เมื่อวันที่ 2 ตุลาคม 2026 Toyota เปิดตัว Corolla Cross รุ่นปี 2027 สำหรับสหรัฐอเมริกา โดยยังคงเป็นรถ Compact SUV ที่เน้นการใช้งานในชีวิตประจำวัน ห้องโดยสารมีความอเนกประสงค์ เบาะนั่งด้านหลังพับได้เพื่อเพิ่มพื้นที่เก็บสัมภาระ และมีทางเลือกทั้งเครื่องยนต์เบนซินล้วนและ Hybrid รวมถึงระบบขับเคลื่อน 2 ล้อหน้าและ 4 ล้อ และมีการแยกดีไซน์ระหว่างรุ่นเครื่องยนต์เบนซินกับรุ่น Hybrid อย่างชัดเจน

 

สำหรับรุ่นปี 2027 การเปลี่ยนแปลงหลักๆอยู่ที่ไลน์อัพ Corolla Cross Hybrid ซึ่งลดจำนวนรุ่นย่อยจาก 3 รุ่น เหลือ 2 รุ่น โดยตัดรุ่นเริ่มต้น S ออก และเหลือทางเลือกแค่ SE และ XSE ส่วนรุ่นเครื่องยนต์เบนซินล้วนยังคงอ้างอิงรายละเอียดด้านอุปกรณ์และออฟชั่นจากรุ่นปี 2026 เป็นหลัก

 

ด้านการออกแบบ Corolla Cross ยังคงใช้แพลตฟอร์ม TNGA-C พร้อมตัวถังที่ผสมผสานความคุ้นเคยของตระกูล Corolla เข้ากับความสูงและประโยชน์ใช้สอยแบบ SUV โดยรุ่นเครื่องยนต์เบนซินและ Hybrid ใช้ดีไซน์กระจังหน้าที่แตกต่างกัน รุ่น Hybrid มาพร้อมกระจังหน้าสีเดียวกับตัวถังในสไตล์โมเดิร์น ขณะที่รุ่นเครื่องยนต์เบนซินใช้กระจังหน้าทรงกว้าง เน้นภาพลักษณ์สมบุกสมบันมากกว่า พร้อมไฟหน้าแบบ LED และทางเลือกสีตัวถังแบบทูโทนตามรุ่นย่อย

ด้านระบบ Infotainment ของ Corolla Cross 2027 ติดตั้งหน้าจอสัมผัสขนาด 8 นิ้วเป็นมาตรฐานที่รองรับ Apple CarPlay และ Android Auto แบบไร้สาย และระบบเสียง 6 ลำโพง ส่วนชุดเครื่องเสียง JBL 9 ลำโพงพร้อมซับวูฟเฟอร์และแอมพลิฟายเออร์เป็นออปชันสำหรับ XLE รุ่นเครื่องยนต์เบนซินและ Hybrid XSE

 

ห้องโดยสารเน้นความสะดวกในการใช้งาน พร้อมพื้นที่จัดเก็บสัมภาระบริเวณคอนโซล แผงกลาง และแผงประตู เบาะนั่งด้านหลังแยกพับแบบ 60:40 เพื่อเพิ่มความยืดหยุ่นในการบรรทุกสัมภาระ โดยมีอุปกรณ์อย่างหน้าจอ Toyota Audio Multimedia ขนาด 8 หรือ 10.5 นิ้ว ระบบชาร์จโทรศัพท์ไร้สาย Qi และมาตรวัด Full Digital ขนาดสูงสุด 12.3 นิ้ว ขึ้นอยู่กับแต่ละรุ่นย่อย

รุ่นเครื่องยนต์เบนซินเริ่มต้น L ติดตั้งเครื่องยนต์ 2.0 ลิตร เลือกใช้กระจังหน้าและกันชนดีไซน์สมบุกสมบัน เบาะนั่งหุ้มด้วยผ้า หน้าจอ Toyota Audio Multimedia 8 นิ้ว หน้าจอมาตรวัดแสดงผลการขับขี่ 7 นิ้ว รองรับ Apple CarPlay และ Android Auto แบบไร้สาย ไฟหน้า-ไฟท้าย LED และล้อกระทะ 17 นิ้ว ขณะที่รุ่น LE เพิ่มแท่นชาร์จโทรศัพท์ไร้สาย Qi ระบบ Blind Spot Monitor พร้อม Rear Cross-Traffic Alert ล้ออัลลอย 17 นิ้ว ราวหลังคา Smart Key พวงมาลัยหุ้มหนัง และระบบปรับอากาศอัตโนมัติ ส่วนรุ่น XLE เพิ่มล้อ 18 นิ้ว จอ 10.5 นิ้ว เบาะนั่งแบบ SofTex เบาะคนขับปรับไฟฟ้า 10 ทิศทางพร้อม Lumbar Support เบาะคู่หน้าพร้อมระบบอุ่นเบาะ ไฟส่องสว่างเวลากลางวัน DRL และไฟตัดหมอกแบบ LED รวมถึงระบบช่วยจอดพร้อมเบรกอัตโนมัติและระบบปรับอากาศแบบ Dual-zone

