หลังจากเปลี่ยนทิศทางไปทำตลาดรถยนต์ไฟฟ้ากลุ่ม SUV และ Crossover ผ่าน smart #1, #3 และ #5 จนแทบไม่เหลือภาพจำของรถยนต์ขนาดจิ๋วที่เคยสร้างชื่อให้กับแบรนด์ ล่าสุด smart หวนกลับสู่จุดเริ่มต้นอีกครั้ง ด้วยการเปิดตัว All NEW smart #2 รถยนต์ไฟฟ้า 100% แบบ 2 ประตู 2 ที่นั่ง สืบทอดแนวคิดจาก smart fortwo พร้อมขุมพลังไฟฟ้าขับเคลื่อนล้อหลัง และแบตเตอรี่ LFP ขนาด 35.8 kWh เคลมระยะทางวิ่งสูงสุด 290 กิโลเมตร ตามมาตรฐาน WLTP

smart #2 เปิดตัวครั้งแรกในโลกที่งาน Paris Motor Show 2026 ประเทศฝรั่งเศส เมื่อวันที่ 12 ตุลาคมที่ผ่านมา โดยเป็นการนำแนวคิดรถยนต์ขนาดเล็กสำหรับใช้งานในเมืองกลับมาตีความใหม่ ภายใต้ความร่วมมือระหว่าง Mercedes-Benz และ Geely ซึ่งปัจจุบันเป็นผู้ถือหุ้นร่วมกันในแบรนด์ smart โดย Mercedes-Benz รับผิดชอบงานออกแบบ ขณะที่ Geely มีบทบาทสำคัญด้านวิศวกรรมและการพัฒนาเทคโนโลยี

การกลับมาของ smart #2 ยังถือเป็นความพยายามเติมเต็มช่องว่างในกลุ่มผลิตภัณฑ์ หลังจาก smart fortwo ยุติการผลิตไปในปี 2024 โดยรถรุ่นใหม่นี้พัฒนาขึ้นบนแพลตฟอร์ม Electric Compact Architecture (ECA) สำหรับรถยนต์ไฟฟ้าขนาดเล็กโดยเฉพาะ ไม่ใช่การนำพื้นฐานจาก smart #1 หรือ #3 มาย่อส่วน

 

งานออกแบบภายนอกยังคงเอกลักษณ์ของ smart fortwo ด้วยรูปทรงตัวถังแบบ One-box ฝากระโปรงหน้าสั้น ห้องโดยสารทรงสูง และล้อทั้ง 4 อยู่ใกล้มุมตัวถัง เพื่อใช้ประโยชน์จากพื้นที่ภายในให้มากที่สุด ภายใต้ความยาวตัวรถไม่ถึง 2.8 เมตร โดยงานออกแบบเป็นผลงานจาก Mercedes-Benz Global Design Team

ด้านหน้ามาพร้อมชุดไฟหน้า CyberSparksLED รูปทรงสามเหลี่ยมโค้งมน พร้อมกระจังหน้าทรงสี่เหลี่ยมขนาดเล็ก ขณะที่ด้านข้างยังคงเส้นสายเรียบง่าย กระจกหน้าต่างบานใหญ่ และแนวหลังคาที่ลาดลงเล็กน้อยบริเวณด้านท้าย จุดเด่นอีกประการคือโครงสร้างนิรภัย Tridion Cell Evo ซึ่งพัฒนาต่อยอดจากแนวคิด Tridion Safety Cell ที่เป็นเอกลักษณ์ของ smart มาตั้งแต่อดีต รวมถึงฝาท้ายแบบ Split Tailgate แบ่งการเปิดออกเป็น 2 ส่วน เพื่อเพิ่มความสะดวกในการใช้งาน

 

ขนาดและมิติตัวถังของ smart #2 มีดังนี้

  • ความยาว 2,746 มิลลิเมตร
  • ความกว้างรวมกระจกมองข้าง 1,939 มิลลิเมตร
  • ความสูง 1,555 มิลลิเมตร
  • ระยะฐานล้อ 1,875 มิลลิเมตร
  • น้ำหนักตัวรถ 1,140 กิโลกรัม
  • น้ำหนักรวมสูงสุด 1,345 กิโลกรัม
  • น้ำหนักบรรทุกสูงสุด 205 กิโลกรัม
  • ความจุห้องเก็บสัมภาระ 305–527 ลิตร
  • วงเลี้ยวแคบสุด 6.95 เมตร (Curb-to-curb)

ตัวรถมีความยาวไม่ถึง 2.8 เมตร โดยมีวงเลี้ยวเพียง 6.95 เมตร ซึ่งถือเป็นจุดเด่นสำคัญสำหรับการใช้งานในเมืองที่มีถนนแคบและพื้นที่จอดรถจำกัด ขณะเดียวกัน smart ยังเลือกใช้ระบบกันสะเทือนหลังแบบอิสระ Five-link ซึ่งเป็นรูปแบบที่ไม่ค่อยพบในรถยนต์ขนาดเล็กระดับนี้ พร้อมติดตั้งยางหลังที่มีหน้ากว้างมากกว่ายางหน้า เพื่อช่วยเรื่องเสถียรภาพในการขับขี่

