Mitsubishi Pajero กลับมาอีกครั้งในรอบหลายปี กับการเปิดตัว All NEW Mitsubishi Pajero เจเนอเรชั่นล่าสุดอย่างเป็นทางการครั้งแรกในโลก พร้อมรับตำแหน่ง Flagship SUV รุ่นใหม่ของ Mitsubishi Motors ผลิตขึ้นที่โรงงาน Mitsubishi Motors ในประเทศไทย โดยญี่ปุ่นจะเปิดตัวเป็นประเทศแรกของโลกที่เปิดตัว แต่จะเริ่มต้นจำหน่ายที่ประเทศไทยเป็นที่แรก ช่วงกลางเดือน ตุลาคม 2026 ก่อนส่งออกไปยังญี่ปุ่นและออสเตรเลีย ภายในเดือน มีนาคม 2027 ตามด้วยการขยายตลาดไปยังกว่า 100 ประเทศทั่วโลก ทั้งอาเซียน ลาตินอเมริกา และตะวันออกกลาง ตั้งแต่ปีงบประมาณ 2027 (เมษายน 2027 – มีนาคม 2028) เป็นต้นไป

ชื่อ Pajero ถือเป็นหนึ่งในรถยนต์รุ่นสำคัญของ Mitsubishi นับตั้งแต่เจเนอเรชั่นแรกเปิดตัวเมื่อปี 1982 ด้วยแนวคิดผสานความสามารถในการขับขี่แบบ Off-road เข้ากับความสะดวกสบายแบบรถยนต์นั่ง ก่อนพัฒนาต่อเนื่องตลอด 4 เจเนอเรชั่น มียอดผลิตสะสมกว่า 3.29 ล้านคัน และทำตลาดมากกว่า 170 ประเทศทั่วโลก สำหรับการกลับมาครั้งนี้ Mitsubishi ยังคงพัฒนา Pajero ภายใต้พื้นฐานแนวคิดเดิม คือ Confidence และ Comfort ทั้งสมรรถนะ Off-road ความทนทาน และความสะดวกสบายในการใช้งาน แต่เพิ่มเติม Prestige เพื่อยกระดับคุณภาพ วัสดุ และงานออกแบบให้เหมาะสมกับฐานะนะ Flagship SUV ของค่าย

 

ข้อมูลตัวรถของ All NEW Mitsubishi Pajero เวอร์ชั่นญี่ปุ่น มีดังต่อไปนี้

ขนาดและมิติตัวถัง

  • ความยาว 4,920 มิลลิเมตร
  • ความกว้าง 1,925 มิลลิเมตร
  • ความสูง 1,910 มิลลิเมตร
  • ความยาวฐานล้อ 2,879 มิลลิเมตร
  • ระยะตำ่สุดใต้ท้องรถ Ground Clearance 230 มิลลิเมตร
  • นำ้หนักตัวรถ 2,460 กิโลกรัม
  • รัศมีวงเลี้ยวแคบสุด 5.8 เมตร

มุมองศาต่างๆ

  • มุมไต่ Approach Angle 30.4 องศา
  • มุมจาก Departure Angle 25.8 องศา
  • มุมคร่อม Brake-over Angle 22.6 องศา

 

ขุมพลังขับเคลื่อน

เครื่องยนต์รหัส 4N16 ดีเซล 4 สูบ DOHC 16 วาล์ว 2.4 ลิตร 2,442 ซีซี กระบอกสูบ x ช่วงชัก 86.0 x 105.1 มิลลิเมตร กำลังอัด 15.2 : 1 พ่วงระบบอัดอากาศ Single Variable-Geometry
Turbocharger (VGT) กำลังสูงสุด 204 แรงม้า (PS) ที่ 3,500 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 480 นิวตันเมตร ที่ 1,750 – 2,500 รอบ/นาที จับคู่กับเกียร์เกียร์อัตโนมัติ 8 จังหวะ ขับเคลื่อน 4 ล้อ Super Select 4WD ll พร้อมระบบควบคุมการขับเคลื่อนสี่ล้อแบบบูรณาการ Super-All Wheel Control (S-AWC) และระบบควบคุมการหมุนตัวรถขณะเข้าโค้ง Active Yaw Control (AYC)

