เมื่อวันที่ 10 สิงหาคมที่ผ่านมา Volkswagen อเมริกาเหนือเปิดตัว Atlas Cross Sport เจเนอเรชันใหม่อย่างเป็นทางการ โดยพัฒนาต่อยอดจากรุ่นเดิมด้วยรูปลักษณ์ที่ดูพรีเมียมมากขึ้นทั้งภายนอกและภายใน พร้อมเทคโนโลยีใหม่ ระบบช่วยเหลือการขับขี่ และอุปกรณ์อำนวยความสะดวกที่เพิ่มมากขึ้น โดย Atlas Cross Sport ยังคงวางตำแหน่งเป็นรถ SUV ขนาดกลางแบบ 5 ที่นั่งที่เน้นดีไซน์สปอร์ตและความหรูหรา

 

Atlas Cross Sport เปิดตัวครั้งแรกในปี 2020 ในฐานะหนึ่งในหัวหอกของกลยุทธ์ขยายตลาด SUV ของ Volkswagen ในสหรัฐฯ โดยเน้นกลุ่มลูกค้าที่ต้องการรถ 5 ที่นั่งซึ่งมีดีไซน์โดดเด่นแบบ Coupe SUV และให้ความรู้สึกพรีเมียมยิ่งขึ้น ขณะเดียวกันยังคงความอเนกประสงค์และพื้นที่ใช้สอย สำหรับรถรุ่นเจเนอเรชั่นที่ 2 มีความยาวตัวถัง 4,968 มม. สั้นกว่า Atlas รุ่น 7 ที่นั่งอยู่ 137 มิลลิเมตรและเตี้ยกว่า 53 มิลลิเมตร

 

ดีไซน์ภายนอกได้รับการปรับปรุงใหม่แทบทั้งหมด โดยด้านหน้ามาพร้อมไฟหน้า LED แบบซ้อนสองชั้น กระจังหน้าส่วนบนแบบซ่อนรูป และฝากระโปรงที่ออกแบบให้ดูทรงพลังยิ่งขึ้น พร้อมไฟหน้าอันเป็นเอกลักษณ์และโลโก้ VW แบบเรืองแสงได้ ขณะที่ด้านข้างใช้เส้นสายตัวถังที่เฉียบคมและซุ้มล้อที่ดูแข็งแกร่ง ด้านท้ายโดดเด่นด้วยเสา C ทรงลาดเอียง และไฟท้ายแบบคาดเต็มความกว้างตัวรถ พร้อมไฟเลี้ยวแบบ Dynamic และระบบ Coming/Leaving Home

 

Volkswagen ยังเพิ่มทางเลือกด้านล้อและสีตัวถัง โดยรุ่นยกเว้นรุ่นเริ่มต้นจะได้รับล้ออัลลอยดีไซน์ใหม่ขนาด 20 และ 21 นิ้ว ส่วนรุ่นเริ่มต้นใช้ล้อขนาด 18 นิ้ว สีตัวถังใหม่มีทั้งหมด 3 สี ได้แก่ สีเขียว Dark Sage Metallic สีแดง Blackberry Metallic และสีขาวเบจ Sandstone ขณะที่ผู้ที่ต้องการภาพลักษณ์แตกต่างสามารถเลือกแพ็กเกจตกแต่งที่เพิ่มรายละเอียดสีดำและวัสดุแบบพิเศษได้

 

ภายในห้องโดยสารได้รับการออกแบบใหม่ให้มีบรรยากาศพรีเมียมมากขึ้น โดยใช้วัสดุแบบ Soft-touch และตกแต่งด้วยลายไม้สีเทาเป็นอุปกรณ์มาตรฐาน พร้อมรายละเอียดการเดินด้ายและการใช้สีตัดกัน มีสีภายในให้เลือก 3 โทน ได้แก่ สีเทา Pebble Grey สีดำ Black และสีน้ำตาล Medium Brown รุ่นเริ่มต้นใช้เบาะหนังสังเคราะห์ Leatherette ส่วนรุ่นสูงขึ้นไปมีเบาะหนังทั้งเกรด Varenna และ Nappa ให้เลือก  นอกจากนี้ยังมีไฟคกแต่งภายในห้องโดยสาร Ambient Lighting 10 สีเป็นมาตรฐาน และรุ่นท็อปเพิ่มเป็น 30 สี พร้อมระบบ “Atmospheres” ที่ผสานการทำงานของระบบเครื่องเสียงและการเลือกแสงสีภายในห้องโดยสาร

 

