Mazda เป็นหนึ่งในผู้ผลิตรถยนต์ที่ขึ้นชื่อเรื่องการคิดนอกกรอบมาโดยตลอด ไม่ว่าจะเป็นการพัฒนาเครื่องยนต์โรตารี การสร้างรถสปอร์ตน้ำหนักเบาอย่าง MX-5 หรือการทดลองเทคโนโลยีใหม่ ๆ ที่แตกต่างจากผู้ผลิตรายอื่น และหนึ่งในผลงานที่แปลกที่สุดของบริษัท คือ Suitcase Car รถต้นแบบที่สามารถพับเก็บอยู่ภายในกระเป๋าเดินทางได้จริง ซึ่งถือกำเนิดขึ้นในช่วงต้นทศวรรษ 1990
จุดเริ่มต้นของโครงการมาจากการแข่งขันภายในบริษัทที่ใช้ชื่อว่า Fantasyard ซึ่งจัดขึ้นระหว่างปี 1989–1991 เพื่อเปิดโอกาสให้พนักงานนำเสนอแนวคิดด้านการเดินทางแห่งอนาคต ทีมวิศวกร 7 คนจากฝ่ายทดสอบและวิจัยระบบเกียร์ธรรมดาเป็นผู้พัฒนาแนวคิดดังกล่าว หลังตั้งโจทย์ว่าจะทำอย่างไรให้การเดินทางภายในสนามบินขนาดใหญ่สะดวกและรวดเร็วยิ่งขึ้น
แทนที่จะออกแบบรถขึ้นใหม่ทั้งหมด ทีมงานเลือกนำรถ Pocket Bike มาดัดแปลง โดยถอดชุดเครื่องยนต์และระบบขับเคลื่อนทั้งหมดใส่ลงในกระเป๋าเดินทาง Samsonite ขนาด 57 × 75 เซนติเมตร เมื่อถึงเวลาจะใช้งาน ผู้ใช้เพียงกางล้อหน้า ติดตั้งล้อหลัง และประกอบเบาะนั่ง ก็สามารถประกอบรถเสร็จได้ภายในเวลาประมาณ 1 นาที พร้อมใช้งานในรูปแบบรถสามล้อขนาดเล็ก
แม้รูปลักษณ์จะดูคล้ายของเล่นมากกว่ารถยนต์ แต่ Suitcase Car สามารถขับเคลื่อนได้จริง โดยใช้เครื่องยนต์เบนซินแบบ 2 จังหวะ ความจุเพียง 34 ซีซี ให้กำลังสูงสุด 1.7 แรงม้า ขับเคลื่อนรถที่มีน้ำหนักประมาณ 32 กิโลกรัม ทำความเร็วสูงสุดได้ 30 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ซึ่งเพียงพอสำหรับการเดินทางระยะสั้นในพื้นที่ปิด
แนวคิดดังกล่าวยังสะท้อนปรัชญาการพัฒนารถยนต์ของ Mazda ในยุคนั้น ซึ่งให้ความสำคัญกับน้ำหนักตัวรถที่เบา จุดศูนย์ถ่วงต่ำ และความสนุกในการขับขี่ มากกว่าการไล่ล่าตัวเลขกำลังสูงสุด เช่นเดียวกับ Mazda MX-5 Miata รุ่นแรก (NA) ที่เปิดตัวในช่วงเวลาใกล้เคียงกัน แม้จะมีเครื่องยนต์เพียง 1.6 ลิตร กำลัง 116 แรงม้า แต่กลับได้รับการยกย่องให้เป็นหนึ่งในโรดสเตอร์ที่ขับสนุกที่สุดในโลก
ถึงแม้ Suitcase Car จะไม่เคยมีแผนผลิตเพื่อจำหน่ายจริง แต่กลับได้รับความสนใจจากสื่อมวลชนทั่วโลกในเวลานั้น จน Mazda สร้างรถต้นแบบเพิ่มเติมสำหรับจัดแสดงในยุโรปและสหรัฐอเมริกา อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันเชื่อว่ามีเพียงคันที่ส่งไปสหรัฐฯ เท่านั้นที่ยังคงหลงเหลืออยู่ ขณะที่รถต้นฉบับถูกทำลายจากอุบัติเหตุ และคันที่สร้างสำหรับยุโรปได้สูญหายไปในเวลาต่อมา
เวลาผ่านมากว่า 30 ปี แต่แนวคิดการพัฒนานวัตกรรมที่แตกต่างยังคงเป็นส่วนหนึ่งของ Mazda ไม่ว่าจะเป็นการศึกษาระบบดักจับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ระหว่างการขับขี่ การพัฒนาเชื้อเพลิงและเครื่องยนต์สันดาปที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ตลอดจนการเปิดกว้างต่อการพัฒนา MX-5 เวอร์ชันไฟฟ้าล้วน หากข้อกำหนดด้านมลพิษในอนาคตผลักดันให้เครื่องยนต์สันดาปภายในต้องยุติบทบาทลง
ที่มา: Autoblog
