เมื่อวันที่ 12 ตุลาคม Hyundai Motor Europe เปิดตัว BAYON รถ SUV รุ่นเริ่มต้นเจเนอเรชั่นที่ 2 ใหม่ ที่งาน Paris Motor Show 2026 โดยปรับภาพลักษณ์ให้มีความเป็นรถ SUV ชัดเจนยิ่งขึ้น พร้อมยกระดับเทคโนโลยี ความสะดวกสบาย และพื้นที่ใช้สอยสำหรับผู้โดยสาร มุ่งตอบโจทย์การใช้งานในชีวิตประจำวันทั้งการเดินทางในเมืองและการเดินทางระยะไกล นอกจากนี้ ยังมีรุ่นตกแต่ง N Line ที่เพิ่มความสปอร์ตด้วยรายละเอียดเฉพาะทั้งภายนอกและภายใน โดยรถรุ่นนี้จะผลิตเพื่อจำหน่ายในตลาดยุโรปที่โรงงาน Hyundai Motor Türkiye (HMTR) ในตุรกี

 

ภายนอกของ BAYON ใหม่ ใช้แนวทางการออกแบบ Art of Steel ของ Hyundai เช่นเดียวกับรุ่นพี่ที่เปิดตัวไปก่อนหน้าไม่กี่วันอย่าง Tucson โดยเป็นการเน้นเส้นสายเหลี่ยมคม สัดส่วนตัวถังที่ดูแข็งแกร่ง และซุ้มล้อที่เด่นชัด เสริมด้วยฝากระโปรงหน้าทรง sculpted ไฟส่องสว่างแนวนอนเต็มความกว้างด้านหน้า และแผ่นกันกระแทกใต้กันชนที่ช่วยเพิ่มบุคลิกแบบ SUV ขณะที่ไฟหน้า Projection LED พร้อมระบบ Static Bending Lights ช่วยเพิ่มทัศนวิสัยขณะเข้าโค้ง ด้านข้างติดตั้งวัสดุตกแต่งซุ้มล้อและตัวถังสีดำ เสา A และ D สีดำ รวมถึงราวหลังคา ส่วนด้านท้ายใช้กราฟิกไฟที่สอดคล้องกับแนวทางการออกแบบด้านหน้า พร้อมแผ่นกันกระแทกท้ายที่เน้นความกว้างและมั่นคง

 

ตัวรถมีความยาว 4,245 มิลลิเมตร กว้าง 1,810 มิลลิเมตร และระยะฐานล้อ 2,600 มิลลิเมตร ส่วนความสูงแตกต่างกันตามรุ่นย่อยและขนาดล้อ โดยรุ่นเครื่องยนต์สันดาปภายในมีความสูง 1,565 มิลลิเมตรเมื่อใช้ล้อขนาด 16 หรือ 17 นิ้ว และ 1,570 มิลลิเมตรเมื่อใช้ล้อ 18 นิ้ว ขณะที่รุ่น Hybrid มีความสูง 1,555 และ 1,560 มิลลิเมตรตามลำดับ พร้อมหลังคาสีดำที่มีให้เลือกในบางรุ่น นอกจากนี้ ยังมีสีตัวถังแบบด้านให้เลือก 3 สี ได้แก่ สีฟ้าน้ำเงินด้าน Vibrant Blue Matte สีฟ้าด้าน Ice Blue Matte และสีแดงด้าน Fierce Red Matte ที่เปิดตัวในรุ่น IONIQ 3 ไปก่อนหน้านี้ นับว่าเป็นความแตกต่างของ BAYON กับรถรุ่นอื่นๆ ในกลุ่มเดียวกัน

 

สำหรับรุ่น N Line จะเพิ่มความโดดเด่นด้วยรายละเอียดการตกแต่งแนวสปอร์ต โดดเด่นด้วยชิ้นตกแต่งบริเวณชายกันชนหน้า กระจังหน้าแบบเฉพาะรุ่น ล้ออัลลอย N Line ขนาด 18 นิ้ว และวัสดุตกแต่งภายนอกสีดำเงา ส่วนด้านหลังติดตั้งดิฟฟิวเซอร์พร้อมปลายท่อไอเสียคู่ในตัว ช่วยเสริมภาพลักษณ์สปอร์ตให้ชัดเจนขึ้น ภายในห้องโดยสารใช้เบาะนั่งเฉพาะรุ่น N Line หุ้มผ้าและวัสดุหนังกลับสิ่งทอ เพื่อเพิ่มความรู้สึกสปอร์ตควบคู่กับความพรีเมียม 

 

ห้องโดยสารติดตั้งหน้าจอแสดงผลข้อมูลการขับขี่ขนาด 12.3 นิ้ว และหน้าจอระบบ Infotainment ขนาด 12.3 นิ้ว ซึ่งจัดวางต่อเนื่องกันในรูปแบบจอโค้งพาโนรามา ทั้งนี้ อุปกรณ์ดังกล่าวขึ้นอยู่กับรุ่นย่อยและตลาดที่จำหน่าย ระบบ Hyundai Digital Key 2 รองรับการปลดล็อกและสตาร์ตเครื่องยนต์ผ่านสมาร์ตโฟนหรือสมาร์ตวอตช์ที่รองรับ พร้อมระบบ Apple CarPlay และ Android Auto แบบไร้สาย นอกจากนี้ ยังมีระบบเสียง Bose Premium Sound System ลำโพง 8 ตำแหน่ง แท่นชาร์จโทรศัพท์ไร้สาย และช่องเชื่อมต่อ USB-C ด้านหน้า 2 จุดและด้านหลัง 1 จุด ส่วนรุ่นที่ติดตั้ง Entertainment Package สามารถเข้าถึงบริการสตรีมมิง เช่น YouTube ผ่านหน้าจอกลางได้โดยตรง

