Euro NCAP ประกาศผลการทดสอบความปลอดภัยของรถยนต์รุ่นใหม่ที่ทำตลาดในภูมิภาคยุโรป โดยมีรถรุ่นที่น่าสนใจซึ่งทำตลาดในประเทศไทยและเป็นรถ EV ขวัญใจรถคันแรกทั้ง 2 รุ่น ได้แก่ GEELY E2 (หรือ EX2) และ AION UT ซึ่งทั้งคู่ได้คะแนน 5 ดาว สะท้อนถึงประสิทธิภาพด้านความปลอดภัยที่ทำได้ดีในภาพรวม ทั้งระบบช่วยขับขี่ การป้องกันการชน การปกป้องผู้โดยสาร และความปลอดภัยหลังเกิดอุบัติเหตุ อย่างไรก็ตาม ทั้งสองรุ่นยังมีจุดอ่อนแตกต่างกัน โดยเฉพาะรายละเอียดด้านระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่และการปกป้องผู้ใช้ถนน
สำหรับ GEELY E2 รถสามารถตรวจจับการคาดเข็มขัดนิรภัยที่ไม่ถูกต้อง และจำแนกขนาดสรีระของผู้โดยสารได้ดี เพื่อปรับการทำงานของระบบรั้งผู้โดยสารให้เหมาะสม ขณะที่ระบบตรวจสอบผู้ขับขี่สามารถตรวจจับทั้งการเสียสมาธิและความบกพร่องในการขับขี่ได้ดี นอกจากนี้ยังมีระบบตรวจจับเด็กที่ถูกทิ้งไว้ภายในรถ หรือ Child Presence Detection (CPD) และยังเลือกใช้ปุ่มควบคุมแบบกายภาพสำหรับการขับขี่และระบบอินโฟเทนเมนต์ในระดับที่เหมาะสม

จากการทดลองขับเป็นระยะทางประมาณ 2,000 กิโลเมตร ผ่านเยอรมนี ออสเตรีย และอิตาลี ระบบอ่านข้อมูลจำกัดความเร็วของ E2 สามารถระบุความเร็วที่ถูกต้องได้ 76% ของกรณีที่ทดสอบทั้งหมด ขณะที่ระบบช่วยควบคุมพวงมาลัยทำคะแนนได้เต็ม พร้อมฟังก์ชันเปลี่ยนเลนที่ผู้ขับขี่เป็นผู้สั่งงานในระหว่างใช้ระบบช่วยขับขี่ อย่างไรก็ตาม ระบบป้องกันรถออกนอกเลนทำผลงานได้ดีในการทดสอบสนาม แต่คะแนนภาพรวมด้านระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่อยู่ที่ 40% เท่านั้น ส่วนระบบเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติ หรือ AEB มีประสิทธิภาพแตกต่างกันไปตามสถานการณ์ โดยบางการทดสอบทำคะแนนได้เกือบเต็ม แต่บางสถานการณ์กลับได้คะแนนต่ำกว่าครึ่ง
ด้านการปกป้องผู้โดยสาร GEELY E2 ให้ผลดีถึงเพียงพอในเกือบทุกตำแหน่งจากการชนด้านหน้าแบบเยื้องศูนย์ ยกเว้นบริเวณขาของผู้ขับขี่ที่ได้รับการประเมินว่าอยู่ในระดับแย่ ขณะที่การชนด้านหน้าแบบเต็มความกว้างพบว่าการปกป้องหน้าอกของผู้โดยสารด้านหน้าอยู่ในระดับพอใช้ ส่วนการชนด้านข้างให้การปกป้องอยู่ในระดับดีถึงเพียงพอ และมีถุงลมนิรภัยตรงกลางห้องโดยสารเพื่อลดความเสี่ยงที่ผู้โดยสารจะกระแทกเข้าหากัน อย่างไรก็ตาม การปกป้องศีรษะของคนเดินเท้าและนักปั่นจักรยานมีความแตกต่างกันมาก โดยพื้นที่บนฝากระโปรงหน้าหลายจุดให้ผลในระดับอ่อนถึงแย่
