอียดโดยสังเขป มีดังต่อไปนี้

  • รุ่นเริ่มต้น กำลังสูงสุด 163 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 380 นิวตันเมตร
  • 250 d กำลังสูงสุด 190 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 440 นิวตันเมตร
  • 300 d กำลังสูงสุด 237 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 500 นิวตันเมตร เร่ง 0 – 100 กิโลเมตร/ชั่วโมง ใน 8 วินาที

Mercedes-Benz Marco Polo รุ่นปรับอุปกรณ์ พร้อมรับคำสั่งซื้อในเยอรมนีและยุโรป ตั้งแต่วันที่ 5 สิงหาคม 2026 โดยการผลิตสารตั้งต้น V-Class จะมีขึ้นจากโรงงานในสเปน ก่อนส่งมาดัดแปลงเป็น Marco Polo ที่โรงงานใน Ludwigsfelde ประเทศเยอรมนี สำหรับราคาจำหน่ายรุ่นล่าสุดยังไม่เปิดเผย แต่รุ่นปัจจุบันมีค่าตัวเริ่มต้นในเยอรมนีอยู่ที่ 80,664 ยูโร (ราว 3,099,000 บาท)

 

ที่มา: Mercedes-Benz, carscoops