 

Hyundai ยังให้ความสำคัญกับความสบายของผู้โดยสาร โดยเบาะคู่หน้ามีทั้งระบบอุ่นเบาะและระบบระบายอากาศให้เลือก พร้อมระบบรองรับหลังส่วนล่างสำหรับผู้ขับขี่ และการปรับระดับความสูงของเบาะคู่หน้า ผู้โดยสารด้านหลังได้รับพื้นที่วางขาเพิ่มขึ้น พนักพิงเบาะปรับเอนได้ และมีที่พักแขนกลางพร้อมที่วางแก้ว ขณะที่เบาะหลังระบบทำความร้อนและช่องปรับอากาศสำหรับผู้โดยสารด้านหลังมีให้ตามรุ่นย่อย ส่วนอุปกรณ์อื่นประกอบด้วยหลังคากระจกพาโนรามาแบบเปิดได้ ระบบปรับอากาศอัตโนมัติแยกอุณหภูมิ 2 โซน วัสดุสัมผัสนุ่ม และไฟสร้างบรรยากาศภายในห้องโดยสารแบบ Dual Ambient Lighting ซึ่ง Hyundai ระบุว่าเป็นจุดเด่นเฉพาะในกลุ่มรถระดับเดียวกัน

 

พื้นที่ใช้สอยเป็นอีกจุดที่ Hyundai ให้ความสำคัญ โดยระยะฐานล้อ 2,600 มิลลิเมตรช่วยเพิ่มพื้นที่วางขาสำหรับผู้โดยสารด้านหลัง ขณะที่พื้นที่เหนือศีรษะและพื้นที่ไหล่ทั้งด้านหน้าและด้านหลังได้รับการพัฒนาให้แข่งขันในระดับต้นของกลุ่มรถขนาดเดียวกัน รุ่นเครื่องยนต์สันดาปภายในมีความจุห้องเก็บสัมภาระ 440 ลิตร พร้อมพื้นที่เก็บของใต้พื้นห้องสัมภาระและม่านปิดสัมภาระที่สามารถจัดเก็บได้ ส่วนรุ่น Hybrid มีความจุห้องเก็บสัมภาระ 397 ลิตร โดยยังคงเน้นการผสมผสานระหว่างตัวถังที่เหมาะกับการใช้งานในเมืองและพื้นที่ภายในสำหรับการเดินทางของครอบครัว

ด้านระบบความปลอดภัยและช่วยเหลือผู้ขับขี่ BAYON ใหม่ติดตั้งชุดระบบ Hyundai SmartSense โดยอุปกรณ์ที่มีให้เลือกประกอบด้วย Highway Driving Assist 2 (HDA 2) ระบบช่วยขับขี่บนทางหลวง, Surround View Monitor (SVM) กล้องมองภาพรอบคัน Blind-Spot View Monitor (BVM) ระบบแสดงภาพจุดอับสายตา Forward Collision-Avoidance Assist 2 (FCA 2) ระบบช่วยหลีกเลี่ยงการชนด้านหน้า Smart Cruise Control (SCC) ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ Lane Following Assist 2 (LFA 2) ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในช่องทาง Blind-Spot Collision-Avoidance Assist (BCA) ระบบช่วยหลีกเลี่ยงการชนในจุดอับสายตา Rear Cross-Traffic Collision-Avoidance Assist (RCCA) ระบบช่วยหลีกเลี่ยงการชนขณะถอยหลัง และ Parking Collision-Avoidance Assist-Reverse (PCA-R) ระบบช่วยหลีกเลี่ยงการชนขณะถอยจอด ทั้งนี้ รายการอุปกรณ์จริงอาจแตกต่างกันตามรุ่นย่อยและตลาด

 

ขุมพลังช่วงเริ่มต้นมีเครื่องยนต์เบนซิน 1.0 T-GDI ให้เลือก 2 ระดับกำลัง ได้แก่ 90 แรงม้า และ 115 แรงม้า จับคู่กับเกียร์ธรรมดา 6 จังหวะ หรือเกียร์อัตโนมัติคลัตช์คู่ 7 จังหวะ พร้อมระบบขับเคลื่อนล้อหน้า  ความเร็วสูงสุดของรุ่นเครื่องยนต์สันดาปภายในอยู่ระหว่าง 167–180 กิโลเมตร/ชั่วโมง และอัตราเร่ง 0–100 กิโลเมตร/ชั่วโมงอยู่ระหว่าง 10.8–14.1 วินาที ขึ้นอยู่กับรุ่นและระบบส่งกำลัง

Hyundai วางแผนเพิ่มระบบขับเคลื่อน Hybrid ในปี 2027 โดยใช้เครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบ ความจุ 1.6 ลิตร ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้าและเกียร์คลัตช์คู่ 6 จังหวะ ให้กำลังรวมสูงสุด 138 แรงม้า พร้อมระบบ Adaptive Regenerative Braking ที่ปรับระดับการนำพลังงานกลับมาใช้ใหม่ตามสภาพการขับขี่ โดยผู้ขับขี่สามารถเลือกระดับการหน่วงผ่านแป้น Paddle Shift หลังพวงมาลัยได้ อย่างไรก็ตาม ตัวเลขสมรรถนะของรุ่น Hybrid บางรายการ เช่น ความเร็วสูงสุด อัตราเร่ง น้ำหนักรถ และความสามารถในการลากจูง ยังไม่ได้รับการเปิดเผยในข้อมูลทางเทคนิคชุดนี้

ที่มา: Hyundai