ส่วน AION UT สามารถตรวจจับและจำแนกสรีระของผู้โดยสารเบาะหน้าได้อย่างถูกต้อง พร้อมปรับระบบรั้งผู้โดยสารให้เหมาะสม รวมถึงตรวจจับผู้โดยสารที่อยู่ในตำแหน่งผิดปกติได้ เช่น การวางเท้าบนแผงหน้าปัด ระบบตรวจสอบผู้ขับขี่ทำคะแนนได้ดีทั้งด้านการเสียสมาธิและความบกพร่องในการขับขี่ และมีระบบตรวจจับเด็กภายในรถเช่นเดียวกับ E2 แต่จุดที่ถูกหักคะแนนคือการใช้ปุ่มหรือก้านควบคุมแบบสั่งงานได้จริงสำหรับฟังก์ชันสำคัญในการขับขี่ที่ยังมีไม่เพียงพอ
จากการทดลองขับ AION UT เป็นระยะทางประมาณ 2,000 กิโลเมตร ผ่านสหราชอาณาจักร ฝรั่งเศส และเบลเยียม ระบบอ่านข้อมูลจำกัดความเร็วสามารถระบุข้อมูลได้ถูกต้อง 68% ของกรณีที่ทดสอบ ซึ่งต่ำกว่าระดับที่ Euro NCAP กำหนดสำหรับคะแนนเต็ม ขณะที่ระบบ AEB ทำผลงานได้โดดเด่น โดยสามารถทำได้ดีกว่าข้อกำหนดทางกฎหมายอย่างมาก และทำผลงานได้ดีในสถานการณ์ทดสอบขั้นสูงหลายรูปแบบ
เมื่อเปรียบเทียบด้านการชน AION UT ทำผลงานได้แข็งแกร่งกว่าในบางการทดสอบ โดยการชนด้านหน้าแบบเยื้องศูนย์ให้การปกป้องผู้โดยสารอยู่ในระดับดีหรือเพียงพอทั้งหมด และหุ่นทดสอบเด็กทั้งสองตัวได้รับการปกป้องในระดับดีพร้อมทำคะแนนเต็ม ขณะที่การชนด้านข้างสามารถทำคะแนนเต็มในการทดสอบชนกับเสา รวมถึงการชนจากด้านที่ไกลจากจุดปะทะ โดยมีถุงลมนิรภัยตรงกลางช่วยลดการกระแทกระหว่างผู้โดยสาร อย่างไรก็ตาม การปกป้องศีรษะคนเดินเท้าและนักปั่นจักรยานก็ยังเป็นจุดที่มีผลการทดสอบแตกต่างกัน โดยบางพื้นที่ให้การปกป้องในระดับอ่อนถึงแย่

โดยสรุป ทั้ง GEELY E2 และ AION UT ได้รับคะแนน 5 ดาวจาก Euro NCAP และถือว่าทำผลงานได้ดีในภาพรวม แต่มีลักษณะเด่นต่างกันอย่างชัดเจน โดย E2 มีจุดแข็งด้านระบบควบคุมการขับขี่ การใช้ปุ่มควบคุมแบบกายภาพ และระบบช่วยเปลี่ยนเลน ขณะที่ AION UT โดดเด่นกว่าในด้านประสิทธิภาพของระบบ AEB และการปกป้องผู้โดยสาร โดยเฉพาะเด็กในการทดสอบการชน อย่างไรก็ตาม ทั้งสองรุ่นยังมีข้อจำกัดด้านการปกป้องศีรษะของคนเดินเท้าและนักปั่นจักรยาน ซึ่งเป็นประเด็นที่ผู้ผลิตยังสามารถพัฒนาเพิ่มเติมได้ในอนาคต
ที่มา: EuroNCAP
