Tesla Model Y Performance รุ่นปรับโฉม เปิดตัวอย่างเป็นทางการในประเทศจีน เมื่อวันที่ 11 กันยายน 2026 เพิ่มทางเลือกรุ่นสมรรถนะสูงให้กับ SUV ไฟฟ้ารุ่นสร้างชื่อของแบรนด์ โดยมีราคาจำหน่ายเริ่มต้น 369,000 หยวน หรือประมาณ 1,818,389 บาท พร้อมกำหนดส่งมอบเบื้องต้นภายใน 2–6 สัปดาห์ การเปิดตัวครั้งนี้เกิดขึ้นท่ามกลางสถานการณ์ที่ยอดขาย Model Y ในจีนลดลงต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 3 ติดต่อกัน
ภายนอกติดตั้งกันชนหน้าและกันชนท้ายที่ออกแบบตามหลักอากาศพลศาสตร์ พร้อมสปอยเลอร์หลังคาร์บอนไฟเบอร์ ล้ออัลลอยแบบ Arachnid 2.0 ขนาด 21 นิ้วเป็นอุปกรณ์มาตรฐาน และคาลิเปอร์เบรกสีแดง ขณะที่ภายในห้องโดยสารตกแต่งด้วยวัสดุคาร์บอนไฟเบอร์ เบาะนั่งสปอร์ตคู่หน้าปรับไฟฟ้า พร้อมระบบระบายอากาศและส่วนรองรับต้นขาที่ปรับได้ ส่วนเบาะหลังรองรับทั้งระบบทำความร้อนและพับไฟฟ้า
Model Y Performance เป็นรุ่นมอเตอร์คู่ขับเคลื่อน 4 ล้อ สามารถเร่งความเร็วจาก 0–100 กิโลเมตร/ชั่วโมง ภายในเวลาเพียง 3.5 วินาที ความเร็วสูงสุด 250 กิโลเมตร/ชั่วโมง ขณะที่ระยะทางขับขี่สูงสุดตามมาตรฐาน CLTC อยู่ที่ 659 กิโลเมตร ทำให้รุ่นนี้กลายเป็น Model Y รุ่นที่ 5 ในตลาดจีน และเป็นรุ่นที่มีราคาสูงที่สุดในตระกูล โดยแพงกว่า Model Y L แบบ 6 ที่นั่งอยู่ 30,000 หยวน หรือประมาณ 147,836 บาท
สำหรับ Model Y รุ่นอื่นในตลาดจีน ประกอบด้วยรุ่นขับเคลื่อนล้อหลัง ราคาเริ่มต้น 263,500 หยวน (ประมาณ 1,298,497 บาท) Long Range Rear-Wheel Drive ราคา 288,500 หยวน (ประมาณ 1,421,694 บาท) และ Long Range All-Wheel Drive ราคา 313,500 หยวน (ประมาณ 1,544,891 บาท) ส่วน Model Y Performance จะมีเฉพาะตัวถังแบบ 5 ที่นั่ง พร้อมงานออกแบบภายนอกและการปรับแต่งช่วงล่างที่แตกต่างจากรุ่นปกติ เน้นบุคลิกสปอร์ตและสมรรถนะการขับขี่มากขึ้น
ด้านระบบช่วงล่าง Model Y Performance ติดตั้งโช้คอัพแบบปรับความหนืดต่อเนื่อง ระบบกันสะเทือน Adaptive Suspension ระบบช่วยควบคุมเสถียรภาพ และโหมดการขับขี่สมรรถนะหลายรูปแบบ เพื่อให้ผู้ขับสามารถปรับบุคลิกของรถให้เหมาะกับการใช้งานในแต่ละสถานการณ์ ขณะเดียวกันรองรับการชาร์จไฟกระแสตรงสูงสุด 250 kW โดย Tesla ระบุว่าสามารถเพิ่มระยะทางขับขี่ได้ประมาณ 250 กิโลเมตร ภายในเวลาเพียง 15 นาที
ข้อมูลจากการยื่นเอกสารของกระทรวงอุตสาหกรรมและเทคโนโลยีสารสนเทศจีน (MIIT) ระบุว่า Model Y Performance ที่ผลิตจากโรงงาน Tesla ในเซี่ยงไฮ้ ประเทศจีน จะใช้แบตเตอรี่ความจุ 78.4 kWh โดยเซลล์แบตเตอรี่มาจาก LG Energy Solution สาขาประเทศจีน มอเตอร์ไฟฟ้าด้านหน้ามีกำลัง 239 แรงม้า มอเตอร์ด้านหลังมีกำลัง 396 แรงม้า หากนำตัวเลขมารวมกันจะมีพละกำลังอยู่ที่ 635 แรงม้า ทว่า Tesla ระบุกำลังรวมของระบบเอาไว้ที่ 343 กิโลวัตต์ หรือ 460 แรงม้า (PS) ซึ่งเป็นตัวเลขแรงม้าที่วัดได้จริง
การเปิดตัว Model Y Performance ยังเกิดขึ้นในช่วงที่ Tesla กำลังเผชิญแรงกดดันด้านยอดขายในตลาดจีน โดย Model Y คิดเป็นสัดส่วนมากกว่า 70% ของยอดส่งมอบ Tesla ในจีนตลอดช่วง 8 เดือนแรกของปี 2026 แต่ยอดขายกลับลดลงต่อเนื่อง โดยข้อมูลจาก China Passenger Car Association (CPCA) ระบุว่าในเดือนสิงหาคม Model Y มียอดส่งมอบ 29,260 คัน ลดลง 25.76% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
ยอดขายที่ลดลงในเดือนสิงหาคมถือเป็นการหดตัวแบบปีต่อปีติดต่อกันเป็นเดือนที่ 3 โดยเดือนมิถุนายนลดลง 13.81% และเดือนกรกฎาคมลดลง 18.23% ขณะที่ยอดส่งมอบสะสมในช่วง 8 เดือนแรกของปีอยู่ที่ 226,931 คัน ลดลง 6.10% จากปีก่อน ด้านยอดส่งมอบ Tesla ทุกรุ่นในจีนอยู่ที่ 316,251 คัน ลดลง 12.44%
นอกจากการเพิ่มรุ่น Performance แล้ว Tesla ยังใช้มาตรการกระตุ้นยอดขายก่อนสิ้นสุดไตรมาสที่ 3 โดยประกาศเมื่อวันที่ 7 กันยายนว่า ลูกค้าในจีนที่ซื้อและรับมอบรถ Model Y จากสต็อกที่เข้าร่วมรายการภายในวันที่ 30 กันยายน 2026 จะได้รับส่วนลดจากยอดชำระงวดสุดท้าย 10,000 หยวน สะท้อนให้เห็นว่าตลาด SUV ไฟฟ้าจีนกำลังมีการแข่งขันรุนแรงขึ้น และ Tesla ต้องเร่งกระตุ้นยอดขายของ Model Y ซึ่งเป็นหนึ่งในรถยนต์รุ่นสำคัญที่สุดของบริษัท
ที่มา: CNEVPost