 

สำหรับ Corolla Cross Hybrid SE มาพร้อมกระจังหน้าและกันชนดีไซน์สปอร์ต ตราสัญลักษณ์ Toyota สีเข้ม ล้ออัลลอย 17 นิ้ว เบาะนั่งหุ้มด้วยผ้า พวงมาลัยหุ้มหนังพร้อม Paddle Shift หน้าจอ 8 นิ้ว ระบบ Blind Spot Monitor พร้อม Rear Cross-Traffic Alert แท่นชาร์จโทรศัพท์ไร้สาย Qi และ USB-C รวม 4 จุด ขณะที่ Hybrid XSE เพิ่มมาตรวัดดิจิทัลขนาด 12.3 นิ้ว หน้าจอ Infotainment ขนาด 10.5 นิ้ว เบาะนั่งวัสดุ SofTex ล้ออัลลอยสีดำขนาด 18 นิ้ว ระบบปรับอากาศ Dual-zone ไฟส่องสว่าง Ambient Lighting ที่วางแขนเบาะหลัง พร้อมการตกแต่งภายนอกที่สปอร์ตยิ่งขึ้น

 

ด้านขุมพลัง รุ่นเครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบ DOHC 16 วาล์ว ความจุ 2.0 ลิตร ให้กำลังสูงสุด 169 แรงม้า โดย Toyota ระบุว่าออกแบบมาให้ตอบสนองได้ดีและเหมาะกับการใช้งานในชีวิตประจำวัน พร้อมระบบส่งกำลังที่มีเกียร์ 1 แบบกลไกเพื่อให้การตอบสนองเป็นธรรมชาติ สำหรับอัตราสิ้นเปลือง รุ่นขับเคลื่อนล้อหน้า อยู่ที่ 30/32/31 mpg ในเมือง/นอกเมือง/เฉลี่ย หรือประมาณ 12.8/13.6/13.2 กม./ลิตร ส่วนรุ่น AWD อยู่ที่ 29/31/30 mpg หรือประมาณ 12.3/13.2/12.8 กม./ลิตร ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ AWD ของรุ่นเครื่องยนต์เบนซินใช้ Dynamic Torque Control ซึ่งสามารถส่งกำลังไปยังล้อหลังได้สูงสุด 50% เมื่อจำเป็น และตัดการส่งกำลังไปยังล้อหลังได้เมื่อไม่ต้องการ เพื่อช่วยรักษาประสิทธิภาพการประหยัดเชื้อเพลิง

 

ส่วน Corolla Cross Hybrid ใช้ระบบ Hybrid เจเนอเรชันที่ 5 ของ Toyota พร้อมระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ Electronic On-Demand AWD หรือใช้มอเตอร์ไฟฟ้าขับเคลื่อนล้อหลังเป็นอุปกรณ์มาตรฐาน โดยทำอัตราสิ้นเปลืองตามตัวเลขประมาณการจากผู้ผลิตที่ 46/39/42 mpg ในเมือง/นอกเมือง/เฉลี่ย หรือประมาณ 19.6/16.6/17.9 กม./ลิตร ทั้งรุ่น SE และ XSE

 

ด้านความปลอดภัย Corolla Cross 2027 ทุกรุ่นติดตั้งระบบ Toyota Safety Sense 3.0 เป็นมาตรฐาน ประกอบด้วย Pre-Collision System พร้อมตรวจจับคนเดินถนน, Full-Speed Range Dynamic Radar Cruise Control Lane Departure Alert พร้อม Steering Assist Lane Tracing Assist Road Sign Assist Automatic High Beams และ Proactive Driving Assist รวมถึง Toyota Star Safety System ส่วนรุ่น LE XLE SE และ XSE เพิ่ม Blind Spot Monitor พร้อม Rear Cross-Traffic Alert และ Safe Exit Alert ซึ่งช่วยตรวจสอบรถหรือวัตถุที่กำลังเข้ามาจากด้านหลัง ก่อนเตือนเมื่อผู้โดยสารกำลังเปิดประตู

ที่มา: Toyota