Mitsubishi Motors ประเทศญี่ปุ่น ประกาศราคาจำหน่ายอย่างเป็นทางการของ All NEW Mitsubishi Pajero เจเนอเรชั่นที่ 5 หลังจากเปิดตัวครั้งแรกในโลกเมื่อเดือน กันยายน ที่ผ่านมา โดยรถรุ่นนี้ผลิตและประกอบที่โรงงาน Mitsubishi Motors Thailand ในนิคมอุตสาหกรรมแหลมฉบัง จังหวัดชลบุรี ก่อนส่งออกไปจำหน่ายในญี่ปุ่นและตลาดโลก อย่างไรก็ตาม แม้จะเป็นรถที่ผลิตจากโรงงานเดียวกัน แต่ Mitsubishi Pajero เวอร์ชั่นญี่ปุ่นมีการจัดวางรุ่นย่อยแตกต่างจากเวอร์ชั่นไทย โดยแบ่งออกเป็น 4 รุ่นย่อย ได้แก่ GLS, GSR, Exceed และ Super Exceed พร้อมกำหนดเริ่มจำหน่ายอย่างเป็นทางการในวันที่ 17 ธันวาคม 2026

Mitsubishi Pajero เวอร์ชั่นญี่ปุ่น ทุกรุ่นติดตั้งเครื่องยนต์ดีเซล 4 สูบ 2.4 ลิตร Turbo จับคู่เกียร์อัตโนมัติ 8 จังหวะ ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ Super Select 4WD-II พร้อมระบบควบคุมการขับเคลื่อน S-AWC และจัดวางห้องโดยสารแบบ 3 แถว 7 ที่นั่งเหมือนกันทุกรุ่น มีราคาจำหน่ายตั้งแต่ 6,193,000 – 7,950,800 เยน ดังนี้
- Pajero GLS 4WD ราคา 6,193,000 เยน หรือราว 1,322,000 บาท
- Pajero GSR 4WD ราคา 6,765,000 เยน หรือราว 1,444,000 บาท
- Pajero Exceed 4WD ราคา 6,930,000 เยน หรือราว 1,480,000 บาท
- Pajero Super Exceed 4WD ราคา 7,950,800 เยน หรือราว 1,697,000 บาท
ด้านราคาจำหน่าย Mitsubishi Pajero เวอร์ชั่นญี่ปุ่น เมื่อแปลงเป็นเงินบาทแล้ว มีราคาเริ่มต้นต่ำกว่าเวอร์ชันไทยที่จำหน่ายในราคา 1,499,000 – 1,999,000 บาท (อ้างอิงอัตราแลกเปลี่ยนวันที่ 29 ตุลาคม 2026 ที่ 1 เยน ≈ 0.2135 บาท) แม้จะผลิตและประกอบจากโรงงานเดียวกัน อย่างไรก็ตาม ราคาเริ่มต้นในญี่ปุ่นยังสูงกว่าคู่แข่งอย่าง Toyota Land Cruiser 250 VX ที่มีราคา 5,779,400 เยน อยู่ 413,600 เยน หรือประมาณ 7.2%
การจัดวางรุ่นย่อยของ Mitsubishi Pajero เวอร์ชั่นญี่ปุ่น แบ่งออกเป็น 2 กลุ่มหลัก ได้แก่ Exceed และ Super Exceed ที่เน้นความหรูหราและความสะดวกสบาย ขณะที่ GSR และ GLS เน้นบุคลิกของรถยนต์ Cross-country SUV สำหรับการใช้งานแบบ Off-road มากขึ้น โดยรุ่น GLS และ GSR ใช้กระจังหน้าแบบซี่แนวนอน พร้อมล้ออัลลอยขนาด 18 นิ้ว สี Dark Gray รัดด้วยยางขนาด 255/65 R18 ส่วนรุ่น Exceed ใช้กระจังหน้าแบบซี่แนวนอนเช่นเดียวกัน แต่เปลี่ยนเป็นล้ออัลลอยขนาด 20 นิ้ว ขณะที่รุ่นสูงสุด Super Exceed เน้นความหรูหราด้วยกระจังหน้าลายรังผึ้ง Honeycomb ล้ออัลลอยขนาด 20 นิ้ว และเบาะหนัง Semi-aniline สี Camel/Black โดยหนึ่งในรายละเอียดที่แตกต่างจากเวอร์ชั่นไทย คือ การติดตั้งสัญลักษณ์ SUPER EXCEED บริเวณฝาท้ายรถ ซึ่งไม่มีในเวอร์ชั่นไทย

ภายในห้องโดยสาร Mitsubishi Pajero เวอร์ชั่นญี่ปุ่น จัดวางเบาะนั่ง 3 แถว 7 ที่นั่ง เหมือนกับเวอร์ชั่นไทย ออกแบบแผงหน้าปัดแนวนอน พร้อมชุดหน้าจอ Monolith Display แบ่งเป็นมาตรวัด Full Digital และหน้าจอกลางระบบสัมผัส โดยรุ่น Super Exceed และ GSR ใช้หน้าจอขนาด 14.3 นิ้ว ขณะที่ Exceed และ GLS ลดขนาดลงเหลือ 12.3 นิ้ว พร้อมคันเกียร์ไฟฟ้าแบบ Shift-by-Wire และระบบปรับอากาศที่ยังคงปุ่มหมุนแบบ Physical Knob