ระบบ Super-All Wheel Control (S-AWC) ประกอบด้วยการควบคุมหลัก 3 ส่วน

  • การกระจายแรงบิดระหว่างล้อหน้า-หลัง
  • Active Yaw Control (AYC) ควบคุม Torque Vectoring ระหว่างล้อซ้าย-ขวา
  • ระบบควบคุมเบรกทั้ง 4 ล้อ ผ่านระบบ ABS และระบบ ASC

 

ระบบขับเคลื่อน มีให้เลือก 4 รูปแบบ ดังนี้

  • 2H ขับเคลื่อนล้อหลัง
  • 4H ขับเคลื่อน 4 ล้อ Full-time
  • 4HLc ขับเคลื่อน 4 ล้อ + Lock Center Differential
  • 4LLc ขับเคลื่อน 4 ล้อ + Lock Center Differential + Low Range

มีโหมดการขับขี่ Dive Mode มีให้เลือก 7 รูปแบบ ได้แก่

  • ECO
  • Normal
  • Gravel
  • Snow
  • Mud
  • Sand
  • Rock

 

อุปกรณ์ภายนอก

  • ไฟหน้า LED ดีไซน์รูปทรง T-shaped
  • ไฟหน้า LED
  • ไฟ Daytime Running Light แบบ LED แนวตั้ง
  • กระจังหน้า 2 รูปแบบ
    • ซี่แนวนอน
    • ลายรังผึ้ง
  • เสา C ดีไซน์ได้แรงบันดาลใจจาก Roll Bar ของ Pajero รุ่นแรก
  • งานออกแบบด้านท้าย Hexagonal Motif ได้แรงบันดาลใจจากตำแหน่งยางอะไหล่ท้ายรถของ Pajero รุ่นก่อน
  • กระจกบังลมหน้าแบบ Acoustic Glass
  • กระจกประตูคู่หน้าแบบ Acoustic Glass
  • กระจกประตูคู่หลังแบบ Acoustic Glass
  • กระจกมองข้างพร้อมไฟเลี้ยว LED
  • ราวหลังคา Roof Rail
  • บันไดข้าง Side Step
  • หลังคากระจก Panoramic Sunroof เปิด – ปิดด้วยระบบไฟฟ้า
  • ล้อขนาด 20 นิ้ว
  • ยางขนาด 255/55 R20
  • ช่วงล่างหน้า Double Wishbone
  • ช่วงล่างหลัง 5-Link Rigid Axle
   

 

