ก่อนหน้าการประกาศเปลี่ยนรหัสรุ่นของ Infiniti แบรนด์รถยนต์ระดับพรีเมี่ยมของค่าย Nissan และก่อนการเปิดตัว Infiniti Q50
มีใครบ้างเล่าจะทราบว่า แท้จริงภายในองค์กร Nissan เคยมีความคิดที่จะยุบแบรนด์ Infiniti ทิ้ง และปิดฉากรถยนต์ระดับ
พรีเมี่ยมของตนมาแล้ว

alt

แน่นอนว่าต้นขั้วของความคิดนี้ จะมาจากใครไม่ได้ นอกจากนี้ Carlos Ghosn ประธานบริษัท Nissan จอมเขียม ที่มุ่งลดต้นทุนทุกอย่าง
ที่ไม่ก่อผลดีแก่แบรนด์ โดย Ghosn ได้ปรึกษาเรื่องนี้กับ Andy Palmer รองประธานบริษัท ผู้ซึ่งออกมาเปิดเผยถึง Ghosn ที่เล็งเห็น
ว่า Infiniti ไม่มีความจำเป็นในการดำเนินกิจการต่อเลย แบรนด์ Nissan ไม่ได้ต้องการ Infiniti และถ้าหากไม่อยากทำรถยนต์ Infiniti ต่อ
เขาก็อนุญาตให้ Palmer สามารถยุบแบรนด์ทิ้งไปได้ หากเขาเห็นสมควร

แต่ Palmer กลับเล็งเห็นว่า Infiniti ไม่ใช่แบรนด์รถยนต์ที่ไม่มีความจำเป็น และไม่สมควรที่จะปิดฉากทิ้ง เพราะมันสื่อให้เห็นถึง
รถยนต์ระดับพรีเมี่ยมใต้ร่มเงานิสสัน ที่ทำให้หลายๆคนได้เห็นศักยภาพของแบรนด์ได้เป็นอย่างดี จึงยังคงดำเนินกิจการแบรนด์
Infiniti ต่อไป แต่เขาได้ขอให้ Infiniti มีการแยกตัวออกมาทำงานด้วยตัวเองอย่างชัดเจน ไม่ขึ้นกับ Nissan มากเหมือนแต่ก่อน

ทั้งนี้เป็นเพราะ Palmer ได้เรียนรู้จากกรณีศึกษาของ Audi และ Volkswagen ที่ Audi ไม่ได้ขึ้นอยู่กับแบรนด์ใหญ่ของกลุ่มบริษัท
(Volkswagen) และทำงานพัฒนารถยนต์ด้วยตนเอง ทำให้ทุกวันนี้ Audi กลายเป็นแบรนด์รถยนต์พรีเมี่ยม ที่เข้าใจตลาดกลุ่มนั้น
และตอบโจทย์ออกมาเป็นอย่างดี โดยที่ความเป็น Volkswagen ไม่ได้เบียดเบียนตัวรถ Audi เลยแม้แต่น้อย และตัวรถยังคงมีความพรีเมี่ยมสูง

นี่จึงเป็นที่มาของการดึงตัว Johan de Nysschen หัวหน้าฝ่ายดูแลกิจการ Audi ประจำสหรัฐอเมริกา ให้มาดำรงตำแหน่งประธานบริษัท
ของ Infiniti และดำเนินการจับมือกับ Daimler AG เพื่อทำให้ Infiniti เดินหน้าบนเส้นทางรถยนต์พรีเมี่ยมได้อย่างเต็มสูบ และเข็น Q50
และ JX รุ่นใหม่ตามออกมา จากที่ตอนแรกคิดจะยุบ JX ทิ้ง

ซึ่งหลังจากการดำรงตำแหน่งของ Nysschen สามารถเห็นได้ชัดว่า Infiniti เป็นแบรนด์รถยนต์ที่ไม่ทำตลาดแบบเน้น ‘ปริมาณยอดขาย’
อีกต่อไป แต่กลับเน้นความพรีเมี่ยมของแบรนด์อย่างแท้จริงมากขึ้น เห็นได้จาก Infiniti Q50 ที่มีงานออกแบบและวิศวกรรม
ที่แตกต่าง แยกตัวจาก Nissan อย่างชัดเจน และมีความเป็นรถยนต์ระดับบนอย่างแท้จริง