ความแตกต่างด้านอุปกรณ์ภายในห้องโดยสาร รุ่นสูงสุด Super Excced มาพร้อมเบาะหนัง Semi-aniline สี Camel/Black เบาะคู่หน้าปรับไฟฟ้า พร้อมระบบอุ่นและระบายอากาศ ระบบเสียง Dynamic Sound Yamaha Ultimate 12 ลำโพง และกระจกมองหลังแบบ Digital Rearview Mirror ขณะที่ Exceed ใช้เบาะหนังสีดำ ส่วน GSR เน้นอุปกรณ์สำหรับการขับขี่ Off-road แต่ยังคงระบบปรับอากาศอัตโนมัติแยก 3 โซน และระบบอุ่นเบาะนั่งแถวที่ 1 และ 2 ส่วนรุ่นเริ่มต้น GLS ใช้เบาะผ้า ตัดระบบปรับเบาะไฟฟ้าและระบบอุ่นเบาะนั่งออกไป
ความแตกต่างจากเวอร์ชั่นไทยอยู่ที่ Pajero เวอร์ชั่นญี่ปุ่นติดตั้งคันเกียร์ไฟฟ้า Shift-by-Wire มาให้เป็นอุปกรณ์มาตรฐานทุกรุ่นย่อย รวมถึงเพิ่มม่านบังแดดสำหรับกระจกประตูด้านข้างของเบาะนั่งแถวที่ 2 ในรุ่น Exceed และ Super Exceed ส่วนรายละเอียดอุปกรณ์และการตกแต่งภายในอื่น ๆ ยังคงเหมือนกับเวอร์ชั่นไทย
ด้านขุมพลัง Mitsubishi Pajero เวอร์ชั่นญี่ปุ่น ใช้เครื่องยนต์ดีเซล 4 สูบ DOHC 2.4 ลิตร Turbo รหัส 4N16 กำลังสูงสุด 204 แรงม้า (PS) ที่ 3,500 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 480 นิวตันเมตร ที่ 1,750 – 2,500 รอบ/นาที จับคู่เกียร์อัตโนมัติ 8 จังหวะ เช่นเดียวกับเวอร์ชั่นไทย แต่มีความแตกต่างสำคัญอยู่ที่ระบบบำบัดไอเสีย โดยเวอร์ชั่นญี่ปุ่นติดตั้งระบบ SCR (Selective Catalytic Reduction) ซึ่งจำเป็นต้องเติมน้ำยา AdBlue เพื่อช่วยลดปริมาณก๊าซไนโตรเจนออกไซด์ (NOx) ให้ผ่านมาตรฐานไอเสียที่เข้มงวดของญี่ปุ่น ขณะที่เวอร์ชั่นไทยไม่จำเป็นต้องเติมน้ำยา AdBlue
ส่วนระบบขับเคลื่อนถือเป็นอีกหนึ่งความแตกต่างสำคัญ โดย Pajero เวอร์ชั่นญี่ปุ่นติดตั้งระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ Super Select 4WD-II มาให้เป็นอุปกรณ์มาตรฐานทุกรุ่นย่อย ตั้งแต่ GLS ไปจนถึง SUPER EXCEED สามารถเลือกการขับเคลื่อนได้ 4 รูปแบบ ได้แก่ 2H, 4H, 4HLc และ 4LLc พร้อมระบบล็อกเฟืองท้ายกลางและเกียร์อัตราทดต่ำสำหรับการขับขี่ Off-road ทำงานร่วมกับระบบควบคุมการขับเคลื่อน S-AWC (Super All Wheel Control) และ Active Yaw Control (AYC) รวมถึงโหมดการขับขี่ 7 รูปแบบ ได้แก่ NORMAL, ECO, GRAVEL, SNOW, MUD, SAND และ ROCK
แตกต่างจาก Pajero เวอร์ชั่นไทยที่มีระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ Super Select 4WD-II เฉพาะรุ่นสูงสุดเท่านั้น ขณะที่รุ่นย่อยอื่น ๆ ใช้ระบบขับเคลื่อนล้อหลัง RWD ส่งผลให้ลูกค้าในญี่ปุ่นสามารถเลือกรุ่นย่อยตามระดับอุปกรณ์และการตกแต่งที่ต้องการได้ โดยไม่จำเป็นต้องขยับขึ้นไปซื้อรุ่นสูงสุดเพื่อให้ได้ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อเหมือนกับตลาดไทย
นอกจากนี้ Mitsubishi Motors ประเทศญี่ปุ่น ยังเตรียมอุปกรณ์ตกแต่งแท้จากโรงงาน Genuine Accessories สำหรับ Pajero รุ่นใหม่ เพื่อเพิ่มทางเลือกในการตกแต่งรถให้เหมาะกับความต้องการของลูกค้า ทั้งในด้านความสวยงาม ความสะดวกสบาย และการใช้งานแบบ Outdoor โดยเน้นเสริมบุคลิกความแข็งแกร่งของรถยนต์ SUV สายลุย ควบคู่กับภาพลักษณ์ความหรูหราของตัวรถ
สำหรับ Mitsubishi Pajero เวอร์ชันญี่ปุ่น มีกำหนดเริ่มจำหน่ายอย่างเป็นทางการในวันที่ 17 ธันวาคม 2026 โดยนำเข้าจากโรงงาน Mitsubishi Motors ประเทศไทย แม้จะเป็นรถยนต์ที่ผลิตจากฐานการผลิตเดียวกัน แต่มีการปรับรายละเอียดอุปกรณ์ รุ่นย่อย และระบบขับเคลื่อนให้แตกต่างกันตามความต้องการของแต่ละตลาด นับเป็นอีกหนึ่งตัวอย่างของรถยนต์ที่ผลิตในประเทศไทย ก่อนส่งออกกลับไปจำหน่ายยังประเทศต้นกำเนิดของแบรนด์อย่างญี่ปุ่น
ที่มา : Mitsubishi, Carwatch Impress