อุปกรณ์ภายในห้องโดยสาร

  • ห้องโดยสาร 3 แถว 7 ที่นั่ง
  • เบาะนั่งคู่หน้าปรับด้วยไฟฟ้า
  • เบาะนั่งคู่หน้าพร้อมระบบระบายอากาศ Ventilated Seat
  • เบาะนั่งคู่หน้าพร้อม Memory Seat 2 ตำแหน่ง
  • เบาะนั่งแถวที่ 2 ปรับและพับได้ 60 : 40
  • เบาะนั่งแถวที่ 2 เลื่อนหน้า-หลังได้ 150 มิลลิเมตร
  • เบาะนั่งแถวที่ 2 พับได้แบบ One-touch
  • โครงสร้างเบาะคู่หน้าและแถวที่ 2 แบบ R-Comfort
  • เบาะนั่งแถวที่ 3 พับราบได้ 50 : 50
  • ม่านบังแดดด้านข้างสำหรับเบาะนั่งแถวที่ 2
  • หน้าจอแบบ Monolithic Display เชื่อมต่อ 2 หน้าจอเข้าด้วยกัน
    • หน้าจอมาตรวัด Digital
    • หน้าจอกลางระบบสัมผัส ขนาด 14.3 นิ้ว
  • หน้าจอ Multi Meter แสดงข้อมูลการขับขี่ พัฒนาต่อยอดจาก Triple Meter ของ Pajero รุ่นก่อน
  • หน้าจอ Meter Display เลือกภาพพื้นหลังได้ 16 รูปแบบ ปรับตามช่วงเวลาของวันแบบ Real-time
  • รองรับการเชื่อมต่อ Smartphone แบบไร้สาย
  • เครื่องเสียง Dynamic Sound Yamaha Ultimate
    • ลำโพง 12 ตำแหน่ง
    • Amplifier 2 ตำแหน่ง
    • ระบบชดเชยเสียงรบกวนตามความเร็วรถ
  • กระจกมองหลังแบบดิจิทัล
  • ช่องเก็บของบริเวณคอนโซลหน้าแบบ 2 ชั้น
  • ช่องเก็บของคอนโซลกลางพร้อมระบบรักษาอุณหภูมิ
  • ระบบปรับอากาศอัตโนมัติ แยกอิสระ 3-Zone
  • ช่องปรับอากาศสำหรับเบาะนั่งแถว 2 พร้อมหน้าจอแสดงผล
  • กล้องมองภาพรอบคันแบบ 3D ประมวลผลภาพประมาณ 30 fps แบบ Real-time
  • โหมด Front Underfloor View แสดงภาพพื้นผิวบริเวณใต้ท้องรถด้านหน้า
  • โหมดFront Underfloor View แสดงขึ้นอัตโนมัติเมื่อใช้ 4HLc / 4LLc
  • เบรกมือไฟฟ้า EPB พร้อม Auto Hold
  • ช่องชาร์จและเชื่อมต่อ USB-C ด้านหน้า 2 ตำแหน่ง
  • ช่องชาร์จ USB-C ด้านหลัง 3 ตำแหน่ง
  • แอปพลิเคชั่นเชื่อมต่อรถยนต์และโทรศัพท์มือถือ MITSUBISHI CONNECT
  • ระบบโทรออกฉุกเฉิน SOS Call

 

ระบบความปลอดภัยและช่วยเหลือการขับขี่

  • ระบบช่วยเหลือการขับขี่บนทางหลวง MI-PILOT
    • ทำงานร่วมกันระหว่าง Adaptive Cruise Control และ Lane Keep Assist
    • ควบคุมความเร็ว รักษาระยะห่างจากรถคันหน้า และช่วยประคองรถให้อยู่กึ่งกลางช่องทาง
  • ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน Adaptive Cruise Control (ACC)
  • ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในเลน Lane Keep Assist (LKA)
  • ระบบเตือนการชนด้านหน้าพร้อมช่วยชะลอความเร็ว Forward Collision Mitigation (FCM)
  • ระบบคาดการณ์และเตือนการชนด้านหน้า Predictive Forward Collision Warning (PFCW)
    ระบบช่วยเหลือฉุกเฉินเมื่อเหยียบคันเร่งผิดพลาด Emergency Assist for Pedal Misapplication (EAPM)
  • ระบบช่วยควบคุมรถฉุกเฉินเมื่อออกนอกเลน Emergency Lane Assist (ELA)
  • ระบบเตือนรถตัดผ่านด้านหน้า Front Cross Traffic Alert (FCTA)
  • ถุงลมนิรภัย SRS 8 ตำแหน่ง

Increase the illumination on the rear door area to better integrate it with the overall lighting conditions. Keep the lighting natural and consistent with the existing scene. Preserve the environment, sky, ground, shadows, reflections, vehicle angle, body color, design, proportions, camera perspective, and composition exactly as they are. No other changes.

 

เตรียมโชว์ตัวครั้งแรกต่อสาธารณชนที่ญี่ปุ่น และ เตรียมขายจริงในประเทศไทยช่วงเดือนตุลาคม 2026 นี้ ความแตกต่างระหว่างเวอร์ชั่นญี่ปุ่นกับไทยจะแตกต่างกันอย่างไร ทีมงานจะนำมารายงานให้รับชมกันครับ