 

ห้องโดยสารออกแบบให้มีบรรยากาศเรียบง่าย เน้นพื้นที่ใช้สอยสำหรับผู้โดยสาร 2 คน ด้วยเบาะนั่งรูปแบบ Bench-style Arrangement และแผงหน้าปัดที่ออกแบบให้มีลักษณะต่อเนื่องกัน พร้อมหน้าจอกลางระบบสัมผัสขนาด 10.1 นิ้ว สำหรับควบคุมระบบ Infotainment และฟังก์ชันต่างๆ ของรถ

แม้จะเป็นรถยนต์ไฟฟ้าขนาดเล็ก แต่ smart #2 ยังติดตั้งอุปกรณ์อำนวยความสะดวกและระบบความปลอดภัยหลายรายการ เช่น ระบบช่วยขับขี่ smart Pilot Assist, Adaptive Cruise Control พร้อม Stop & Go, ระบบช่วยรักษารถให้อยู่ในช่องจราจร และระบบช่วยขับขี่บนทางหลวง Highway Assist อุปกรณ์ด้านความปลอดภัยประกอบด้วยถุงลมนิรภัยรวม 7 ตำแหน่ง ได้แก่ ถุงลมนิรภัยคู่หน้า ถุงลมนิรภัยด้านข้างคู่หน้า ม่านถุงลมนิรภัย และถุงลมนิรภัยกลางระหว่างผู้โดยสารด้านหน้า

 

smart #2 ทุกรุ่นย่อยติดตั้งมอเตอร์ไฟฟ้าเดี่ยวแบบ Permanent Magnet Synchronous Motor (PMSM) วางตำแหน่งด้านหลัง ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ Single-speed ขับเคลื่อนล้อหลัง Rear-Wheel Drive มอเตอร์ไฟฟ้าเดี่ยว กำลังสูงสุด 60 kW หรือ 82 แรงม้า (PS) แรงบิดสูงสุด 130 นิวตันเมตร พร้อมแบตเตอรี่ Lithium-ion แบบ LFP ความจุแบตเตอรี่ 35.8 kWh

  • อัตราเร่ง 0–100 km/h ภายใน 11.6 วินาที
  • ความเร็วสูงสุด 140 km/h
  • ระยะทางวิ่งสูงสุด 290 กิโลเมตร (WLTP เบื้องต้น)
  • อัตราสิ้นเปลืองพลังงานไฟฟ้า 13.6 kWh/100 km (WLTP เบื้องต้น)

การชาร์จไฟ

  • รุ่น Pure รองรับการชาร์จไฟฟ้ากระแสสลับ AC สูงสุด 7.4 kW
  • รุ่น Pure+, Premium และ Couture Edition รองรับการชาร์จไฟฟ้ากระแสสลับ AC สูงสุด 11 kW
  • ทุกรุ่น รองรับการชาร์จไฟฟ้ากระแสตรง DC Fast Charging สูงสุด 65 kW
  • ชาร์จ DC 10–80% ภายในไม่เกิน 20 นาที
  • ชาร์จ AC 10–80% ประมาณ 5 ชั่วโมง ในรุ่น Pure
  • ชาร์จ AC 10–80% ประมาณ 3 ชั่วโมง ในรุ่น Pure+, Premium และ Couture Edition
  • รองรับระบบจ่ายกระแสไฟฟ้าสู่อุปกรณ์ภายนอก Vehicle-to-Load (V2L) ผ่านอุปกรณ์เสริมที่รองรับ

 

smart #2 เตรียมทำตลาดในยุโรปและจีนเป็นกลุ่มแรก โดยรายละเอียดราคาและกำหนดส่งมอบจะแตกต่างกันไปตามแต่ละประเทศ ขณะที่ข้อมูลทางเทคนิคและอุปกรณ์บางรายการยังอยู่ระหว่างกระบวนการรับรองมาตรฐานรถยนต์สำหรับจำหน่ายในยุโรป

สำหรับประเทศไทย smart เตรียมเปิดตัวแบรนด์อย่างเป็นทางการในวันที่ 20 ตุลาคม 2026 ภายใต้การทำตลาดของกลุ่มธนบุรี โดยมี smart #1, #3 และ #5 เป็นกลุ่มผลิตภัณฑ์หลักในช่วงแรก ส่วน smart #2 ยังไม่มีการประกาศแผนนำเข้ามาจำหน่ายในประเทศไทยอย่างเป็นทางการ

การกลับมาของ smart #2 นับเป็นอีกหนึ่งความเคลื่อนไหวที่น่าสนใจของแบรนด์ เพราะตลอดหลายปีที่ผ่านมา smart พยายามขยายตลาดด้วยรถยนต์ไฟฟ้าที่มีขนาดใหญ่ขึ้น และมีความเป็นรถยนต์อเนกประสงค์มากขึ้น แต่สิ่งที่ทำให้ smart แตกต่างจากแบรนด์อื่นตั้งแต่แรก กลับเป็นความสามารถในการสร้างรถยนต์ขนาดเล็กมากให้สามารถใช้งานในชีวิตประจำวัน

ที่มา : smart