กระแสเรียกร้องให้นำ Honda FREED เข้ามาขาย ยังไม่ได้หายไปไหน เพียงแต่ระยะเวลาที่ผ่านมา
อาจจะแผ่วเบาลงไปบ้าง เนื่องจาก หลายคนยังไม่แน่ใจว่า มันจะมาจริงหรือไม่ และยังไม่มีใคร
กล้าให้คำตอบอย่างแน่ชัดนัก แม้ว่ารถรุ่นนี้จะถูกเปิดตัวไปแล้ว ในประเทศอินโดนีเซีย อันเป็น
ประเทศที่ จะถูกใช้เป็น ฐานผลิตหลัก ของรถยนต์รุ่นนี้ นอกประเทศญี่ปุ่น เมื่อ 29 มิถุนายน 2009
ที่ผ่านมาแล้วก็ตาม

แต่วันนี้ Headlightmag.com จะยังเข้ามายืนยันว่า ความเคลื่อนไหว ของฮอนด้า ออโตโมบิลล์
(ประเทศไทย)ในการเตรียมนำเข้า รถมินิแวน 7 ที่นั่ง อเนกประสงค์ ยังมิได้หายไปไหนแต่อย่างใด
เพียงแต่ระหว่างนี้ฮอนด้า กำลัง อยู่ในระหว่างเตรียมการ ด้านงานโฆษณา และวางแผนการตลาดต่างๆ
ให้พร้อม

ทั้ง 2 ภาพนี้ผู้เขียน บันทึกได้เอง เมื่อ สัปดาห์ที่ผ่านมา ขณะที่กำลังขับรถไปบนถนนสุขุมวิท 103
และเห็น FREED คันนี้ ซึ่งเป็นรถของทางฮอนด้าเอง เลี้ยวเข้าไปจอดยัง ปั้มเอสโซ่
จึงได้เลี้ยวเข้าไปบันทึกภาพ ก่อนจะขับออกจากปั้ม

ดังนั้น ช่วงนี้  ถ้าใครเห็น Honda FREED ติดป้ายทะเบียนสีขาวเช่นนี้ วิ่งเล่นอยู่แถวสุขุมวิท 103
หรือซอยอุดมสุข ไปจนถึง ถนนสุขุมวิท ฯลฯ ก็ไม่ต้องแปลกใจ เพราะเป็นรถที่ ทางฮอนด้ายังคง
นำออกมาวิ่งเล่นทดสอบเก็บข้อมูลไปเรื่อยๆ ตามปกติ ซึ่งงานนี้ ฮอนด้าเอง ก็ตัดสินใจถูกที่ไม่คิด
จะพรางตัวทั้งสิ้นแต่อย่างใด เพราะในเมื่อ ผู้บริโภคชาวไทย มีโอกาสเห็นคันจริง ในงาน Bangkok
International Motor Show เมื่อ ปลายเดือน มีนาคม ที่ผ่านมาแล้ว ก็เท่ากับว่า ความลับ ด้านรูปลักษณ์
ภายนอก ไม่มีเหลือ ให้ปกปิด อีกต่อไป

ในเมื่อ FREED ถูกสร้างขึ้นบนพื้นฐานแพล็ตฟอร์ม และโครงสร้างวิศวกรรมต่างๆ ร่วมกับ Jazz
และ City ดังนั้น สเป็กของเวอร์ชันไทย จึงยังสามารถอ้างอิงได้จาก เวอร์ชันอินโดนีเซีย โดยจะวาง
ขุมพลัง L15A บล็อก 4 สูบ SOHC 16 วาล์ว 1,500 ซีซี พร้อมกับระบบลิ้นปีกผีเสื้อไฟฟ้า Drive-By-Wire
เช่นเดียวกับ Jazz และ City แต่จะเป็นคนละเวอร์ชันกัน ซึ่งจะปรับลดสมรรถนะลงมา เหลือ 118 แรงม้า
(PS) ที่ 6,600 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 14.8 กก.-ม. หรือ 146 นิวตันเมตร ที่ 4,800 รอบ/นาที ส่งกำลังด้วย
เกียร์อัตโนมัติ 5 จังหวะ พวงมาลัยแบบแร็คแอนด์พีเนียน พร้อมเพาเวอร์ไฟฟ้า EPS ระบบกันสะเทือน
หน้า แบบแม็คเฟอร์สันสตรัต ด้านหลัง แบบ ทอร์ชันบีม รูปตัว H โดยจะมี รุ่นที่ติดตั้ง ABS พร้อม EBD
มาให้เป็นรุ่น ท็อปเวอร์ชัน ซึ่งจะมีถุงลมนิรภัยคู่หน้า ติดตั้งมาให้เป็นพิเศษ และยังไม่มีใครทราบว่า
เวอร์ชันไทย จะเป็นระบบเบรกแบบ หน้าดิสก์-หลังดรัม หรือ ดิสก์เบรก 4 ล้อกันแน่

การเปิดตัวคาดว่าจมีขึ้นในช่วงเดือนพฤศจิกายนนี้ ก่อนหน้างาน Motor Expo จะจัดขึ้นที่แชลเลนเจอร์
ฮอลล์เมืองทองธานี เพียงเล็กน้อย ด้วยราคา ที่ทาง Headlightmag.com ขอคาดการณ์ว่า รุ่นล่างสุด น่าจะ
อยู่ในระดับที่ สูงกว่า รุ่นท็อปของ Jazz(705,000 บาท) เพียงเล็กน้อย และรุ่นท็อป น่าจะจบที่ประมาณ
8 แสนบาทขึ้นไป แต่ไม่น่าจะเกิน 8.5 แสนบาท

————————————///————————————–

J!MMY
สงวนลิขสิทธิ์ ทั้งรูป และบทความ
เผยแพร่ครั้งแรก ใน www.headlightmag.com
2 สิงหาคม 2009