อุปกรณ์อำนวยความสะดวกเพิ่มขึ้นหลายรายการ ทั้งเบาะนั่งคนขับแบบปรับด้วยไฟฟ้า 12 ทิศทาง พร้อมระบบรองรับเอว 4 ทิศทาง รวมถึงฟังก์ชันรองรับต้นขาและระบบนวดหลังแบบ Full-back Massage ในรุ่นสูงขึ้น นอกจากนี้ยังมีประตูท้ายเปิด-ปิดด้วยระบบไฟฟ้า Easy Open ม่านบังแดดสำหรับผู้โดยสารด้านหลัง กระจกมองข้างฝั่งคนขับแบบตัดแสงอัตโนมัติ และเซ็นเซอร์ช่วยจอดด้านหน้าและด้านหลัง ระบบเครื่องเสียงมีตั้งแต่ 9 ลำโพง ไปจนถึง Harman Kardon 14 ลำโพง ในรุ่นท็อป

ด้านเทคโนโลยี Atlas Cross Sport 2027 ใช้หน้าจอ Infotainment ขนาด 12.9 นิ้ว ในรุ่นเริ่มต้น และเพิ่มเป็น 15 นิ้ว ในรุ่นที่เหลือทั้งหมด พร้อมจอแสดงข้อมูลการขับขี่ Digital Cockpit Pro ขนาด 10.25 นิ้ว มีปุ่มหมุนเพื่อเลือกโหมดการขับขี่ Driver Experience Dial บริเวณคอนโซลกลางสำหรับควบคุมเสียง โหมดการขับขี่ และฟังก์ชั่นต่างๆที่เกี่ยวกับการขับขี่ รวมถึงช่องชาร์จทรศัพท์แบบไร้สายตามมาตรฐาน Qi2 ที่สามารถชาร์จโทรศัพท์จำนวน 2 เครื่องได้พร้อมกัน และช่องชาร์จ USB-C รวมทั้งหมด 5 จุด ขณะที่ฟังก์ชั่น myVW+ ที่เพิ่มการให้บริการระบบนำทาง Premium Navigation ผู้ช่วยส่วนตัว AI Speech Wi-Fi Hotspot และ myQ Connected Garage

 

ระบบความปลอดภัยได้รับการยกระดับด้วยถุงลมนิรภัยด้านหน้าแบบ Center Airbag ทำให้มีถุงลมนิรภัยรวมทั้งหมด 7 จุด พร้อมระบบช่วยเหลือ IQ.DRIVE รุ่นปรับปรุง โดย Travel Assist รองรับการขับขี่กึ่งอัตโนมัติแบบ Hands-on ตั้งแต่ 0-95 ไมล์/ชม. และสามารถเปลี่ยนเลนโดยผู้ขับเป็นผู้สั่งงาน ขณะที่ Emergency Assist Plus สามารถนำรถเข้าข้างทางเมื่อระบบตรวจพบเหตุฉุกเฉินทางการแพทย์ นอกจากนี้รุ่นท็อปยังมี Park Assist Plus และ Predictive Adaptive Cruise Control ที่สามารถปรับความเร็วตามเส้นทาง เช่น ทางโค้ง วงเวียน ทางออก และเนินชะลอความเร็ว

 

ขุมพลังเป็นเครื่องยนต์เบนซิน TSI EA888 evo5 รุ่นใหม่ 4 สูบ ความจุ 2.0 ลิตร พร้อมระบบอัดอากาศแบบเทอร์โบชาร์จเจอร์ ซึ่งได้รับการปรับปรุงครั้งใหญ่และใช้เทอร์โบแบบ Variable Geometry ให้กำลังสูงสุด 282 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 350 นิวตัน-เมตร เพิ่มขึ้น 13 แรงม้าจากรุ่นเดิม และนับเป็น Atlas ที่ทรงพลังที่สุดเท่าที่เคยมีมา จับคู่เกียร์อัตโนมัติ 8 จังหวะ ขับเคลื่อนล้อคู่หน้าหรือขับเคลื่อนสี่ล้อ 4 Motion ทั้งยังมีอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงดีขึ้น ส่วนขุมพลัง Hybrid จะตามมาในรุ่น Facelift

Volkswagen Atlas Cross Sport 2027 ยังคงผลิตควบคู่กับ Atlas รุ่นปกติแบบ 7 ที่นั่งที่โรงงานของ Volkswagen ในเมือง Chattanooga รัฐ Tennessee สหรัฐฯ ซึ่งมีพนักงานประมาณ 4,000 คน และตระกูล Atlas มีความสำคัญอย่างมากต่อตลาดสหรัฐฯ โดยคิดเป็นประมาณหนึ่งในสามของยอดขาย Volkswagen ในประเทศ ขณะที่รายละเอียดสเปกย่อย อุปกรณ์ ราคา และกำหนดการจำหน่ายอย่างเป็นทางการจะประกาศเพิ่มเติมก่อนการเปิดตัวในช่วงต้นปี 2027

ที่มา: Volkswagen